advertisement

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส...ชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 มิ.ย. 2555 03:00

นึกถึงเพลง "เพียงชายคนนี้ไม่ใช่ผู้วิเศษ" ของคุณเพชร โอสถานุเคราะห์ ขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าลิเวอร์พูล แต่งตั้ง "เบรนแดน ร็อดเจอร์ส" เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่...

 

ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่ช่วงหนึ่งของเนื้อเพลงที่ว่า 'ฉันไม่ใช่คนยิ่งใหญ่ ร่ำรวยจ่ายเงินเร็วร้อนแรง ไม่มีอำนาจใด ประหนึ่งเจ้าชายจะสำแดง มีเพียงหัวใจ จะพาเธอผ่านคืนนี้ไป ฉันเป็นเพียงผู้ชาย คนนี้ที่มีใจมั่นรักเธอ' เลยทำให้ภาพของอดีตกุนซือสวอนซี ซิตี้ ลอยเด่นขึ้นมาทันใด

ต้องยอมรับว่า ผิดคาดเหมือนกันสำหรับตัวผมเอง เพราะไม่คิดว่าบอร์ดบริหารชุดนี้จะกล้าเลือกร็อดเจอร์ส กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือ ที่ชื่อชั้นยังไม่โด่งดังเหมือนกุนซือหลายคนที่น่าจะมีโอกาสเข้ามาคุมทัพหงส์แดงในฤดูกาล 2012-13

แต่สิ่งที่ผมชอบในกุนซือคนนี้ เห็นจะเป็นอายุ 39 ปีนั่นเอง เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะว่านับตั้งแต่ลิเวอร์พูลตั้ง "เคนนี ดัลกลิช" เป็นผู้เล่น-ผู้จัดการทีม ในช่วงอายุ 34 ปีนั้น เขาเป็นกุนซือรายล่าสุดที่นำทีมเป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 หรือพรีเมียร์ลีกในปัจุบัน

นับจากนั้นหงส์แดงไม่เคยได้แชมป์ลีกสูงสุดอีกเลย เพราะตัวกุนซือที่เข้ามาคุมทีมล้วนอายุมากๆ ทั้งนั้น เรียกว่าอายุเกิน 40 ปีทุกคนเลยก็ว่าได้

แต่ยกเว้น แกรม ซูเนสส์ อดีตนักเตะหงส์แดง ที่เข้ามาคุมทีมแทนดัลกลิช ในปี 1991 ซึ่งตอนนั้นกุนซือชาวสกอตแลนด์ อายุ 38 ปี แต่ก็ทำทีมไม่ประสบความเร็จมากนัก ได้แค่แชมป์เอฟเอ คัพ ปี 1992

จากนั้นในปี 1994 รอย อีแวนส์ หนึ่งในสตาฟฟ์โค้ช ชาวอังกฤษ ขยับขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมแทนซูเนสส์ ในวัย 46 ปี ได้แชมป์โคคา โคลา คัพ ปี 1995

ต่อมาในปี 1998 เชราร์ อุลลิเยร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส เข้ามาคุมทีมแทนด้วยวัย 51 ปี ได้แชมป์เวิร์ทธิงตัน คัพ ปี 2001 และ 2003 แชมป์เอฟเอ คัพ 2001 แชมป์ยูฟ่า คัพ 2001 และแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2001 

ในปี 2004 ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือชาวสเปน เข้ามาคุมลิเวอร์พูลในวัย 44 ปี ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2005 แชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 2005 และแชมป์เอฟเอ คัพ 2006

ก่อนที่ในปี 2010 รอย ฮอดจ์สัน กุนซือชาวอังกฤษ จะเข้ามารับงานแทนด้วยวัย 63 ปี ก่อนที่ดัลกลิชจะหวนกลับมาคุมทีมอีกครั้งในวัย 60 ปี ได้แชมป์คาร์ลิง คัพ 2012

และล่าสุด ร็อดเจอร์ส ในวัย 39 ปี ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีที่ลิเวอร์พูลจะใช้บริการกุนซือหนุ่มเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี

"ร็อดเจอร์ส" คุณพ่อลูกสอง น่าจะมีดีพอที่จะนำทัพหงส์แดงให้กลับมายิ่งใหญ่ ไม่อย่างนั้น บอร์ดบริหารของลิเวอร์พูล คงไม่กล้าตัดสินใจเลือกเขามาคุมทีมอย่างแน่นอน

จะด้วยระบบการทำทีม หรือแท็คติกการเล่นที่ร็อดเจอร์สใช้ในช่วงคุมทีมสวอนซี ดูเป็นผลงานที่สวยหรูสำหรับการนำทีมน้องใหม่ให้รอดจากการตกชั้น แต่สำหรับการคุมทีมลิเวอร์พูล มันไม่เหมือนกัน เพราะหงส์แดงต้องการประสบความสำเร็จในทุกรายการที่ลงแข่งขัน ผิดกันลิบลับกับการคุมทีมสวอนซี

หากร็อดเจอร์สไม่สามารถพิสูจน์ฝีมือในถิ่นแอนฟิลด์ได้ และทีมหมดลุ้นแชมป์ตั้งแต่ยังไม่ผ่านครึ่งฤดูกาลแรก เขาอาจจะประสบชะตาเดียวกันกับที่ฮอดจ์สันเคยเจอมาแล้ว เมื่อถึงตอนนั้น ชื่อของร็อดเจอร์สก็คงไร้ความหมายในถิ่นแอนฟิลด์

แต่ในทางกลับกัน หากหงส์แดงอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ชื่อของร็อดเจอร์สก็จะถูกเล่าขานสืบต่อไป...

jupiter

4fanmeeting@trendvg3.com

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement