advertisement

ภาวะผู้นำล่อนจ้อน กองทัพพะอืดพะอม

โดย ทีมการเมือง 14 ก.ค. 2556 05:00

คลิปร้อนสนั่นเมืองส่งผล “จุดเปลี่ยน” เกมอำนาจ

สวย เด่น สง่า ภูมิฐาน

กับมาดของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่ถือฤกษ์ เวลา 11.09 น.วันที่ 11 กรกฎาคม ประกอบพิธีเข้ารับตำแหน่ง รมว.กลาโหมเป็นวันแรก โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม เดินประกบ

พร้อมด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ นำโดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.และคณะนายทหารระดับสูง ตบเท้าเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

โดยกระทรวงกลาโหมได้จัดการสวนสนามจากกองทหารเกียรติยศผสม

ต้อนรับ รมว.กลาโหมหญิงอย่างสมเกียรติ

แต่จริงๆแล้วมันควรจะเท่ เก๋ สวยงามสง่ากว่านี้กับสถานะ รมว.กลาโหม “หญิง” คนแรกในประวัติศาสตร์ 126 ปีกองทัพไทย

ถ้าไม่มีฉากม็อบป่วนๆมาคั่นอารมณ์

กับการที่กลุ่มต่อต้านรัฐบาลสารพัดกลุ่ม ทั้งนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติรักษาแผ่นดิน พร้อมด้วย พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ พล.ร.อ.ชัย สุวรรณภาพ และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี

รวมตัวชุมนุมประท้วงอยู่ด้านหน้ากระทรวงกลาโหม

เพื่อปิดล้อม สกัดกั้นไม่ให้นายกฯ ยิ่งลักษณ์ และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เข้ากระทรวง เพื่อทำพิธีเข้าทำงานในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นวันแรก

ทำให้ รมว.กลาโหมหญิง ต้องยกเลิกกำหนดการเข้าสักการะศาลหลักเมือง ไม่ครบตามขั้นตอนประเพณีการปฏิบัติการเข้ารับตำแหน่งของ รมว.กลาโหม ที่จะต้องทำพิธีสักการะศาลหลักเมือง สักการะเจ้าพ่อหอกลอง ถวายราชสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายราชสักการะพระบรมรูปและพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สักการะพระรูปจอมพลสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังสี สว่างวงศ์ฯ สักการะรูปหล่อจอมพลและมหาอำมาตย์เอกเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี

สะดุดตั้งแต่ขั้นตอนรับตำแหน่งวันแรกอย่างเป็นทางการเลย

นั่นก็เพราะผลสะเทือนจากกรณี “คลิปเสียงสนั่นเมือง”

เรื่องของบทสนทนาล่อแหลมๆของคนเสียงคล้าย พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับคนเสียงคล้าย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ที่เปิดออกมาได้ยินกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง

หูผึ่ง ตื่นตะลึงไปตามๆกัน

หะแรกเลย พล.อ.ยุทธศักดิ์ก็ปฏิเสธเลยว่า ไม่ใช่เสียงตัวเองแน่นอน ปัดเป็นเรื่องของคลื่นใต้น้ำในกระทรวงกลาโหมที่เป็นผลพวงจากการปรับ ครม.

ในขณะที่ทีมโฆษกพรรคเพื่อไทยและคนของฝ่ายรัฐบาลช่วยประสานเสียงเป็นฟอร์มเดียวกัน ยืนยันเป็นคลิปตัดต่อเพื่อจุดกระแสโจมตีรัฐบาล

เด้งเชือก ปัดคลิปร้อนกันเป็นพัลวัน

แต่ถึงที่สุดเลยก็เป็นนายพานทองแท้ ชินวัตร หรือ “โอ๊ค” ลูกชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวยอมรับว่า เสียงในคลิปที่กำลังกล่าวขวัญทั่วบ้านทั่วเมือง เป็นเสียงของบิดา

“ผมเกิดมาเป็นลูกพ่อ 30 กว่าปี ผมมั่นใจว่าใช่เสียงคุณพ่อผมแน่นอนครับ”

เป็นอันว่าของจริง เสียงจริง แต่อย่างไรก็ตาม นาย พานทองแท้ก็ยังออกตัวว่า เนื้อหาสาระในคลิปร้อนๆ ยังต้องพิสูจน์ว่า มีการตัดต่อหรือไม่

ที่แน่ๆกระแสสังคมไหล เชื่อไปเกินครึ่งแล้ว

แม้จะยังไม่ชัดเจน เป็นประเด็นคลุมเครือถึงที่มาที่ไปของคลิปเสียงสะท้านเมือง เป็นเรื่องของการเผลอหลุด ถูกดักฟังโทรศัพท์ หรือความจงใจปล่อยออกมาเอง

ท่ามกลางการวิเคราะห์หลายกระแส บ้างก็ว่า เป็นฝีมือของพวกอกหักจากการปรับ ครม.กับพวกคลื่นใต้น้ำในกระทรวงกลาโหม

ลอบ “แทงหลัง” พล.อ.ยุทธศักดิ์ แอบอัดเสียงมาประจาน

อีกด้านก็ว่า เป็นเรื่องบังเอิญ เพราะมีนักข่าวจากเมืองไทยโทรศัพท์ไปหา พล.อ.ยุทธศักดิ์ คุยกันเสร็จแล้ว รมช.กลาโหม ลืมกดวางสาย ปลายสายเลยได้ฟังบทสนทนายาวเลย

เป็นเรื่องของความซวยแท้ๆ

แต่อีกมุมหนึ่ง ก็มองมุมลึกไป 3-4 ชั้น ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ที่เกมนี้จะเป็นความจงใจของ “นายใหญ่” ที่เชี่ยวชาญกว่าใครในเรื่อง เทคโนโลยีการสื่อสารในฐานะอัศวินคลื่นลูกที่สาม

ยากที่จะพลาดให้ใครล้วงคองูจงอางง่ายๆ  เว้นแต่ตั้งใจให้เกิดผลที่วางหมากซ่อนกลหลายชั้น

“ทักษิณ” ชอบคิดนอกกรอบไม่เหมือนใครอยู่แล้ว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเผลอหลุด โดนดักฟัง หรือจงใจปล่อย โดยสาเหตุของที่มาของคลิป ไม่สำคัญเท่าผลสะท้อนจากคลิปเสียงสะท้านเมือง

กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมอำนาจ

ตามปรากฏการณ์ที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยากระเพื่อมเป็นวงกว้าง

แรงตกกระทบทำให้สะดุ้งกันหมด

อันแรกเลย ภาวะผู้นำที่นายกฯ ยิ่งลักษณ์กำลังสะสมโปรไฟล์การบริหารจัดการทั้งการแต่งตั้งบิ๊กข้าราชการและการวางคนใน ครม. จนได้รับการยอมรับจากสังคมขึ้นมาระดับหนึ่ง

ต้องมลายลงพลันในทันใด

กับภาพ “ล่อนจ้อน” สะท้อนจากคลิปบทสนทนาแหลมๆ ที่พูดกันชัดถ้อยชัดคำเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพ การวางตัวขุนทัพนายกอง รวมถึงการวางคิวออกกฎหมายนิรโทษกรรม ตอกย้ำพฤติกรรมของรัฐบาล “นอมินี” ยุคน้องสาวที่โดนตั้งแง่มาตลอดว่าเป็นแค่ตุ๊กตา

ถูกสั่งการตรงจากนายกฯตัวจริงที่อยู่ต่างประเทศ

ถัดมาก็เป็นภาวะพะอืดพะอมของกองทัพ ในสถานการณ์ที่การทำงานกับนายกฯ กำลังเข้าขา เริ่มเข้าที่เข้าทางจนนายกฯ ยิ่งลักษณ์ตัดสินใจเข้ามานั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหมหญิงคนแรก

แต่พลันมีปมคลิปลับออกมา ก็ทำให้ต้องชะงัก

ต้องกระเถิบ กั๊กระยะห่างกันออกไป

นั่นเพราะทั้ง “ตู่” และ “เจี๊ยบ” ที่ถูกเอ่ยถึงในคลิป มันก็บังเอิญตรงกับชื่อของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กับ “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

ในขณะที่รายของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ที่ตามท้องเรื่องถูกโยงถึง พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ในฐานะอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ

พาดพิงกันชัดๆไว้ใจใคร วางแผนใช้ใคร

เล่นเอากลืนไม่เข้าคายไม่ออกทั้งบิ๊กท็อปบูต ทั้งนายกฯหญิง

ตามเงื่อนไขก็อย่างที่ นพ.ตุลย์ประกาศในการชุมนุมประท้วง “ยิ่งลักษณ์” หน้ากระทรวงกลาโหม เรียกร้องกดดัน ผู้นำเหล่าทัพต้องแสดงจุดยืนว่า กองทัพไม่ได้ถูกการเมืองครอบงำ และให้เลือกว่าจะเป็นกองทัพของพระมหากษัตริย์ หรือกองทัพของนักการเมือง

