advertisement

"เพรียวพันธ์" ปรับแผนใหญ่รับมือน้ำท่วมยาวนาน!สนธิพลังคุมสถานการณ์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 พ.ย. 2554 05:00

ต้องถือว่าเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่ของพี่น้องคนไทยในพื้นที่หลายจังหวัด และ กทม.จากมวลน้ำมหาศาลที่ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ต่างๆ และกำลังเข้าท่วมเต็มพื้นที่เมืองหลวงของประเทศ กลืนชีวิตพี่น้องคนไทยไปแล้วกว่า 400 คน ประชาชนจำนวนไม่น้อยต้องทิ้งบ้านไปอยู่ศูนย์อพยพหรือบ้านญาติ เป็นมหันตภัยร้ายแรงของคนไทยที่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้

กลายเป็นช่องว่างให้กลุ่มโจรมิจฉาชีพซ้ำเติมความทุกข์ยากให้กับผู้ประสบอุทกภัย

เป็นปัญหาใหญ่ของชาติไม่ใช่แค่การบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม และ ผอ.ศปภ. กำลังหลักทหาร ตำรวจ ไม่มีทางเยียวยาความเดือดร้อนได้ทันทุกพื้นที่ ต้องอาศัยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ความเข้าใจ และความเสียสละของพี่น้องคนไทย

เพื่อให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤตการณ์ที่ร้ายแรงจากอุทกภัยครั้งใหญ่...

สภาพความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ถูกกระแสน้ำไหลเข้าท่วมในหลายพื้นที่เป็นภาพความเจ็บปวดของพี่น้องคนไทยด้วยกัน แต่อีกด้านของความสูญเสียจากเหตุภัยพิบัติน้ำท่วม  คนไทยได้เห็นธารน้ำใจไหลหลั่งจากทั่วทุกสารทิศ ได้แสดงให้เห็นความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในช่วงที่ประเทศชาติอยู่ในภาวะวิกฤติ

ภาพเจ้าหน้าที่ทหาร  ตำรวจ ระดมเครื่องไม้ เครื่องมือทุกอย่างเท่าที่หาได้ทัน เข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในทุกพื้นที่อย่างไม่เกรงกลัวกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก ไม่มีทีท่าเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้ากับการต่อสู้กับภัยพิบัติของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง พยายามทำทุกวิถีทาง แม้จะไม่ได้ชำนาญในเรื่องภัยพิบัติ แต่คิดแค่ว่ามีหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประสบภัยให้ได้โดยเร็วที่สุด

ทั้งที่ตำรวจส่วนใหญ่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม หลายคนอยู่ในสภาพ “ผู้ประสบอุทกภัย” บางคนไม่มีบ้านอยู่ เพราะบ้านและแฟลตที่พักถูกน้ำท่วม ครอบครัวต้องแยกย้ายกันคนละทิศทาง แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ต้องถูกคำสั่งให้ไปทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ทั้งที่บางคนไม่ได้มีโอกาสไปช่วยเหลือครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าพี่น้องคนไทยคนอื่น

แต่ด้วยหน้าที่ของความเป็นตำรวจ ทุกครั้งที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ตำรวจจะเป็นคนกลุ่มแรกที่ประชาชนร้องขอความช่วยเหลือ

ซึ่งตำรวจทำได้สมกับคำขวัญตำรวจที่ว่า “สุขเถิดประชา ตัวข้าจะคุ้มภัย”

โดยมี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รักษาการที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ดนัยธร วงศ์ไทย ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นแกนหลักสำคัญ

พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รักษาการ ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รักษาการ ผบช.น. พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รักษาการ ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ที่รับผิดชอบพื้นที่ และสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มที่

โดยมี พล.ต.ต.วรเทพ เมธาวัธน์ รอง ผบช.สกบ. เป็นผู้ประสานงานจากเดิมรัฐบาลมีคำสั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ ศปภ.โดยมี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม เป็น ผอ.ศปภ. และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. เป็นกรรมการฝ่ายปฏิบัติการ และมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปภ.ตร. ที่ชั้น 2 ท่าอากาศยานดอนเมือง โดยมี พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. รับผิดชอบ ศปภ.ตร.จนย้าย ศปภ.มาที่กระทรวงพลังงาน

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้ยกเลิกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จัดศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปภ.ตร. ที่มี พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็น  ผอ.ศปภ.ตร. มี  พล.ต.อ.เอก  อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รักษาการ

ที่ปรึกษา (สบ 10) เทียบเท่ารอง ผบ.ตร. เป็นรอง ผอ.ศปภ.ตร. มีฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการที่มี ผบช.น., ผบช.ภ.1-9, ผบช.ศชต., ผบช.ตชด. และผบช.ส. และฝ่ายสนับสนุน มีกำลังตำรวจทุกหน่วย

แต่รัฐบาลได้เปิดศูนย์รักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและการจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศภจ.ตร. โดยมี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ควบคุม พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เป็น  ผอ.ศูนย์ พล.ต.อ.เอก ทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นเลขานุการศูนย์

