เช้าวันที่ 10 ก.พ. เกิดอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนรถบรรทุกหกล้อ บริเวณ กม.59 ถนนกาญจนาภิเษก วงแหวนตะวันออกบางปะอิน–บางนา ฝั่งขาออกมุ่งหน้าบางนา
ตำรวจไปตรวจสอบพบหน้ารถฝั่งซ้ายของรถตู้ชนอัดก๊อบปี้ติดอยู่กับด้านขวาของท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ริมถนน
ในรถตู้พบผู้เสียชีวิต 8 ศพ เป็นชาย 3 หญิง 5 บาดเจ็บอีก 5 คน
คนขับหลบหนีไป
ตำรวจสอบสวนได้ความว่า ผู้โดยสารทั้ง 13 คน มีทั้งคนไทยและกัมพูชา นั่งรถคันนี้จากบริษัทใน จ.ปทุมธานี จะไปตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
เสียค่าโดยสารคนละ 300 บาท
แต่รถตู้โดยสารคันนี้ไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถโดยสารประจำทางกับกรมการขนส่งทางบก
สันนิษฐานว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะคนขับหลับใน เนื่องจากที่พื้นถนนไม่พบรอยเบรกของรถตู้
เรียกว่าชนแบบเต็มแรง
อุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตจำนวนมากครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง
ก่อนหน้านี้รถตู้โดยสารสายกรุงเทพฯ–ฉะเชิงเทรา ชนท้ายรถพ่วง 18 ล้อบนถนนมอเตอร์เวย์จนเกิดเพลิงไหม้ทั้งคัน มีผู้เสียชีวิตอย่างสยดสยอง 6 ศพ
สันนิษฐานว่า มีสาเหตุจากคนขับหลับในเช่นเดียวกัน
ช่วงนี้รถตู้เกิดอุบัติเหตุถี่มาก เป็นเพราะจำนวนรถตู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งรถถูกกฎหมายและรถเถื่อน
ไม่ว่าจะเถื่อนหรือไม่เถื่อนต่างต้องทำรอบในการรับผู้โดยสารจึงมักขับด้วยความเร็วสูง
ในขณะที่ผู้ขับขี่หลายคนขับด้วยความคะนอง
แซงซ้าย-แซงขวา ปาดหน้ารถช้า หรือลงไปวิ่งไหล่ทางในช่วงที่การจราจรติดขัด
รถตู้ทุกคันใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นย่อมมีความเสี่ยงสูง เสี่ยงทั้งผู้โดยสารในรถและรถคู่กรณี
เดิมรถบรรทุก ไม่ว่าจะเป็นรถพ่วงหรือรถสิบล้อ เป็นที่หวาดผวาของผู้ใช้รถใช้ถนน ตอนนี้รถตู้โดยสารกลายเป็นเจ้าถนนหน้าใหม่ที่ผู้ใช้รถใช้ถนนเอือมระอา
ทั้งเบื่อหน่ายและเกรงกลัว
จากสถิติของกรมการขนส่งทางบก เดือน ม.ค.54-ต้นเดือน ก.พ.55 เกิดอุบัติเหตุ 45 ครั้ง เกิดจากพฤติกรรมคนขับ 41 ครั้ง อีก 4 ครั้ง เกิดจากสภาพรถ
เห็นได้ว่าทั้ง 2 สาเหตุเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ หากผู้รับผิดชอบเข้มงวดกวดขัน
ผู้รับผิดชอบมี 2 หน่วยงานคือ กรมการขนส่งทางบก และตำรวจทางหลวง
ทั้ง 2 หน่วย ควรรีบหารือกันในการออกกฎระเบียบที่รัดกุมและตรวจจับอย่างเคร่งครัด
เพื่อหยุดยั้งความสูญเสียจากรถตู้โดยสาร.
“เพลิงมรกต”




















