advertisement

เริ่มเห็นเค้าโครงปรัชญา 'ร็อดเจอร์ส'

โดย 24 ก.ค. 2555 15:03

เห็นฝีไม้ลายมือกันไปบ้างแล้วนะครับ กับการคุมทีมอย่างเป็นทางการนัดแรกของ เบรนดัน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ในการดวลแข้งกับ เอฟซี โตรอนโต ในแมตช์ปรีซีซั่นที่สหรัฐฯ

ไม่ว่าผลจะออกมาเสมอ 1-1 หรือต่อให้ลิเวอร์พูลแพ้ ผมก็เชื่อว่าไม่มีเดอะ ค็อปคนไหนให้ความสำคัญมากไปกว่า รูปแบบ แผนการเล่น สไตล์ การเข้าทำประตู แน่นอน โดยเฉพาะรูปแบบ "TIKI-TAKA" ที่สื่อมวลชนโหมประโคมกันนับตั้งแต่ ร็อดเจอร์ส เข้ารับตำแหน่งใหม่ ซึ่งตลอดเวลา 90 นาทีกับโตรอนโต เราก็คงจะพอมองเห็นถึงร่องรอยความพยายามของ ร็อดเจอร์ส ในการปลูกฝังปรัชญาการเล่นในแนวทางนี้ใส่ลงไปในตัวลูกทีมกันแล้ว

แน่นอนว่ามันยังไม่เนียน โดยเฉพาะกับผู้เล่นบางรายที่คุ้นชินกับวิธีการเล่นแบบอื่นไม่ใช่แนวนี้ อย่าง ชาร์ลี อดัม แต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าติดตาม

ที่สำคัญคือ มันแตกต่างไปจากทีมของ "คิง เคนนี" เคนนี ดัลกลิช อย่างค่อนข้างจะเห็นได้ชัด

สถิติหลังเกมกับโตรอนโตจาก Anfield Index ระบุว่า ในครึ่งแรกนักเตะลิเวอร์พูลส่งบอลทั้งหมด 384 ครั้ง ประสบความสำเร็จ 354 ครั้ง หรือ 92% ครึ่งหลัง 328 ครั้งสำเร็จ 291 ครั้ง 88% หรือรวมทั้งหมด 712 ครั้ง สำเร็จ 654 ครั้ง เปอร์เซ็นต์แม่นยำสูงถึง 91% !!! เทียบกับฤดูกาลก่อนผ่านบอลเฉลี่ยได้แค่ 450-500 ครั้งเท่านั้น


แท็กเกิลครึ่งแรก 3 ครั้งชนะทั้ง 3 ครั้ง 100% ครึ่งหลัง 16 ครั้งชนะ 14 ครั้ง 87.5% ยิง 7 ครั้ง เข้ากรอบ 5 ครั้ง 71%

สิ่งที่น่าสนใจนอกจากจำนวนการผ่านบอลที่มากกว่า 600 ครั้งแล้ว การครอบครองบอลยังสูงถึง 69% !! สถิติการผ่านบอลของผู้เล่นรายบุคคลยังสูงทุกคน 80-100% มีเพียงแค่ อดัม มอร์แกน, แดเนียล ปาเชโก และ ราฮีม สเตอร์ลิงส์ เท่านั้นที่ได้ต่ำกว่า คือ มอร์แกน 44% ปาเชโก 73% สเตอร์ลิงส์ 77%

ที่น่าตกใจคือ เจมี คาร์ราเกอร์ ผ่านบอลมากถึง 50 ครั้งและสำเร็จทั้ง 50 ครั้งหรือ 100% !! แถมแย่งโหม่งชนะ 2 ครั้ง เคลียร์บอลอีก 2 ครั้ง อุเหม่…นี่มันไม่ใช่ธรรมดาแล้ว

สื่อต่างประเทศวิเคราะห์ว่าปรัชญาที่ ร็อดเจอร์ส ฝังในหัวลูกทีมคือ 3P's ได้แก่ Patience (ความอดทน) Passsing (การผ่านบอล) Possession (การครอบครองบอล) ซึ่งแตกต่างจากทีมของ ดัลกลิช ที่แม้จะเชื่อมั่นในแนวทางการเล่นบอลบนพื้นเหมือนกัน แต่ ร็อดเจอร์ส จะใช้การครอบครองบอลกดดันคู่แข่ง บีบพื้นที่เข้าไปจนมีช่องโจมตี ขณะที่คิงเคนนีจะชอบให้ลูกทีมเล่นเร็ว จนบางครั้งกลายเป็นร้อนรน และเสียบอลง่าย กลายเป็นกดดันตัวเองแทน

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงแค่นัดแรกของร็อดเจอร์สเท่านั้น ยังต้องดูกันไปยาวๆ ว่านี่จะ "ใช่" สำหรับลิเวอร์พูลหรือไม่ แต่เชื่อเถอะว่าแค่ "น้ำจิ้ม" เท่านี้ เดอะ ค็อป ก็ตื่นเต้น อยากเร่งให้พรีเมียร์ลีกเปิดฤดูกาลเร็วๆ แล้ว

ใช่ไหมครับพี่น้องงงง.

หงส์เข้ากระดูกดำ
4fanmeeting@trendvg3.com

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement