ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับการสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกเข้ารับราชการเป็นตำรวจชั้นประทวนซึ่งมีการสอบใหม่เป็นครั้งที่ 2 หลังจากการสอบครั้งแรกเป็นข่าวอื้อฉาว จับผู้ทุจริตในการสอบได้จำนวนมากจนต้องประกาศยกเลิกไป
คราวนี้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. ตั้งให้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. เป็นผู้ควบคุมการสอบให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม
แบ่งการสอบออกเป็น 2 วัน คือวันที่ 3 ส.ค. เป็นการสอบสายอำนวยการ และวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นสายปราบปรามเพื่อให้ดูแลได้ทั่วถึง
ผู้เข้าสอบกว่า 3 แสนคน
การควบคุมครั้งนี้เข้มงวดสุดขีด เริ่มตั้งแต่ไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล ทั้งในขั้นตอนการออกข้อสอบ การจัดพิมพ์ และการขนส่งไปสนามสอบ
ส่วนที่สนามสอบป้องกันการทุจริต 2 วิธี คือการส่งสัญญาณเฉลยคำตอบเข้าไปให้ผู้สอบและการให้คนอื่นเข้าไปสอบแทน
บริเวณสนามสอบตัดสัญญาณโทรศัพท์ สัญญาณรีโมต และคลื่นสั้นทุกชนิด
ไม่ให้มีการส่งสัญญาณใดๆ
บังคับให้ผู้เข้าสอบทุกคนใส่เสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงวอร์ม และรองเท้าผ้าใบ
ไม่ให้นำวัตถุสิ่งของอื่นเข้าไปนอกจาก ดินสอ บัตรประจำตัวสอบ และบัตรประชาชน
ส่วนที่น่าสนใจอีกอย่างในการสอบครั้งนี้คือ จัดพิมพ์ลายนิ้วมือผู้เข้าสอบทุกคน ป้องกันการเข้าสอบแทนกัน
นับเป็นครั่งแรกในการจัดสอบที่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือผู้เข้าสอบ
ถือว่าเป็นการจัดสอบที่เข้มงวดที่สุดก็ว่าได้
การจัดสอบครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะยืนยันไม่ได้ว่าไม่มีการโกง แต่ก็เป็นตัวอย่างในการจัดสอบต่างๆทุกระดับตั้งแต่แอดมิชชั่น จนถึงการสอบเข้ารับราชการของหน่วยราชการต่างๆ แม้แต่การสอบของ ก.พ.
ที่ผ่านมามีข่าวอยู่เสมอว่ามีการทุจริต มีการรับจ้างสอบแทน มีการซื้อ–ขายข้อสอบ
จนมีคำถามอยู่เสมอว่า บริสุทธิ์ยุติธรรมแค่ไหน โกงได้หรือเปล่า
กลายเป็นข้อแอบอ้างของมิจฉาชีพอีกกลุ่มที่ไปต้มตุ๋นเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบอ้างว่าสามารถเฉลยข้อสอบให้ได้
หากการสอบมีการจัดสอบอย่างรัดกุมควบคุมอย่างเข้มงวด
สิ่งเหล่านี้ก็หมดไป
ดังนั้น การจัดสอบคัดเลือกต่างๆควรทำให้ได้อย่างที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดขึ้นในครั้งนี้
ถึงแม้ผู้เข้าสอบจะไม่ได้รับความสะดวกสบาย แต่ทุกคนก็มั่นใจได้ว่า จะสอบได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับความรู้ความสามารถของตัวเอง
ส่วนหน่วยราชการก็มั่นใจว่า จะไม่มีคนทุจริตเข้ามาเป็นข้าราชการ.
“เพลิงมรกต”




















