advertisement

หรือต้องอำลา 'ดร็อกบา'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 พ.ค. 2555 17:00

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับแฟนบอล "สิงห์บลู" เชลซี เมื่อในที่สุดพวกเขาก็ได้ฉลองแชมป์อันถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ที่จะเติมเต็มความยิ่งใหญ่ให้กับยุคของ โรมัน อับราโมวิช เสียที...

 

อย่างที่เราทราบกันดีครับว่า แชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก หรือสิ่งที่อับราโมวิชถวิลหามาตลอด ซึ่งผู้จัดการทีม 7 คนก่อนหน้านี้ของเชลซี ไม่มีใครมาสนองความต้องการของเขาได้เลยสักคน กระทั่งมาถึงกุนซือที่ "ดูเหมือน" น่าจะเป็นคนที่มีฝีมือการคุมทีมอ่อนด้อยที่สุดอย่าง โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ แถมต้องไม่ลืมด้วยว่า นี่คือการเข้ามาคุมทีมแบบขัดตาทัพในขณะที่ทีมกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากยุคของ อังเดร วิลลาส-โบอัส

ถ้าจำกันได้ หลังการจากไปของ วิลลาส-โบอัส เมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. เคยมีข่าวว่า อับราโมวิชเข้ามาสนามซ้อมและตำหนิผู้เล่นทุกคนอย่างหนักที่ทำผลงานน่าผิดหวัง แถมยังมีข่าวปีนเกลียวกับผู้จัดการทีมอีกต่างหาก แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า หลังจากนั้นแค่เกือบ 3 เดือน พวกเขาคือทีมเจ้ายุโรป แถมด้วยถ้วยแชมป์เอฟเอคัพอีกต่างหาก

ขณะที่เมื่อเกมนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จบลงด้วยการเป็นฮีโร่ของดิ มัตเตโอ กับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ทำให้น่าสนใจครับว่า อนาคตของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรต่อไป จากที่ก่อนหน้านี้แนวโน้มออกมาว่า "ไปแน่"

แต่ทั้งคู่เนื้อหอมอยู่แล้ว รายของดิ มัตเตโอนั้น ได้รับความสนใจจากทั้ง แอสตัน วิลลา กับ ลาซิโอ อยากได้ตัวไปคุมทีม ขณะที่ฝั่งดร็อกบามีข่าวมาตลอดเช่นกันว่า เซียงไฮ เสินหัว ทีมในซุปเปอร์ลีกจีน พร้อมทุ่มเงินค่าจ้างก้อนโต หวังจับไปประสานงานคู่กับ นิโกลาส์ อเนลกา ที่ทำหน้าที่ผู้เล่นควบผู้จัดการทีมในเวลานี้

น่าสนครับว่า อับราโมวิชและฝ่ายบริหารของเชลซี จะเลือกคำตอบไหนให้กับทั้งคู่ จะ "อยู่" หรือ จะ "ไป" กับ 2 ฮีโร่จากมิวนิก

โดยเฉพาะรายของดร็อกบา เพราะเขาเปรียบเหมือนเป็นกองหน้าคู่บุญของอับราโมวิชไปแล้ว หลังจากเข้ามาซื้อสโมสรในปี 2003 จากนั้นปีต่อมา 2004 ดร็อกบาก็ถูก โจเซ มูรินโญ ซื้อตัวมาร่วมทีมและกลายเป็นกำลังสำคัญตลอดหลายผู้จัดการทีมที่ผ่านมา

แชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, เอฟเอคัพ 4 สมัย, ลีกคัพ 2 สมัย ดร็อกบาเหมือนเชลซีล่ะครับ ที่คว้าแชมป์มาเกือบทุกรายการ ก่อนได้แชมป์แชมเปียนส์ลีกเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายเติมเต็มเกียรติประวัติของตัวเอง แถมปิดฉากได้อย่างฮีโร่อีกต่างหาก เมื่อทั้งเป็นคนโหม่งตีเสมอให้ทีม และยังเป็นคนสังหารจุดโทษลูกสำคัญให้ทีมได้แชมป์ ซึ่งมันคงน่าเสียดายมากถ้าหากเขาจะต้องพลาดโอกาสหยิบอีก 2 ความภาคภูมิใจในปีหน้าอย่างซุปเปอร์คัพ และสโมสรโลก

ใจหายจริงๆ ครับ ถ้าฤดูกาลหน้า เชลซีจะไม่มีกองหน้าเบอร์ 11 ที่ชื่อว่า "ดร็อกบา" อีกแล้ว...



No.18

4fanmeeting@trendvg3.com

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement