เช้าวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่ทั้งตำรวจและชาวบ้านที่ไปติดต่อราชการบน สภ.เมืองพิษณุโลก ต้องเกิดความสลดรันทดใจ
เมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งแจ้งให้ตำรวจจับลูกชายวัย 13 ปี ของตัวเองดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์
ก่อนหน้านี้ เธอโทรศัพท์ไปแจ้งตำรวจว่า ได้จับลูกชายของเธอเองที่เป็นคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ที่บ้านของเพื่อนบ้านเอาไว้
ขอให้ตำรวจไปรับตัว
ตำรวจไปรับตัวมาที่โรงพักทั้งแม่ ลูกชาย และเจ้าทรัพย์
เจ้าทรัพย์ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ห่างกัน 2 หลัง ยืนยันจะไม่เอาความเพราะผู้ต้องหาเป็นเด็ก
ของกลางที่ลักมาเป็นเพียงแป้ง 1 กระป๋อง กระติกใส่น้ำแข็งใบเล็ก และน้ำปลาขวดเล็ก 2 ขวด
มูลค่าราว 50 บาท
แต่เธอไม่ยอม ยืนยันจะให้ตำรวจดำเนินคดีกับลูกชายให้ถึงที่สุด
เธอเล่าทั้งน้ำตาว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้เงินวันละ 200 บาท ส่วนสามีเลิกรากันไปแล้ว
เธอต้องเลี้ยงดูลูกชายคนนี้ซึ่งเป็นลูกคนโต ส่วนสามีเอาลูกคนเล็กอายุ 7 ขวบไปเลี้ยง
ลูกชายของเธอคนนี้ต้องเลิกเรียนหนังสือตั้งแต่อยู่ชั้น ป.5 เพราะชอบลักเล็กขโมยน้อยเพื่อนๆ จนถูกไล่ออกจากโรงเรียน
เหตุที่ลักเล็กขโมยน้อยก็เพราะติดเกม จะเอาเงินไปเล่นเกม
ก่อนหน้านี้พอรู้ว่าลูกชายไปลักทรัพย์เขามาก็จะแจ้งให้ตำรวจมาจับ แต่พอตำรวจมาถึงเห็นเป็นเด็กก็ไม่จับ ประกอบกับเจ้าทุกข์ก็สงสารไม่เอาความ
ทำให้ก่อคดีลักทรัพย์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 30 ครั้ง
ล่าสุดแอบขึ้นบ้านเพื่อนบ้านจึงสุดจะทน ขอให้ตำรวจจับดำเนินคดีเพราะรู้ว่าลูกยังเด็กไม่ต้องเข้าคุก จะถูกส่งตัวไปสถานพินิจฯ
จะได้ไปดัดนิสัยให้กลับเป็นคนดี
เธอรู้เพราะเธอเคยผ่านสถานพินิจฯมาก่อน
ได้รับการอบรมจนกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้ จึงเชื่อว่าเมื่อลูกชายเข้าไปอยู่ในนั้น ก็จะได้รับการอบรมให้กลับเป็นคนดีในที่สุด
ตำรวจจึงยอมดำเนินคดีกับลูกชายของเธอ
ข้อสังเกตจากคดีนี้ก็คือ แม่รายนี้มีทัศนคติที่ดีต่อสถานพินิจฯ เพราะเธอเคยผ่านมาแล้ว
ทำให้เธอเป็นคนดีได้
จึงขอให้สถานพินิจฯรักษาคุณสมบัติที่น่าชมเชยนี้ไว้
อีกประเด็นคือ การ “ติดเกม” ที่ทำให้เด็กเสียคนไปแล้วมากมาย
บางคนเล่นจนไม่เป็นอันเรียน ที่หนักกว่าคือขโมยเงินพ่อแม่ เพื่อนบ้าน หรือเพื่อนฝูงไปเล่น
ทุกวันนี้ปัญหาการ “ติดเกม” ระบาดหนักในเด็กวัยรุ่น
พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนหนักใจ แต่ผู้เกี่ยวข้องยังไม่ทำอะไร.
“เพลิงมรกต”




















