advertisement

Human error ที่หงส์แก้ไม่ตก

โดย 27 ส.ค. 2555 13:29

เรียกว่าไม่ต้องการเหตุผลและความเข้าใจใดๆ ทั้งสิ้นนะครับ สำหรับลูกเปิดของ "ปลาคาร์พ" มาร์ติน สเคอร์เทล ที่จัดการใส่พานถวายให้ คาร์ลอส เตเบซ หลุดไปล่อเป้า โฆเซ เรน่าเป็นประตูตีเสมอ 2-2

เกมเสมอกับแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 นี้ถือว่าลิเวอร์พูลแก้ตัวจากเกมพ่ายเวสต์บรอมวิชฯ 0-3 ในนัดเปิดสนามได้ค่อนข้างดีทีเดียว ทั้งรูปเกม และการทำประตู ผู้เล่นของลิเวอร์พูลสามารถเล่นตามแท็กติกที่ "บีร็อด" เบรนดัน ร็อดเจอร์ส วางไว้ได้อย่างดี ช่วง 20 นาทีแรกของเกมที่โดนทีมเยือนบุกใส่นั้น นักเตะเจ้าถิ่นทุกคนคุมพื้นที่ตัวเองได้ดีมาก กองหลังไม่สกัดบอลทิ้งมั่วซั่ว ตัวรุกริมเส้น 2 คนอย่าง ฟาบิโอ บอรินี่ และ ราฮีม สเตอร์ลิง ลงมาช่วยซ้อนแบ็กตลอด กองกลาง 3 คนสามารถเก็บบอลจังหวะสองและปิดพื้นที่หน้าเขตโทษได้ดี จนแชมป์เก่าแทบไม่มีโอกาสยิงประตูเลย

หลังจากนั้นลิเวอร์พูลก็กลับมาเล่นเกมของตัวเองได้ดี โดยช่วงก่อนที่จะได้ประตูขึ้นนำ 1-0 นั้น ลิเวอร์พูลมีเปอร์เซ็นต์ครองบอลมากกว่า แมนฯซิตี้ถึง 65-35 เลยทีเดียว

เกมโดยรวม หงส์แดงหาโอกาสจบสกอร์จากจังหวะโอเพ่นเพลย์ได้ และลูกเซตพีซก็เด็ดขาด ทำให้ได้ประตูขึ้นนำถึง 2 ครั้ง แม้จะไม่ชนะ แต่อย่างน้อยเก็บแต้มแรกในฤดูนี้ได้สำเร็จจากทีมที่แข็งแกร่งอย่างแมนฯ ซิตี้ได้

เรียกว่าเสียดาย แต่ไม่เสียใจ

น่าเสียดายเพราะทีมเกือบชนะถ้าไม่ใช่เพราะปัญหาเดิมๆ ของลิเวอร์พูลที่เป็นมานับสิบปี นั่นคือ Human error หรือ "ความผิดพลาดส่วนบุคคล" ของผู้เล่นในแนวรับ

ลูกแรกพลาดตั้งแต่ เจ้าหนูสเตอร์ลิง ป้องกันลูกเปิดจากริมเส้นไม่ดี เกล็น จอห์นสัน ที่ถูกโยกไปเป็นแบ็กซ้าย ไม่ยอมเข้ามาช่วยซ้อนกลับวิ่งหุบเข้ากลาง ทั้งที่หน้าปากประตูมีผู้เล่นชุดสีแดงยืนอยู่ 3-4 คนอยู่แล้ว เรน่าที่ขึ้นตัดบอลพลาด และ มาร์ติน เคลลี ที่แม้บอลจะพุ่งมาเร็วกระทบหน้าขา แต่ก็น่าจะทำอะไรได้ดีกว่ายืนขาตายดู ยายา ตูเร ยิงลูกส้มหล่นแบบนั้น

ส่วนลูกสองคงไม่ต้องพูดซ้ำ (พอบอลหลุดจากเท้าสเคอร์เทลไปแล้วนี่เล่นเอาเดอะ ค็อปเงียบกริบทั้งสนาม อ้าปากค้างตาถลนเป็นแถว)

รวมถึง หลุยส์ ซัวเรซ ที่แก้ไม่หายสักทีนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม นั่นคือ การใช้โอกาสเปลืองถึงเปลืองที่สุด พลาดโอกาสทำประตูเกมหนึ่งๆ อย่างน้อย 3-4 ครั้ง แถมติดเล่นบอลชายเดี่ยว ดันทุรังเลี้ยงบอลอยู่นั่น

แต่เอาน่า แฟนานุแฟนหงส์แดงทั้งหลาย ข้อดียังมีให้เห็นเยอะเลยทีเดียว โดยเฉพาะการเล่นตามแท็กติกซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับฟุตบอลยุคนี้ และนักเตะลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นแล้วว่า "ทำได้" ขอเวลาให้ บีร็อด ปรับจูนอีกหน่อยก็น่าจะไปโลด

ประเด็นสำคัญคือ แฟนลิเวอร์พูลต้องยอมรับความจริง ลิเวอร์พูลหล่นจากคำว่า "ยักษ์ใหญ่" ของวงการฟุตบอลอังกฤษแล้ว ศักยภาพของทีมไม่อาจเอาไปเทียบเคียงกับ แมนฯซิตี้ เชลซี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรืออาร์เซนอลได้ นี่คือการสร้างทีมขึ้นมาใหม่

ถ้าไม่คาดหวังสูงล่ะก็ ขอบอกว่าฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลเล่นได้สนุก น่าดูกว่าเดิมครับ.

หงส์เข้ากระดูกดำ
4fanmeeting@trendvg3.com

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement