advertisement

"อดุลย์"สั่งเข้มเช็กบิลขจัด"สีกากี"เลว!"พงศพัศ"ตามล้างยึดทรัพย์

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 28 ต.ค. 2555 05:00

เป็นเรื่องฉาวโฉ่ขึ้นมาอีกครั้งกับการรวบเครือข่ายคดียาเสพติดรายใหญ่ที่มีนายฐิติ หรือเอ๋ เพ็งสุข และ ด.ต.มนัส เสือโพธิ์ ผบ.หมู่ จร.สน.ประชาชื่น พร้อมของกลางยาบ้า 1,280,000 เม็ด ยาไอซ์ 5 กิโลกรัม ขณะลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จ.เชียงราย เข้าสู่พื้นที่ อ.งาว จ.ลำปาง

จากด่านสกัดกั้นยาเสพติดจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้าและยาไอซ์

ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักงาน ป.ป.ส. ขยายผลยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 77.77 ล้านบาท

ตามมาด้วยคดีจับกุม ร.ต.ต.ประพันธ์  เนตรสุวรรณ รอง สวป.สภ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่ถูกจับกุมที่ด่านสกัดกั้นยาเสพติดของ สภ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 1,000 เม็ด

เป็นความเจ็บปวดของตำรวจที่มี “ตำรวจนอกแถว” บางคนทำความเสื่อมเสียให้กับตำรวจน้ำดีที่ทุ่มเทเสียสละทำงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด

ต้องชมเชยความเด็ดขาดนโยบายปราบปรามยาเสพติดของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ไม่คิดปกป้อง คุ้มครอง ช่วยเหลือ “ตำรวจนอกแถว” ที่มีส่วนพัวพันขบวนการค้ายาเสพติด

พล.ต.อ.อดุลย์มีคำสั่งให้ดำเนินคดีอาญาและวินัยอย่างเฉียบขาดทันที

ไม่ยอมปล่อยให้ตำรวจชั่วอาศัยใช้เครื่องแบบตำรวจฉกฉวยผลประโยชน์

มีการขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง และเข้าตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเครือข่ายยาเสพติด พร้อมงัด “กฎเหล็ก” คำสั่ง ตร.ที่ 1212 ลงโทษผู้บังคับบัญชาที่ไม่ใส่ใจผู้ใต้บังคับบัญชาสั่งให้จเรตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ตรวจสอบพฤติกรรมตำรวจนอกแถว

เป็นมาตรการที่เข้มข้นของ พล.ต.อ.อดุลย์ กดดันเครือข่ายยาเสพติดอย่างเป็นระบบทุกส่วน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนที่ตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดที่มีผลประโยชน์มหาศาล

นโยบายภาพรวมยาเสพติด พล.ต.อ.อดุลย์ลงมารับผิดชอบเต็มตัว แต่วางตัว พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. สานต่อนโยบายปราบปรามยาเสพติดร่วมกับ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. แกนหลักสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายยาเสพติดตั้งแต่สมัย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร.

ประสานความร่วมมือใกล้ชิด พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ เลขาธิการสำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเป็นนายตำรวจที่นายกรัฐมนตรีไว้วางใจให้เข้ามาสานต่อนโยบายสำคัญของรัฐบาล

โดยเฉพาะการหาความร่วมมือเพื่อทำให้ชุมชนเข้มแข็ง และมาตรการยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด

จนมีผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ทั้งในพื้นที่ภาคเหนือ ต่างจังหวัด และ กทม.อย่างต่อเนื่อง ทั้งคดีขยายผลต่อเนื่องของ บช.ปส. และ บช.ภ.5 จับกุมนายเกรียงไกร แซ่ลื่อ กับพวก 5 คน พร้อมของกลางยาบ้า 400,000 เม็ด ซุกซ่อนบนรถกระบะที่ดัดแปลงเป็นช่องลับระหว่างลำเลียงจากชายแดนไทย-พม่า ด้าน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เข้ามาส่งผู้รับซื้อที่ จ.เชียงใหม่

ชุดสกัดกั้นยาเสพติด บช.ปส.ที่มี พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผบก.ประจำ บช.ปส. จับกุมรถบรรทุกสิบล้อบรรทุกถ่านลิกไนต์ลักลอบขนยาบ้า  900,000 เม็ด และยาไอซ์ 50 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท และคดีล่าสุดที่ชุดสกัดกั้นยาเสพติด บช.ปส.ขยายผลจับกุมยาบ้าที่มีบริษัทรับส่งสินค้าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ น่าจะมีส่วนรู้เห็นเป็นใจของผู้ปกครองในการจัดส่งยาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่ในกล่องที่อ้างเป็นผักสลัดนำส่งขายภายในตลาดไท

เป็นผลจากข้อมูลของศูนย์สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ป้ายทะเบียนรถอัตโนมัติที่วิ่งผ่านด่านสกัดกั้นกว่า 100 ด่านในพื้นที่ภาคเหนือ คัดกรองรถเป้าหมายที่เข้า-ออกพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ อดีต ผบ.ตร. ใช้สกัดกั้นยาเสพติดได้ผล

โดยมี พล.ต.อ.สมยศ และ พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนร่วมกับ พล.ต.อ.พงศพัศ  พงษ์เจริญ เลขาธิการ ป.ป.ส. ที่มีนโยบายเข้มชุมชนเป้าหมายกับโครงการ “ชุมชนอุ่นใจได้ลูกหลานกลับคืน” และดำเนินมาตรการสืบค้นยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด

