วันก่อนผู้สื่อข่าวส่งข่าวเล็กๆมาจาก จ.สมุทรปราการ มีใจความว่า ตำรวจ สภ.บางพลีน้อย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ จัดโครงการ “สายตรวจรถตู้โดยสารปลอดภัยห่วงใยประชาชน”
ข่าวนี้ไม่ใช่การจับคนร้ายรายสำคัญหรือคดีอุกฉกรรจ์แต่ก็น่าสนใจ
วันนั้น พ.ต.อ.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผกก.สภ.บางพลีน้อย ร่วมกับคณะ กก.ตร.สภ.บางพลีน้อย ผู้นำชุมชน ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมกันเปิดที่ทำการ “ตู้ยามตำรวจชุมชน” หมู่ 5 ต.บางพลีน้อย อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ
ตู้ยามนี้เป็นของชุมชน
สร้างขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจาก ผู้ประกอบการ ประชาชน และผู้นำชุมชน
สภ.บางพลีน้อย ดึงเอาคนในชุมชนที่มีความพร้อม มาฝึกอบรมเป็นอาสาสมัครตำรวจชุมชน ออกปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับตำรวจประจำตู้ยามตำรวจชุมชน
ประกอบด้วยตำรวจผลัดละ 3 นาย อาสาสมัคร 2 นาย
รับมือแนวโน้มอาชญากรรมที่เพิ่มสูงตามการขยายตัวที่รวดเร็วของบางพลีน้อย ด้วยการดึงเอาประชาชนเข้ามาเพิ่มเป็นกำลังให้สายตรวจ
ปิดโอกาสอาชญากร
ยังมีอีกโครงการที่เปิดวันเดียวกัน นั่นคือ “สายตรวจรถตู้โดยสารปลอดภัยห่วงใยประชาชน”
สภ.บางพลี ขออนุมัติ พล.ต.ต.จิตติ รอดบางยาง ผบก.ภ.จ.สมุทร-
ปราการ นำรถตู้ตำรวจที่ สภ.บางพลีน้อยได้รับมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เอามาใช้งาน
เอามาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
จัดเป็นรถตู้ออกตรวจพื้นที่ และบริการรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่ไปด้วย
ออกปฏิบัติการในพื้นที่หมู่ 5-6-7 จนถึงพื้นที่คลองนิยมยาตรา รับ-ส่งชาวบ้านที่เลิกงานกลับบ้านในเวลากลางคืน ตั้งแต่สี่ทุ่มขึ้นไป
ช่วงนั้นไม่มีรถ ทำให้ชาวบ้านที่บ้านอยู่ไกลเดินทางลำบากและเป็นอันตราย
บางครั้งมีคนเจ็บป่วยกะทันหัน ญาติๆไม่มีรถใช้ ทำให้ไม่สามารถนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที
สามารถเรียกใช้บริการรถตู้ตำรวจได้
2 โครงการมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการให้บริการ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ด้านประชาสัมพันธ์ ด้านชุมชนมวลชนสัมพันธ์ ฯลฯ
คุ้มค่าเหลือเกิน
ตำรวจหันมาทุ่มเทในการทำงานบริการประชาชน ประโยชน์ที่ได้รับกลับคืนมามากมาย
การเพิ่มสายตรวจอาสาสมัครชุมชน และสายตรวจรถตู้ เข้าไปในพื้นที่ ลดโอกาสที่จะเกิดอาชญากรรมได้มาก
ยอมเหนื่อยที่จะป้องกัน ดีกว่าเกิดเหตุแล้วต้องมาเหนื่อยในการปราบปราม.
“เพลิงมรกต”




















