advertisement

เปิดตัว "ปานศิริ ประภาวัต" เปิดเกมรุกเร่งด่วน! จับโจร-จัดระเบียบสังคม

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 20 พ.ค. 2555 05:00

จากคำสั่งตรง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. จัดชุดเฉพาะกิจตำรวจกองปราบปรามเข้าจับกุมตู้สลอตแมชีนในพื้นที่เมืองขอนแก่น และ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ในพื้นที่รับผิดชอบตำรวจภาค 4

ทำให้มีคำสั่งโยกย้าย ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ผกก.สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น

จน กลายเป็นคำสั่งกำชับการปฏิบัติเกี่ยวกับแหล่งอบายมุข บ่อนการพนัน และสถานบริการผิดกฎหมายที่เน้นย้ำหัวหน้าสถานีตำรวจ กวดขันอบายมุขทุกประเภท

โดยเฉพาะตู้ไฟฟ้าในพื้นที่อย่างเข้มข้น

หากปล่อยปละละเลย เพิกเฉย บกพร่อง ให้พิจารณาดำเนินการทั้งทางวินัยและทางปกครอง

เป็นมาตรการที่เข้มข้นอีกครั้งของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ตั้งแต่ที่เข้ามารับตำแหน่ง ผบ.ตร.

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ได้เข้ามารักษาการ ผบ.ตร. ในช่วง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์เดินทางไปหารือหน่วยงานสืบสวนสำคัญของประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ได้มีคำสั่งกำชับเรื่องแหล่งอบายมุข บ่อนการพนัน และสถานบริการผิดกฎหมาย

เป็นการออกมาตอกย้ำ “กฎเหล็ก” ของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์

พร้อมกับกำหนด นโยบายเร่งด่วน 7 เรื่อง กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่

คือ ลำดับแรก แหล่งอบายมุข บ่อนการพนัน ตู้ม้า โต๊ะบอล ให้ผู้บังคับบัญชาระดับ บช.และ บก.ต้องลงไปสั่งการ ตรวจสอบ ควบคุม ดูแลผู้มีหน้าที่รับผิดชอบด้วยตัวเอง เจ้าหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เข้าไปมีผลประโยชน์ ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2548

กำชับลำดับสองคือ การแข่งรถในทาง เป็นเรื่องที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งเป็นความสูญเสียทั้งต่อชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของผู้อื่นและตนเอง

ทั้งยังเป็นต้นเหตุของอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ เพราะสิ่งที่แฝงในกลุ่มที่แข่งรถ คือการพนัน และยาเสพติด

มีคำสั่งกำชับให้ตรวจจับร้านแต่งรถ จยย.สำหรับใช้แข่งขันและดำเนินการกับบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ที่มีส่วนส่งเสริม ยินยอมให้เด็กหรือเยาวชนประพฤติตนไม่เหมาะสม

3.สถานบริการ เป็นแหล่งเพาะเพิ่มอาชญากรรม ซึ่งในพื้นที่ กทม. มีสถานบริการ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตอยู่อย่างหนาแน่นและปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการ

พล.ต.อ.ปานศิริ ได้เน้นแนวทาง “5 ไม่” คือ ไม่เป็นที่มั่วสุมของเด็กและเยาวชน ไม่มียาเสพติด ไม่เปิดเกินเวลา ไม่ผิดกฎหมาย ต้องมีใบอนุญาตถูกต้อง และไม่มีการพกพาอาวุธ

4.ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ได้กำชับให้ลดความรุนแรงของอาชญากรรม และลดความหวาดระแวง จะทำให้ประชาชนรู้สึกมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ตำรวจต้องควบคุมอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ “สาธารณะ” ให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ที่เป็นปกติสุขของพี่น้องประชาชน 5.ปัญหาการทะเลาะวิวาทนักเรียน นักศึกษา ได้กำชับหัวหน้าสถานีสำรวจปัญหาความขัดแย้งดำเนินการป้องกันก่อนเกิดเหตุ การบูรณาการทำงานร่วมกับสถาบันศึกษา

6.อิทธิพล มือปืนรับจ้าง หนี้นอกระบบ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้น ทั้งผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง การทวงหนี้นอกระบบ เพื่อตัดวงจรของผู้มีอิทธิพลที่จะก่ออาชญากรรม อย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลาม บานปลาย จนถึงขั้นเอาชีวิตกัน

ลำดับสุดท้าย คือ มาตรการรับเปิดเทอม จะต้องทำมาตรการเชิงรุกในการรักษาความปลอดภัยของเด็ก เยาวชน โดยเน้นพื้นที่ล่อแหลม เสี่ยงต่อการคุกคามทางเพศ กวดขันสถานบริการ ร้านเกม และร้านอินเตอร์เน็ต

เป็นการขยับมาตรการเชิงรุกของ พล.ต.อ.ปานศิริ สานต่อนโยบาย พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ในช่วงที่เข้ามารักษาการ ผบ.ตร.

