“นโยบายสำคัญที่เป็นหลักของตำรวจ นครบาลคือ การปกป้องเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์และป้องกันปราบปรามกลุ่มผู้มีอิทธิพลที่สร้างความเดือดร้อนเบียดเบียนคนหาเช้ากินค่ำ ผู้ประกอบการ ผู้ขับขี่รถแท็กซี่รับจ้าง ผู้ขับขี่รถ จยย.รับจ้าง ไม่ให้มีการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ก่อเหตุข่มขู่ ทำร้ายร่างกายหรือกระทำการใดๆ ให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว
“จะเริ่มปัดกวาดในส่วนของ “ตำรวจนอกแถว” ที่ทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล เป็นผู้กว้างขวาง ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ยุ่งเกี่ยวพัวพันเครือข่ายยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นวาระแห่งชาติ ได้พูดกันชัดแล้ว ไม่ให้ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวการเรียกรับผลประโยชน์ เพราะทุกคนได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาทำหน้าที่ จะต้องตั้งใจทำงานเพื่อให้พี่น้องประชาชนชื่นชม หากมีกรณีร้องเรียนมีข้อมูลที่รับฟังได้จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดทุกราย”
เป็นคำประกาศนโยบายที่ชัดเจนของ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. กับความไว้วางใจที่ได้รับจากทุกฝ่ายให้เข้ามารับตำแหน่งใหญ่คุมพื้นที่หัวใจสำคัญของประเทศ
พร้อมกับนโยบายในด้านการป้องกันปราบปรามคดีอาชญากรรม การป้องกันเหตุลักทรัพย์ในเคหสถาน การวิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ โดยใช้รถ จยย. โจรกรรมรถยนต์และรถ จยย. การป้องกันเหตุชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ร้านค้าทอง ธนาคาร และร้านสะดวกซื้อ
การจับกุมคดีค้างเก่า บุคคลตามหมายจับในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ การจับกุมผู้จำหน่ายยาเสพติดรายย่อย การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การจัดระเบียบสังคม มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในสถานบริการ สถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ต โต๊ะสนุ้กเกอร์ และสถานที่ที่อาจใช้เป็นแหล่งมั่วสุมของเด็กและเยาวชน
ขยับโครงการ “1 ตำรวจ 4 อาสา” ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรม และยาเสพติดในชุมชนและหมู่บ้านที่พักอาศัย
มุ่งเน้นให้สถานีตำรวจ ทั้ง 88 แห่ง เป็นศูนย์กลางการอำนวยความยุติธรรมและให้บริการประชาชนอย่างแท้จริง มีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอย่างสูงสุด
ซึ่งผลทดลองปฏิบัติอย่างจริงจังในพื้นที่ 10 สถานีตำรวจ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากชุมชน

แต่ที่เป็นนโยบายเร่งด่วนของ พล.ต.ท.วินัย คือ การป้องกันปราบปรามผู้มีอิทธิพลที่สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ผู้ประกอบการ ผู้ขับขี่รถ จยย.รับจ้าง และรถแท็กซี่รับจ้าง
มีคำสั่งให้ทุกสถานีตำรวจดูแลไม่ให้มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ไม่ให้มีการเรียกค่าคุ้มครอง ก่อเหตุข่มขู่ ทำร้ายร่างกายหรือทำให้ประชาชนหวาดกลัว
กำชับไม่ให้ตำรวจทุกนายเข้าไปเกี่ยวข้องหรือเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ขับขี่รถ จยย.อย่างเด็ดขาด โดยมอบหมายให้ พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบก.สส.บช.น. สืบสวนหาข่าวกลุ่มผู้มีอิทธิพลและเจ้าหน้าที่รัฐที่ประพฤติตนไม่เหมาะสม และรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมาย
เป็นสิ่งที่ไม่ได้นอกเหนือจากที่คาดหมายกับของ วินัย ทองสอง นายตำรวจที่ได้ชื่อในเรื่องวินัย เป็นสุภาพบุรุษสีกากี ทำงานหนัก พูดน้อย ไม่ชอบการเอาเปรียบหรือรังแกคนอื่น

ชีวิตรับราชการ นรต.รุ่น 32 ที่มีเพื่อนร่วมรุ่นคนดัง อาทิ พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น. รับราชการครั้งแรกเป็น รอง สว.ป.สน.ปทุมวัน รอง สวส.สน.ปทุมวัน นว.ผบก.บก.ภ.12 และนายเวร พล.ต.อ.ณรงค์วิช ไทยทอง อดีต รอง ผบ.ตร. สมัยที่เป็นเลขานุการกรมตำรวจ
ซึ่งถือเป็นแบบอย่างที่ดีเส้นทางชีวิตราชการของ พล.ต.ท.วินัย
ก่อนขยับเป็น สวส.สภ.เมืองชัยภูมิ สวส.สภ.ต.พัทยา จ.ชลบุรี รอง ผกก.4 บก.อก.รร.นรต. รอง ผกก.สภ.อ.สามพราน จ.นครปฐม รอง ผกก.หน.สภ.ต.คูคต จ.ปทุมธานี ผกก.สภ.อ.บางปะอิน
จ.พระนครศรีอยุธยา ผกก.5 ป. รอง ผบก.ป. ผบก.ป.สมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี และโยกมาเป็น ผบก.สบส.สมัยรัฐบาล คมช.
ก่อนขยับเป็น รอง ผบช.ส. รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. รอง ผบช.ก. และ ผบช.น.
พล.ต.ท.วินัย ได้ผ่านร้อนผ่านหนาว เป็นนายตำรวจที่ผ่านงานทุกด้าน ทั้งงานสืบสวน สอบสวน ป้องกันปราบปราม และฝ่ายอำนวยการ ทั้งภูธร นครบาล สอบสวนกลาง และหน่วยข่าวกรอง เหนือกว่านายตำรวจคนอื่นอีกมาก ทำให้มุมมอง แนวคิด ที่หลากหลาย เข้าใจตำรวจ ทั้งฝ่ายปฏิบัติ ฝ่ายสนับสนุน และหน่วยข่าวกรอง
ได้เห็นภาพความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนยากจนที่ถูกขูดรีดจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล ทั้งคนมีสี และมาเฟียนอกกฎหมาย ที่ชอบเอารัดเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่า จนใช้เป็นนโยบายสำคัญของตำรวจนครบาล
แต่ที่โดดเด่นเป็นชื่อชั้นในเรื่องการปราบปราม ตั้งแต่สมัยที่เป็น รอง ผบก.ป. และ ผบก.ป.

มีส่วนปิดคดีสำคัญมานับไม่ถ้วน ทั้งคดีฆ่านายเจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ต.บ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และแกนนำต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก และคดีฆาตกรรม ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.ราชบุรี ซึ่งสำนวนที่แน่นหนาทำให้ศาลมีคำสั่งประหารชีวิตผู้ก่อเหตุ
จนเข้ามารับตำแหน่ง ผบช.น. ได้คล่ีคลายคดีสำคัญแทบทุกคดี...