จะได้เห็นภาพความเป็นผู้นำที่ชัดเจนของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ในสถานการณ์คับขัน ที่เป็นแกนหลักในการประสานความร่วมมือของรอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมร่วมกันเพื่อหาทางบูรณาการหน่วยงาน และจัดหาทรัพยากรที่มีอยู่ทุกภาคส่วน เข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ตามอำนาจหน้าที่ของตำรวจโดยตรง ในการป้องกันอาชญากรรม ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และสนับสนุนการปฏิบัติหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ มองปัญหาและแก้ไขด้วยความเข้าใจ แม้ยากในเรื่องความรู้สึกของผู้ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แต่อาศัยเหตุผลแก้ไขปัญหาขัดแย้งของประชาชนในเรื่องการระบายน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่คลองสามวา

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์  และ  พล.ต.ต.วินัย ทองสอง รักษาการ ผบช.น.จัดกำลังชุดปราบจลาจล บก.ตปพ.บช.น. และชุดคอมมานโด กองปราบปราม เข้าคุมสถานการณ์จนทุกอย่างคลี่คลาย โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก

แม้ตำรวจจะมีข้อจำกัดในเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ ต้องอาศัยแรงสนับสนุนจากภาคเอกชน ไม่ค่อยชำนาญเรื่องภัยพิบัติใหญ่ แต่ในช่วงน้ำท่วมได้เห็นภาพตำรวจทุกหน่วยลงพื้นที่ ไม่ต้องรอคำสั่งตั้งแต่ ผบ.ตร. ยันชั้นประทวน

เพราะทุกคนคิดว่าเป็นหน้าที่สำคัญต่างหาช่องทางประสานภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามาเสริมการปฏิบัติงานของตำรวจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย

พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ได้กระจายให้กับรอง ผบ.ตร. และผู้ช่วย ผบ.ตร.รับผิดชอบพื้นที่เพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชน สังคม และความเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ในพื้นที่ยิ่งขึ้นเพื่อให้เป็น “เอกภาพ”

พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี รักษาการ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบพื้นที่นครบาล พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.ประยูร อำมฤต รักษาการ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดนนทบุรี

มีการระดมตำรวจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเข้ามาช่วยเหลือพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วม โดยเร่งตรวจพื้นที่ที่คิดว่ามีประชาชนติดค้างเพื่อทำการช่วยเหลือออกมา ดูแลความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินอย่างเต็มที่

โดยเฉพาะปัญหาเรื่องระบบสื่อสารที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนแจ้งความร้องทุกข์เพื่อช่วยเหลือ อพยพ ย้ายสิ่งของ หรือให้บริการประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ผ่านทางหมายเลข 1599 โดยให้ผู้บังคับบัญชาเข้ามาควบคุมจริงจังด้วยตัวเอง

เพื่อความมั่นใจของประชาชน พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ย้ำว่า “จะระดมกำลังพล เทคโนโลยี วัสดุอุปกรณ์ ยานพาหนะ และปัจจัยที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานต่างๆ ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม โดยการอพยพ ขนย้ายทรัพย์สิน จัดพื้นที่ให้เป็นที่อยู่อาศัย อำนวยความสะดวกความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินพี่น้องประชาชน”

“รวมถึงการเตรียมความพร้อมในการป้องกันปราบปรามปัญหาอาชญากรรมช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ผอ.ศปภ. โดยจะยึดถือการปฏิบัติภายใต้กฎหมาย และอำนาจหน้าที่ตำรวจเท่านั้น ได้สั่งตำรวจลงพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย จัดชุดออกตรวจเฝ้าระวังปัญหาอาชญากรรม  และความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชน ไม่ปล่อยให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาซ้ำเติมความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัยเข้าไปอีก ขอย้ำว่าตำรวจเป็นพี่น้อง และผู้รับใช้สังคมตลอดมา และตลอดไป โดยเฉพาะในยามวิกฤติของสังคมเช่นนี้ ขอให้เชื่อใจว่าพร้อมทุ่มเทและเสียสละชีวิตเพื่อความสุขของพี่น้องร่วมชาติตลอดไป”

“รวมทั้งให้ ผบช.และ ผบก. ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมบริหารจัดการกำลังพลทุกหน่วยที่ระดมเข้ามาช่วยเหลือน้ำท่วมให้ดีเพื่อไม่ให้อ่อนล้า เนื่องจากใช้เวลานานกว่าสถานการณ์คล่ีคลาย และให้สำรวจความเสียหายของครอบครัวตำรวจ จัดหาสถานที่พักชั่วคราว และดูแลสวัสดิการให้ดีเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน ไม่ให้ผู้บังคับบัญชาทอดทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเด็ดขาด”

เป็นความตั้งใจของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ผู้นำตำรวจ ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แม้จะต้องอยู่ในสภาพกดดัน ครอบครัวตำรวจส่วนใหญ่อยู่ในสภาพไม่ต่างจาก “ผู้ประสบภัย” คนอื่น แต่ด้วยหน้าที่ของตำรวจ ไม่มีตำรวจคนไหนย่อท้อต่อการทำหน้าที่ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน

ทำหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบภัยคนไทยทุกคน.

 

ทีมข่าวอาชญากรรม

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement