advertisement

"เพรียวพันธ์"ล็อกเป้า กวาดอาวุธปืนบนถนน เข้มรถโมบาย-ด่าน

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 24 มิ.ย. 2555 05:01

“การทำอะไรทำให้ประชาชนมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไม่สบายใจที่จะปล่อยให้ลูกหลานออกไปนอกบ้าน เพราะความไม่ปลอดภัยจากกลุ่มวัยรุ่นกวนเมือง แก๊งเด็กแว้น จยย.ซิ่ง กลุ่มนักเรียนนักเลงยกพวกตีกัน ผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มเข้ามาใช้อาวุธทำร้ายร่างกาย จนทำให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทย เป็นหน้าที่ของตำรวจกำหนดมาตรการในการป้องกัน ตรวจค้น จับกุม เพื่อทำให้คนเกรงกลัวไม่พกอาวุธ แต่ไม่ใช่การตั้งด่านเหมือนที่ผ่านมา แต่จะใช้รถเอกซเรย์ยาเสพติดของ บช.ปส.ที่ใช้ในการตรวจค้นยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือเข้ามาตรวจรถต้องสงสัยเพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด โดยจะให้มีนายตำรวจผู้ใหญ่เข้ามาร่วมตรวจค้นเพื่อให้เป็นไปด้วยความเข้มแข็ง”

เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์  ผบ.ตร. กับผลกระทบที่เกิดขึ้นในสังคมกับภัยสังคมที่เกิดจากแก๊งวัยรุ่นป่วนเมือง เด็กแว้น นักเรียนอาชีวะยกพวกตีกัน  และผู้มีอิทธิพลใช้อาวุธปืนก่อเหตุทำร้ายกัน จนทำให้พี่น้องประชาชนคนอื่นได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต

จากคดีกลุ่มนักเรียนช่างกลใช้อาวุธปืนยิงใส่รถเมล์สาย 59 ที่วิ่งระหว่างรังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จนเป็นเหตุให้นักเรียนอาชีวะคู่อริต่างสถาบัน และผู้โดยสารที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เสียชีวิต

เหตุการณ์กลุ่ม จยย.ป่วนเมืองไล่ยิงคู่อริเข้าไปในร้านอาหารกลางเมืองราชบุรี จนทำให้ผู้บริสุทธิ์ถูกลูกหลงเสียชีวิต

คนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่ม 5 ศพ ร้านคาราโอเกะ ริมถนนบ้านนา-แก่งคอย อ.แก่งคอย จ.สระบุรี

คดีที่มีคนร้ายใช้อาวุธสงครามปล้นร้านทอง ธนาคาร รถขนเงินธนาคาร

คดีเด็กแว้น และผู้ค้ายาเสพติดใช้อาวุธยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเหี้ยมเกรียมไม่เกรงกลัวกฎหมาย

เป็นคดีที่แสดงให้เห็นความฮึกเหิม อุกอาจของกลุ่มคนที่ไม่ได้คิดเกรงกลัวต่ออำนาจกฎหมาย

ความคึกคะนองของคนบางกลุ่ม แต่เป็นเหตุให้เกิดความสูญเสียสร้างความหวาดกลัวให้คนอื่น

ซึ่งสาเหตุหลักสำคัญมาจากอาวุธปืนที่ไหลทะลักเข้าประเทศจำนวนมาก

เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นมานานในสังคมไทย แต่ไม่มีใครคิดหาทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

จากแนวโน้มสถานการณ์ที่มีอาวุธปืนเข้ามาเกี่ยวข้องทวีความรุนแรง ประชาชนคนบริสุทธิ์ถูกทำร้ายเสียชีวิต หลายคนไม่กล้าเดินทางออกนอกบ้าน

ประชาชนขาดความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นปัญหาหนักอกที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ต้องมาคิดหาทางป้องกันก่อนที่จะบานปลายไปมากกว่านี้

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ไม่รีรอที่จะเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง หามาตรการสกัดกั้นการระบาดของอาวุธปืน อาวุธสงคราม ต้นเหตุของคดีอาชญากรรม

มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่า รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ โชติมา ผบช.ปส. พล.ต.ท.หาญพล นิตย์วิบูลย์ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ว่าที่ ผบช.น. เข้าร่วมเป็นคณะทำงานเพื่อสกัดกั้นการพกพาอาวุธ และยาเสพติดในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล

ซึ่งแต่ละคนล้วนมีชื่อชั้นประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ

พล.ต.อ.วรพงษ์ ผ่านงานทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ บช.ก. และ บช.น. พล.ต.อ.สมยศ อดีตเป็น ผบช.ก. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องระบบการสืบสวนเครือข่ายยาเสพติด พล.ต.ท.หาญพล และ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ เป็นมือปราบปรามที่ได้รับการยอมรับ

เป็นการรวมความคิดของนายตำรวจที่มีประสบการณ์เข้ามาคลี่คลายสถานการณ์

จากแนวโน้มการก่อคดีอาชญากรรมที่คนร้ายใช้อาวุธทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

ไม่มีขอบเขต ไม่มีมาตรฐานในการควบคุมอาวุธปืนอย่างเป็นจริงเป็นจัง

เป็นเหตุให้อาวุธปืน อาวุธสงคราม ระเบิด ไหลทะลักเข้ามา

เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ความสำคัญในการตรวจตรา และการบังคับใช้กฎหมาย

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ความเหิมเกริมของกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่ได้คิดยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง

กลายเป็นภัยคุกคามสังคม

โดยทุกคนไม่มีโอกาสได้รับรู้ว่าตัวเองจะเป็น “เหยื่อ” หรือ “ลูกหลง”

เป็นปัญหาที่เกาะกินความรู้สึกหวาดผวาของพี่น้องคนหาเช้ากินค่ำ

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์จำเป็นต้องหันมา “ขันนอต” ตำรวจใหญ่อีกครั้ง ยกนโยบายการตรวจค้นอาวุธปืนและยาเสพติดในพื้นที่ กทม. และปริมณฑลนำร่อง

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ได้นำรถเอกซเรย์ยาเสพติดของ บช.ปส.เข้ามาสนับสนุนในการตรวจค้นอาวุธปืน ยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย

แต่เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์

เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจค้นเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดที่ไหลทะลักเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน

มีการดัดแปลงรถสแกนทะเบียนรถที่มีประวัติ แจ้งหาย ถูกโจรกรรม ซึ่งได้มาจากการเดินทางไปประสานขอความร่วมมือจากหน่วยงานสืบสวน “เอฟบีไอ” และ “ซีไอเอ” ประเทศสหรัฐอเมริกา

โดย พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ได้พัฒนาเครื่องมือที่ทันสมัยใช้ในการควบคุมคดีอาชญากรรม

เป็นงานใหญ่อีกงานที่ พล.ต.อ.เพรียว-พันธ์ไม่ได้มองข้าม

โดยเฉพาะนครบาล พล.ต.ต.คำรณวิทย์ได้มีคำสั่งให้ทุก บก.ให้มีผลการตรวจค้นจับกุมอาวุธปืนตั้งเป้าตามที่ได้วางไว้ในแผน รวมถึงสถานบริการ ยานพาหนะ ที่ต้องสงสัยมีอาวุธปืนและยาเสพติด

ทุกฝ่ายได้เดินหน้าเพื่อทำให้เกิดความสงบเรียบร้อยในประเทศ

“จะเพิ่มมาตรการในการกวดขันเจ้าหน้าที่ตำรวจเรื่องการทำงานให้ได้ผลมีประสิทธิภาพ เรื่องอาวุธปืนมีมานาน แต่ขณะนี้อาวุธปืนเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย ทุกวันนี้คนพกอาวุธปืนมาก แต่เป็นปืนที่ไม่ถูกต้องทั้งนั้น ถึงแม้จะเป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียน แต่ห้ามพกพา ตรงนี้ต้องกวดขันเพิ่มขึ้น จะเร่งดำเนินการเรื่องปืนกับเรื่องยาเสพติด จะต้องหามาตรการเพื่อทำให้ปืนลดลง ผู้ที่พกพาอาวุธปืนต้องถูกจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนน้อมรับเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ขอเตือนผู้ที่คิดพกพาอาวุธปืนไว้ก่อเหตุ มียาเสพติดให้โทษไว้จำหน่ายให้ระวัง หากตรวจค้นจับกุมได้ จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีการละเว้น”

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ย้ำหนักแน่นกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” เกี่ยวกับการยกเครื่องใหญ่ของ สตช. “จะเริ่มดำเนินการตรวจค้นจับอาวุธปืน วัตถุต้องสงสัย และยาเสพติด ทันที เพื่อไม่ให้เล็ดลอดนำมาก่อเหตุคดีอาชญากรรม โดยมีเป้าหมายสถานบริการ ยานพาหนะ ที่มีประวัติการก่อเหตุเป็นประจำ จะนำรถเอกซเรย์เคลื่อนที่เข้ามาร่วมกับด่านตรวจค้นเพื่อให้เกิดความละเอียด และไม่ให้กระทบประชาชนที่ใช้เส้นทาง ซึ่งมีการจัดเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญร่วมกันของ บช.ปส. บช.น. และ  บช.ก.กระจายกำลังเข้าตรวจค้นในแต่ละพื้นที่ ในส่วนของ ผบช.ทุกภาค จะต้องมีการเร่งรัดตรวจค้น จับกุมอาวุธปืน โดยจะมีการประเมินผลงานของ ผบช.ทุกคน หากพื้นที่ไหนย่อหย่อน ปล่อยปละละเลย ไม่ให้ความสำคัญในนโยบาย จะมีมาตรการดำเนินการทันที”

เป็นงานสำคัญของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ที่ได้ลงมาสัมผัสกับทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน  เป็นวิสัยทัศน์ของผู้นำตำรวจที่เติบโตมาในแวดวงตำรวจ

มองการณ์ไกลในเรื่องคดีอาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อสังคม

โดยพัฒนาเครื่องมือที่ทันสมัยประยุกต์เพื่อทำให้เกิดความอบอุ่นและมั่นใจของผู้คน.


ทีมข่าวอาชญากรรม

โหวตข่าวนี้