โดยเน้นกำชับระดับ ผบช. และ ผบก.อย่าปล่อยปละละเลยสิ่งที่เป็นปัญหากระทบความรู้สึกของพี่น้องประชาชน ซึ่งทุกเรื่องเป็นหน้าที่ของตำรวจจะต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้

ด้วยประสบการณ์ทำงานของ พล.ต.อ.ปานศิริ ที่ผ่านงานทั้งหน่วยสนับสนุน ตำรวจภูธร ตำรวจนครบาล ทั้ง รอง ผบช.ก. ผบช.ภ.1 และ ผบช.น. ทำให้มองเห็นความเชื่อมโยงของปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

แม้จะเป็นช่วงไม่นาน พล.ต.อ.ปานศิริได้ออกคำสั่งเตือนตำรวจ เป้าหมายลดความรุนแรงของอาชญากรรม และลดความหวาดระแวง ทำให้ประชาชนมีความรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยภารกิจหลักอยู่ที่พื้นที่ กทม. แต่ด้วยความเข้มแข็งและตั้งใจของ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. คุมทีมออกแผนสกัดจับนักแข่งซิ่งป่วนเมือง ผู้ต้องหาคดีหมายจับเก่า และกำหนดมาตรการจราจรรับเปิดเทอม

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ย้ำด้วยว่า “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายที่จะดำเนินการในช่วงระยะ 4 ปี ด้านการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยเหลือประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการสืบสวนสอบสวน การป้องกันปราบปราม การป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุกโดยประชาชนมีส่วนร่วม และส่งเสริมให้ประชาชนมีโอกาสได้รับข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ ให้มีกลไกการบริหารจัดการแบบครบวงจร วิเคราะห์แนวโน้มอาชญากรรมล่วงหน้า เพื่อป้องปรามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และนโยบายสำคัญของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ต้องการให้ตำรวจเป็นมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน จะต้องลดความรุนแรงของอาชญากรรม และลดความหวาดระแวง”

“ปัจจุบันพบว่าอาชญากรรมมีแนวโน้มสูงขึ้น ผู้มีอิทธิพลใช้มือปืนในการก่อเหตุ มีการระบาดของแหล่งอบายมุข บ่อนการพนัน ตู้ม้า โต๊ะพนันบอล สถานบริการ การแข่งซิ่งบนท้องถนน ปัญหาการทะเลาะวิวาทนักเรียน นักศึกษา มาตรการรับเปิดเทอม ซึ่งเป็นหน้าที่ตำรวจจะต้องควบคุมอาชญากรรมในพื้นที่สาธารณะให้อยู่ในระดับที่ไม่กระทบต่อความเป็นอยู่ที่เป็นปกติสุขของพี่น้องประชาชนและจะทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน”

“โดยเฉพาะเรื่องการควบคุมแหล่งอบายมุข บ่อนการพนัน ตู้ม้า การปราบปรามผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง หนี้นอกระบบ ซึ่ง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ได้เรียกประชุมเพื่อกำชับมาตรการและแนวทางในการปฏิบัติ โดยเฉพาะ ผบช.และ ผบก. ที่รับผิดชอบพื้นที่กำหนดมาตรการเพื่อรักษาพื้นที่อย่างจริงจัง ทั้งปลอดจากแหล่งอบายมุขมอมเมาเยาวชน และยุติความขัดแย้งที่จะก่อให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ ผู้มีอิทธิพลที่ใช้กลุ่มมือปืนติดตามเร่งรัดหนี้สินนอกระบบ ขัดผลประโยชน์ ขัดแย้งการเมือง จะต้องไม่ปล่อยให้ปัญหาลุกลามบานปลาย”

น่าจะเป็นการ “ขันนอต” ครั้งใหญ่ของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ และ พล.ต.อ.ปานศิริ ทั้งในเรื่องคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญ ทั้งผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในสังคม นักเรียนยกพวกตีกัน แข่งรถซิ่งบนถนน ทุกเรื่องล้วนเป็นความคาดหวังของประชาชนที่มีตำรวจเป็นผู้แบกรับไว้ทั้งสิ้น

สถานบริการ บ่อนการพนัน และตู้ม้าที่มีหลายกลุ่มที่เข้ามาเกี่ยวข้องผลประโยชน์

ไม่ใช่กำชับธรรมดาเพราะเป็นเรื่องที่รู้กันในพื้นที่ แต่เมื่อปล่อยกันจนล้นเหมือนตำรวจภาค 4

จำเป็นต้องมีการลงโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง บช.อื่น.

ทีมข่าวอาชญากรรม

โหวตข่าวนี้