advertisement

'รอด' หรือ 'ไม่รอด'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 17 ก.ค. 2555 13:00

ได้บทสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับคดีเหยียดผิวสุดยืดเยื้อของ จอห์น เทอร์รี เมื่อในที่สุดจากการไต่สวนที่กินเวลานาน 5 วัน ศาลก็ประกาศให้กองหลังกัปตันทีมสิงห์บลูคือ "ผู้บริสุทธิ์"

จากนี้ไป เทอร์รีจะได้กลับมาตั้งสมาธิให้กับการเล่นฟุตบอลอย่างเต็มที่เสียทีครับ แม้เรื่องอาจจะยังไม่จบเสียทีเดียว เมื่อคล้อยหลังคำตัดสินของศาลเพียงไม่นาน สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือเอฟเอ ก็ประกาศว่า พวกเขาจะมีการสอบสวนเรื่องดังกล่าวของพวกเขาเองเช่นกัน

เป็นตรรกกะพิลึกๆ ของเอฟเอเหมือนกันนะครับว่า ที่จะมาไต่สวนต่อในเรื่องที่ เทอร์รี ได้รับคำตัดสินให้พ้นมลทินไปแล้ว และถ้าเอฟเอไต่สวนแล้วเกิดตัดสินว่าเทอร์รีมีความผิดขึ้นมา แบบนี้จะไม่เป็นการหักหน้าศาลหรอกหรือ?

คิดไปคิดมา หรือนี่อาจเป็นการแก้เขินความ "เงิบ" ของตัวเอง จากเมื่อครั้งสั่งริบปลอกแขนกัปตันทีมชาติอังกฤษของเทอร์รี ทั้งที่ยังไม่แน่ชัดว่าเจ้าตัวกระทำผิดจริงๆ หรือไม่ เหมือนอย่างที่ ฟาบิโอ คาเปลโล เคยบอกไว้ว่า เทอร์รียังคงเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง

จากที่เราติดตามการไต่สวนตลอด 5 วัน มีข้อมูลออกมาว่า ระหว่างคู่กรณี เทอร์รี กับ แอนตัน เฟอร์ดินานด์ นั้นมีการโต้เถียงกันจริงครับ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า เฟอร์ดินานด์ นั้นจุดชนวนด้วยการแหย่เรื่องความสัมพันธ์กับเมียของ เวย์น บริดจ์ อดีตเพื่อนร่วมทีม

ขณะที่ เทอร์รี ยอมรับครับว่า เขาตอบโต้กลับไปจริง แต่เป็นเพียงคำพูดประชดเสียดสีธรรมดา ไม่ใช่คำพูดเหยียดผิว ซึ่งในส่วนของคำพูดประชดเสียดสีธรรมดานี่ล่ะครับ ที่ผมมองว่า เอฟเอต้องการจะพยายามลงลึกในส่วนนี้

เพราะถ้าจำกันได้ในรายของ เวย์น รูนีย์ เคยโดนเอฟเอสั่งลงโทษแบนด้วยข้อหาพิลึกอย่างการสบถใส่หน้ากล้องทีวีมาแล้ว ดังนั้น ถ้ามองโลกในแง่ร้ายสักนิด เป็นไปได้ว่า เอฟเอจะแก้อาการเงิบของตัวเองด้วยการสั่งลงโทษเทอร์รีจากคำพูดประชดเสียดสีธรรมดานี่ล่ะครับ

ก็เป็นแค่การคาดการแบบมองโลกในแง่ร้ายเท่านั้นครับ และกองเชียร์สิงห์บลูคงหวังว่า จะไม่มีบทลงโทษอะไรสำหรับเทอร์รีตามมาจากนี้ทั้งสิ้น อย่างน้อยเอฟเอน่าจะมองในแง่ที่เทอร์รีเพิ่งจะช่วยชาติในยูโร 2012 มาหมาดๆ ดังนั้นข้อหาหยุมหยิมอย่างการทะเลาะกันของนักเตะนั้น ปล่อยวางบ้างก็ได้ครับ

ไม่งั้นมันจะเข้าข่าย "เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล" ชัดๆ

 



No.18

4fanmeeting@trendvg3.com

โหวตข่าวนี้