เป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติด จาก “วาระแห่งชาติ” ไปสู่ “วาระภูมิภาค” สมัยที่รับหน้าที่เลขาฯสำนักงาน ป.ป.ส. พล.ต.อ.อดุลย์ได้ดำเนินการผ่านกรอบความร่วมมือ ภายใต้บันทึกความเข้าใจ 7 ฝ่ายระหว่างกัมพูชา จีน พม่า ลาว ไทย เวียดนาม และสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ จนทำให้ภาพรวมนโยบายยาเสพติดของรัฐบาลเป็นที่ยอมรับอย่างมาก

ช่วงปี 2555 จับกุมคดียาเสพติด 375,226 คดี ผู้ต้องหา 375,792 คน จับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ 71,846 คน ตรวจยึดของกลางยาบ้า 70,429,600 เม็ด ไอซ์ 1,975 กิโลกรัม เฮโรอีน 238 กิโลกรัม กัญชาแห้ง 10,316 กิโลกรัม ยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด 4,884 ราย มูลค่าทรัพย์สิน 1,776.79 ล้านบาท

เป็นผลงานสำคัญของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ อดีต ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.อดุลย์ สมัยที่เป็นเลขาฯสำนักงาน ป.ป.ส. โดยในปีนี้ได้ พล.ต.อ.พงศพัศ เข้ามาเป็นผู้ขับเคลื่อนนโยบายยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

ทำให้มาตรการสกัดกั้นยาเสพติดสอดประสานอย่างลงตัวของตำรวจ ทหาร และสำนักงาน ป.ป.ส.

การประชุมศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กำหนดภารกิจการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นภารกิจที่สำคัญของตำรวจ ที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน และต่อเนื่อง

ประสบการณ์ พล.ต.อ.อดุลย์เติบโตในหน่วยปฏิบัติมาโดยตลอด ได้เห็นผลสะท้อนผู้ต้องหายาเสพติด จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความผิดคดีอาญาประเภทอื่นๆ ทั้งคดีเกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน

หากลดปัญหายาเสพติดได้จะลดปัญหาอาชญากรรมด้านอื่นได้อย่างแน่นอน

แม้จะมีปัญหา “ตำรวจนอกแถว” แต่ไม่ได้ทำให้ พล.ต.อ.อดุลย์ท้อถอย แต่ได้นำบทเรียนในอดีตมาใช้เป็นคำสั่งกำชับผู้บังคับบัญชากำชับกวดขันวินัยตำรวจในสังกัดไม่ให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเด็ดขาด ปัดกวาดบ้านตำรวจเองให้พร้อม เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศ.....

“การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นภารกิจที่สำคัญของตำรวจที่ต้องดำเนินการเร่งด่วนและต่อเนื่อง ตำรวจเป็นเจ้าภาพในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดจะต้องสอดแทรกทุกภารกิจ ทั้งการปราบปราม สกัดกั้นแนวชายแดนร่วมกับทหาร การป้องกันกลุ่มเสี่ยงตามโครงการตำรวจ D.A.R.E. การค้นหาผู้เสพจากชุมชนกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่การบำบัด และประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งให้ความสำคัญการข่าวเป็นหัวใจในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเป็นกลไกสำคัญของนโยบายรัฐบาล ในการปราบปรามมี 5 แผนงาน ให้อาศัยการประสานงานเพื่อลดการนำเข้า ปราบปรามเครือข่ายการค้าหรือผู้ค้า และลดความต้องการใช้ยาเสพติด การลดจำนวนผู้ติดยาหรือผู้เสพลง มีการกำหนดเป้าหมายเครือข่ายยาเสพติด 40,000 หมายจับ และยึดทรัพย์สิน 2,000 ล้านบาท”

“จะป้องกันปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นตามนโยบายรัฐบาล โดยยึดกฎหมายและหลักนิติธรรมปราบปรามจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ลำเลียงยาเสพติดในทุกระดับ โดยเน้นผู้ค้ารายย่อยในชุมชน เครือข่ายและขยายผลจับกุมทุกราย ประสานความร่วมมือการป้องกันปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ ได้กำชับผู้บังคับบัญชาให้ตรวจสอบดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด พร้อมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างเฉียบขาด และพิจารณาข้อบกพร่องของผู้รับผิดชอบตามคำสั่ง ตร.ที่ 1212/2537 โดยเคร่งครัด ขอยืนยันว่าจะไม่ปล่อยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำผิดเอาไว้ จะต้องได้รับโทษทางอาญาและวินัย ตัดได้ต้องตัดให้หมด เพื่อไม่ให้ตำรวจกลุ่มนี้ทำลายขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนใหญ่ที่ทุ่มเทเสียสละทำงาน”

การขับเคลื่อนนโยบายที่เข้มแข็งของ  พล.ต.อ.อดุลย์ เพื่อลดสถานการณ์ยาเสพติดยังอยู่ในระดับที่รุนแรงลงมา แม้จะมีความพยายามปราบปราม และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดมาโดยตลอด

แต่มหันตภัยยาเสพติดยังคงเป็นปัญหาใหญ่ต่อสังคม ชุมชน สถาบันการศึกษา และครอบครัว ที่มีผลกระทบอย่างหนักต่อความมั่นคงของประเทศ นโยบายหลักของ พล.ต.อ.อดุลย์ เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ได้มากที่สุด

การบริหารสั่งการภายใต้สภาพปัญหาที่แท้จริง จะนำไปสู่การกำหนดวิธีการป้องกัน และแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง นำไปสู่การปฏิบัติที่แข็งแรง

ภายใต้การคุมนโยบายของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.


ทีมข่าวอาชญากรรม

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement