ปัญหานักเรียนนักศึกษาก่อเหตุยกพวกตีกันกลับมาอีกแล้ว เมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ชุดสืบสวนของ สน.บางนา จับนักศึกษา 3 คน เรียนอยู่ชั้นปี 2 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีกรุงเทพ
นักศึกษาทั้ง 3 ก่อเหตุร่วมกับพวกนับสิบคนปิดถนนสุขุมวิทขาเข้าใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางนา
หยุดรถ ปอ.สาย 129 เพื่อจะทำร้ายนักเรียนโรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์คู่กรณีที่อยู่บนรถ แต่รถไม่ยอมหยุด กลุ่มนักศึกษาจึงยิงปืนเข้าใส่รถ ทำให้กระสุนไปถูกพนักงานธนาคารไทยพาณิชย์
ได้รับบาดเจ็บ
เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 พ.ค. ตำรวจใช้เวลาเพียงวันเดียวก็จับนักศึกษาผู้ก่อเหตุได้บางส่วน
ตำรวจได้ภาพนักศึกษากลุ่มนี้จากกล้องวงจรปิด ทำให้ตามจับตัวได้อย่างรวดเร็ว
1 ใน 3 ที่ถูกจับเป็นคนที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ขณะถือปืนชี้ไปที่รถ ปอ.สาย 129
ส่วนที่เหลืออีกกว่า 10 คน ตำรวจจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดรอบๆจุดเกิดเหตุมาตรวจสอบ
ตามจับมาดำเนินคดี
วันเดียวกันนั้นเองก็เกิดเหตุซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก เมื่อนักเรียนโรงเรียนเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร ราว 20 คน ขึ้นรถเมล์สาย 131 มาถึงซอยเชื่อมสัมพันธ์ 21 ถนนเชื่อมสัมพันธ์ เขตหนองจอก
มีวัยรุ่น 6 คนซ้อนจักรยานยนต์มา 3 คัน ยิงปืนเข้าใส่รถ
กระสุนปืนไม่ถูกนักเรียนแต่ไปถูกนายจักรพันธ์ โคตรจักร์ คนขับรถเมล์บาดเจ็บ และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
จากการสืบสวนได้ความว่า กลุ่มมือปืนเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนที่เป็นคู่อริกับโรงเรียนเทคนิคกาญจนาภิเษกมหานคร
2 คดีใน 2 วัน สำหรับคดีนักเรียนนักเลงไล่ยิงกันบนถนนหลวง ยิงปืนใส่รถเมล์ไม่สนใจว่าชาวบ้านจะถูกลูกหลง
คดีแรกชาวบ้านบาดเจ็บ ส่วนคดีที่สองคนขับรถเมล์โชคร้ายถูกลูกหลงถึงตาย
ต้องชมเชยตำรวจ สน.บางนาที่จับผู้ก่อเหตุในคดีแรกได้อย่างทันทีทันควัน
หากตำรวจทำได้แบบนี้ทุกคดี บรรดานักเรียนนักเลงเหล่านี้คงไม่กล้าก่อเหตุอุกอาจอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง
พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ รอง ผบช.น.บอกว่า วางมาตรการเอาไว้แล้วตั้งแต่ก่อนเปิดเทอม แต่เปิดเทอมได้เพียงไม่กี่วันก็เกิดเหตุขึ้นทันที
ตำรวจทำงานเต็มที่หรือยัง
เรื่องนักเรียนยกพวกตีกันยิงกันในที่สาธารณะ ตำรวจต้องรับผิดชอบโดยตรง ไม่ต้องโยนให้เป็นความรับผิดชอบของโรงเรียนหรือผู้ปกครอง
ตำรวจไม่ต้องมีมาตรการอะไรมากมาย ขอเพียงเมื่อเกิดเหตุก็ตามลากคอมาเข้าคุกให้ได้
ไม่นานนักเรียนนักเลงก็สูญพันธุ์ไปเอง.
“เพลิงมรกต”




















