advertisement

เล่นหนักรายย่อย

โดย สหบาท 24 ส.ค. 2555 05:00

ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ พล.ต.ท.วินัย ทองสอง จะต้องลุกจากเก้าอี้ ผบช.ภ.1 ไปทำหน้าที่ ผบช.ภ.2 ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก

ที่ผ่านมาเกือบ 3 เดือนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ผบช.ภ.1 ถึงจะน้อย แต่เจ้าตัวบอกผลงานที่เร่งรัดมากกว่าคดีอื่น นั่นคือ การจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย

ด้วยนโยบายเมื่อจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย ได้มา 1 คน ก็ต้องขยายผลต่อให้ออกมาให้ได้ ต้องสาวต่อเป็นทอดๆไปเรื่อยๆ

เช่นต้นเดือน ก.ค. ยอดจับกุม ได้ผู้ค้า 162 ราย ผู้ต้องหา 179 คน เห็นว่ายอดจับกุมต่ำมาก เลยเรียกประชุมสั่งการ ทุกโรงพักต้องเร่งกวดขันจับกุมจับผู้ค้ารายย่อย โรงพักไหนไม่มี

ผลงาน ก็บอกไป จะเอากองสืบลงไปจับ มันก็เร่งจับ จาก 162 เพิ่มเป็น 300 มัน 2 เท่าทันตาเห็น

อย่างวันที่ 10-16 ก.ค.จับ 232 ราย วันที่ 17-23 ก.ค.จับ 250 ราย วันที่ 24-30 ก.ค.จับ 336 ราย สรุป รวมทั้งเดือน ก.ค. จับกุมผู้ค้าได้ 985 ราย ผู้ต้องหา 1,064 คน ผลการจับกุมเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในอัตราต่ำ

โชคดีมี รองด่อง–พล.ต.ต.คเชนทร์ คชพลายุกต์ รอง จ.ตร.ปฏิบัติราชการภาค 1 มาช่วยเร่งกวดขันอีกคน โดยมีความเห็นควรให้ “กองสืบจังหวัดและกองสืบภาค” เข้าร่วมจับกุมด้วย

“ที่ต้องหันมาเล่นรายย่อย ถ้าเราสอยเป็นพวงๆให้มาก อีกหน่อย ต่อให้แบกยามาเป็นล้านๆเม็ด ก็ไม่มีที่จำหน่าย เพราะ ฉะนั้น ต้องจัดการผู้ค้ารายย่อยที่ขายตามโรงเรียน ตามวัด ตามชุมชนให้หนัก ตำรวจพื้นที่ต้องกวดขันจับกุมให้หมด รายใหญ่ถ้าไม่เข้าทาง ไม่ต้องไปสน ให้ ปส.เขาไป แต่เราต้องเอารายย่อยให้อยู่” ผบช.ภ.2 คนใหม่ย้ำแนวทางการทำงาน

“ถามว่าทุกคนรู้ไหม ใครค้า ใครขาย ชาวบ้านรู้หมด แล้วตำรวจไม่รู้ได้ไง ขายยังกับขายขนม ขายหวยใต้ดิน ชาวบ้านรู้ ตำรวจไม่รู้ไม่ได้” พล.ต.ท.วินัยพูดอย่างขึงขัง

โรงพัก พวกที่อยู่ไกลกลางทุ่ง ไม่มีผลงานจับกุม ไม่ว่า แต่โรงพักใหญ่ๆ ไม่มีผลการจับกุม ชาวบ้านเขาร้องเรียนมาหูจะแตก ไม่จับกันได้ยังไง?!?

แล้วก็ต้องจับตาดู ผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย กับ เรื่องอิทธิพลท้องถิ่น

ถึงวันนั้น วันที่ พล.ต.ท.วินัย ไปนั่งเป็น ผบช.ภ.2.

สหบาท

โหวตข่าวนี้