คดีจับกุมคนร้ายร่วมกันปล้นทรัพย์นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม คดีจับกุมผู้ต้องหาแก๊งป่วนเมืองที่นำวัตถุระเบิดไปวางด้านหน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จับกุมคนร้ายคดีปล้นร้านทองแสงทองสุก ท้องที่ สน.สมเด็จเจ้าพระยา คดีผู้ต้องหาจับตัวนายปิยพันธ์ ฐิติอักษณศิลป์ นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เรียกค่าไถ่และฆ่าถ่วงน้ำ คดีทลายแก๊งลักรถ จยย. ในเขตพื้นที่นครบาล
คดีคนร้ายชิงทองร้านทองออโรร่า ตลาดมีนบุรี ที่คนร้ายยิงต่อสู้ ตชด.ได้รับบาดเจ็บ และคดีที่เป็นผลงานการจับกุมนายอาตริส ฮุสเซน สมาชิกกลุ่มก่อการร้ายฮิซบอลเลาะห์ ที่เตรียมก่อการร้าย
จากแนวคิดง่ายๆ ที่อาศัยแค่ตัวตน ใจถึงพ่ึงได้ ทั้งนายและลูกน้อง

จะเห็นได้จากการออกมาทำหน้าที่ผู้นำหน่วยกับการเปิดข้อมูลเรื่องบ่อนการพนันของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ซึ่ง พล.ต.ท.วินัย ทำได้อย่างสมศักดิ์ศรีของผู้นำหน่วย ไม่ทำให้ตำรวจเสียขวัญกำลังใจ ไม่กลัวที่จะต้องแก้ไขปัญหา แต่ทำทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ยืนอยู่บนความเป็นธรรม มีความเข้าใจตำรวจโรงพัก
“ขณะนี้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นสัญญาบัตรและชั้นประทวนของนครบาลขาดแคลน เนื่องจากตั้งแต่ปี 2553 ได้มีการลดกำลังลง แต่สถานการณ์ขณะนี้มีภารกิจเพิ่มขึ้น งานมีความสลับซับซ้อนมากขึ้น จะหวังพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของชุมชนมวลชนทำงานร่วมกับตำรวจ โดยจัดโครงการ “1 ตำรวจ 4 อาสา” ขึ้นมาทดลองใช้ 10 โรงพัก ซึ่งได้สำรวจความเห็นของประชาชนแบบไม่ให้รู้ตัว ส่วนใหญ่พึงพอใจที่ได้เห็นตำรวจเข้าไปอยู่ในจุดที่มีปัญหาอาชญากรรม จากที่เคยมีการกินเหล้า เสพยาเสพติด ขับขี่รถ จยย.ส่งเสียงดัง ลดลงจนบางแห่งไม่มี ซึ่งเป็นการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจน้อยลง แต่อาศัยแสดงกำลังที่ร่วมมือกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนที่อยู่ในชุมชน ในช่วงกลางเดือน ก.พ. ประกาศให้ทุกสถานีตำรวจนำโครงการนี้ไปใช้ให้เต็มพื้นที่นครบาล จะทำให้ได้จุดตรวจสกัดกั้นเคลื่อนที่กว่า 300 จุด ทั่วทั้ง กทม. เป็นการ “ป้องปราม” ไม่ให้เกิดเหตุ”
“จะมีการเปิดโครงการจับกุมผู้ต้องหาที่มีหมายจับคดีเกี่ยวกับลักทรัพย์ในเคหสถาน วิ่งราวทรัพย์ คดีลักทรัพย์ในเวลากลางคืน เพื่อตัดช่องคนร้ายก่อเหตุคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินในช่วงเวลากลางคืน รวมทั้งเร่งรัดจับกุมหมายจับคดีเกี่ยวกับทรัพย์ ขณะนี้คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นจับกุมได้ทั้งหมด เพราะความร่วมมือของตำรวจทุกพื้นที่”
“ในส่วนของคดียาเสพติด ได้มีการระดมกวาดล้างรายใหญ่และรายย่อย ในช่วงไม่กี่วันจะจับกุม “ตำรวจนอกแถว” ที่มีส่วนเกี่ยวข้องการค้ายาเสพติด จะกวดขันไม่ให้มีการรีดไถข่มขู่ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล ส่วนนโยบายในเรื่องอบายมุข ขณะนี้บ่อนใหญ่ปิดเกือบหมด เหลือบ่อนเล็กๆ แอบเปิดเล่น ซึ่งเป็นสังคมมนุษย์ แต่ตำรวจปล่อยปละละเลยไม่ได้ ต้องจับกุมให้หมด ที่สำคัญจะไม่ให้เด็กและเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องอบายมุขทุกประเภท”
เป็นโครงสร้าง บช.น.โมเดลจากความตั้งใจ พล.ต.ท.วินัย
ภายใต้สโลแกน “ทำงานด้วยชีวิต” ที่ยึดถือมาตลอดชีวิตรับราชการ...
ทีมข่าวอาชญากรรม




















