คดีพบศพ 3 หนุ่มถูกมัดมือไพล่หลังจ่อยิงหัวอย่างโหดเหี้ยมที่บ้านโคกกรวด ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่น่าสนใจ
จากร่องรอยที่พบในที่เกิดเหตุตำรวจสันนิษฐานว่าคนร้ายกลุ่มหนึ่ง นัดหนุ่มทั้ง 3 คนมาเจรจาธุรกิจมืดแต่คุยกันไม่ลงตัว
ทั้ง 3 คนจึงถูกจับมัดมือไพล่หลัง บังคับให้นั่งท้ายรถกระบะของ 1 ใน 3 เข้าไปในไร่ข้าวโพด แล้วลากตัวลงมาจากรถ
จ่อหัวยิงทิ้งทีละคน
ทิ้งศพนอนเรียงรายบนพื้นถนนหลังรถกระบะของเหยื่อที่ถูกจอดทิ้งไว้
ตำรวจคาดว่าปมสังหารน่าจะมาจากธุรกิจการค้ายาเสพติด
เนื่องจาก 2 ใน 3 ของเหยื่อมีประวัติถูกจับในคดียาเสพติดทั้งเป็นผู้ค้าและผู้เสพ
รายงานข่าวที่ออกมามีข้อมูลที่น่าสนใจ 2 แนวทาง
แนวทางแรกระบุว่า ก่อนหน้านี้เหยื่อทั้ง 3 รายถูกเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากผู้ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยหนึ่งเป็นเงิน 3 แสนบาท
เพื่อที่จะค้ายาบ้าในพื้นที่
สอดคล้องกับพยานที่ระบุว่า กลุ่มมือสังหารที่ไปนำตัวเหยื่อทั้ง 3 มาจากโต๊ะสนุ้กเกอร์ในโรงแรมแห่งหนึ่งใน อ.กบินทร์บุรี ก็อ้างว่าเป็น “ตำรวจ”
ส่วนอีกแนวทางระบุว่า พื้นที่ จ.สระแก้ว และ จ.ปราจีนบุรี เป็นเขตหากินของเอเย่นต์ยาบ้ารายใหญ่ชื่อ “นายหม่อง” ชาว อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว
เป็นลูกเขยของนายทหารระดับนายพลของประเทศกัมพูชา
นำยาบ้าจากกัมพูชามาปล่อยให้ผู้ค้ายาบ้าในพื้นที่
ระยะหลังมีการหักหลังกันบ่อยๆ เอเย่นต์ของนายหม่องรับยาบ้าไปแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน จึงส่งทีมสังหารตามฆ่าปิดบัญชี
เอเย่นต์ยาบ้าในพื้นที่ต้องเผ่นหนีไปหลายรายแล้ว
ขณะที่ประเด็นสังหารยังไม่ชัดเจนแต่คดีนี้ก็ได้แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงของการค้ายาบ้า
นั่นคือ ขบวนการค้ายาบ้ามีอิทธิฤทธิ์มากขึ้น มีการตามล่าตาม “เช็กบิล” กันอย่างเหี้ยมโหด ฆ่าแล้วทิ้งศพประจานอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
นอกจากไม่เกรงกลัวกฎหมายแล้ว ยังอาจต้องการแสดงให้เห็นถึงความเหี้ยมโหด
เพื่อข่มขู่ลูกหนี้
ขณะที่รัฐบาลเร่งปราบปรามยาเสพติด ตำรวจระดมกวาดล้างอย่างหนัก มีผลการจับกุมยาเสพติดรายใหญ่ๆอย่างต่อเนื่อง แต่ยาบ้าไม่ได้เบาบางลง
กลับมีพฤติกรรมโหดเหี้ยมป่าเถื่อนยิ่งขึ้น
ดังนั้น จึงยังพูดไม่ได้ว่า การปราบปรามยาเสพติดได้ผล.
“เพลิงมรกต”




















