advertisement

นักเรียนนักเลง

โดย เพลิงมรกต 28 พ.ค. 2555 05:00

ปัญหานักเรียนนักศึกษาก่อเหตุยกพวกตีกันกลับมาอีกแล้ว เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนของ สน.บางนา จับนักศึกษา 3 คน เรียนอยู่ชั้นปี 2 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ

นักศึกษาทั้ง 3 ก่อเหตุร่วมกับพวกนับสิบคนปิดถนนสุขุมวิทขาเข้าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางนา

หยุดรถ ปอ.สาย 129 เพื่อจะทำร้ายนักเรียนโรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์คู่กรณีที่อยู่บนรถ แต่รถไม่ยอมหยุด กลุ่มนักศึกษาจึงยิงปืนเข้าใส่รถ ทำให้กระสุนไปถูกพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์

ได้รับบาดเจ็บ

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ตำรวจใช้เวลาเพียงวันเดียวก็จับนักศึกษาผู้ก่อเหตุได้บางส่วน

ตำรวจได้ภาพนักศึกษากลุ่มนี้จากกล้องวงจรปิด ทำให้ตามจับตัวได้อย่างรวดเร็ว

1 ใน 3 ที่ถูกจับเป็นคนที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะถือปืนชี้ไปที่รถ ปอ.สาย 129

ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10 คน ตำรวจจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดรอบๆจุดเกิดเหตุมาตรวจสอบ

ตามจับมาดำเนินคดี

วันเดียวกันนั้นเองก็เกิดเหตุซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก เมื่อนักเรียนโรงเรียนเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร ราว 20 คน ขึ้นรถเมล์สาย 131 มาถึงซอยเชื่อมสัมพันธ์ 21 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก

มีวัยรุ่น 6 คนซ้อนจักรยานยนต์มา 3 คัน ยิงปืนเข้าใส่รถ

กระสุนปืนไม่ถูกนักเรียนแต่ไปถูกนายจักรพันธ์ โคตรจักร์ คนขับรถเมล์บาดเจ็บ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

จากการสืบสวนได้ความว่า กลุ่มมือปืนเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนที่เป็นคู่อริกับโรงเรียนเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร

2 คดีใน 2 วัน สำหรับคดีนักเรียนนักเลงไล่ยิงกันบนถนนหลวง ยิงปืนใส่รถเมล์ไม่สนใจว่าชาวบ้านจะถูกลูกหลง

คดีแรกชาวบ้านบาดเจ็บ ส่วนคดีที่สองคนขับรถเมล์โชคร้ายถูกลูกหลงถึงตาย

ต้องชมเชยตำรวจ สน.บางนาที่จับผู้ก่อเหตุในคดีแรกได้อย่างทันทีทันควัน

หากตำรวจทำได้แบบนี้ทุกคดี บรรดานักเรียนนักเลงเหล่านี้คงไม่กล้าก่อเหตุอุกอาจอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง

พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น.บอกว่า วางมาตรการเอาไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม แต่เปิดเทอมได้เพียงไม่กี่วันก็เกิดเหตุขึ้นทันที

ตำรวจทำงานเต็มที่หรือยัง

เรื่องนักเรียนยกพวกตีกันยิงกันในที่สาธารณะ ตำรวจต้องรับผิดชอบโดยตรง ไม่ต้องโยนให้เป็นความรับผิดชอบของโรงเรียนหรือผู้ปกครอง

ตำรวจไม่ต้องมีมาตรการอะไรมากมาย ขอเพียงเมื่อเกิดเหตุก็ตามลากคอมาเข้าคุกให้ได้

ไม่นานนักเรียนนักเลงก็สูญพันธุ์ไปเอง.

 

“เพลิงมรกต”

โหวตข่าวนี้