ประชาชนไม่สบายใจ ถ้ากองทัพยอมให้มีการดำเนินการตามคลิป เท่ากับว่าผู้บัญชาการเหล่าทัพ ยินยอมให้กองทัพเป็นเครื่องมือของนักการเมือง

ฝ่ายต้าน “ทักษิณ” ตีปี๊บโหมประจานดักคอเกมซูเอี๋ย

และที่เสียความรู้สึกไม่แพ้กัน ผลจากเนื้อหาในคลิปลับที่ส่อให้เห็นความพยายามจะจบแบบเจ๊ากันไป ได้กระตุกเครื่องหมายคำถามคาใจแนวร่วมคนเสื้อแดง นปช.ที่สับสนกับท่าทีของ “นายใหญ่” คิดอย่างไรกับกองเชียร์ที่ยอมเสียเลือดเสียเนื้อเพื่อเป็นกำแพงให้พิง

สุดท้ายกำลังจะโดน “ทักษิณ” ทอดทิ้ง

ในขณะเดียวกันก็มีความพยายามจะพิงกำแพงวัง ตามเนื้อหาในคลิปที่มีการชงเงื่อนไขขอกลับบ้าน เสนอให้ฝ่ายคุม เกมอำนาจตั้งเป็นที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระ มหากษัตริย์ เพื่อตัดความหวาดระแวงการกลับมาเล่นการเมืองเพื่อทวงแค้นฝ่ายโค่นล้มอำนาจ

พาดพิงสถาบันเบื้องบน โยงมาพัวพันกับเงื่อนปมการเมือง

ตามท้องเรื่องในคลิปลับคลิปร้อนมันสะท้านสะเทือนไปทุกจุด

และโดยแรงตกกระทบสุดท้ายเลย มันก็วนกลับมากระทบกับยุทธศาสตร์ของอดีตนายกฯ ทักษิณเอง ที่วางหมากไว้ในการปูทางกลับบ้านอย่างเท่ๆ

โดยอาศัยเสียงข้างมากที่กุมอยู่ในสภา

ไม่ว่าเป็นคิวของร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่ดันมาจ่อวาระ แรกสลับฉากกับร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ฉบับของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน ที่พร้อมแทรกคิวทันทีถ้ามีจังหวะ

หรือความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เข็นมาตั้งแท่นในสภา ไม่ว่าจะเป็นการรื้อทั้งฉบับที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ค้างโหวตวาระที่ 3 หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราที่กำลังอยู่ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ

ทุกอย่างถูกเซตไว้ตามกติกากระบวนการประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภา

รอแค่สถานการณ์เหมาะสม พร้อมกดปุ่มเดินหน้า

แต่เมื่อมีเรื่องของคลิปลับคลิปร้อนออกมา โดยเนื้อหาใน การสนทนาบ่งบอกวิธีการซึ่งขัดกับกระบวนการที่วางไว้ในสภา จะใช้การออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรมแทนการเข็น พ.ร.บ.

ส่อเค้าจะใช้บายพาส เดินเส้นทางลัดกันเลย

ซึ่งแน่นอน เมื่อ “แผนการลับ” ถูกแฉประจานผ่านคลิปลับ กระตุกเครือข่ายเฝ้าระแวงให้รู้ตัว หมากเกมที่วางไว้ต้องพลอยสะดุด

หนทาง “เดินสุดซอย” ยิ่งยากลำบากไปกันใหญ่

อาจถึงขั้นต้องทุบทิ้งยุทธวิธีเดิม เริ่มหาหนทางกันใหม่เลย

ท่ามกลางกระแสสับสน ผลจากเนื้อหาในคลิปร้อนทำให้ฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย รัฐบาล กองทัพ ไปยันมวลชนกองหนุนแต่ละฝ่าย อยู่ในภาวะหวาดระแวงกันหมด

ต่างฝ่ายต่างไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ประเมินจากเนื้อหาในคลิปลับ จับทางจากตัวเอกตามท้องเรื่องเห็นได้เลยว่า มีความพยายามที่จะจบปัญหาเกมชิงอำนาจประเทศไทย

ด้วยการเคลียร์ปัญหาจากระดับหัวด้วยกัน

ตาม “พิมพ์เขียว” ถ้าระดับบนคุยกันรู้เรื่อง ทุกอย่างก็จบ

ในอีกมุมหนึ่งก็ชัดเจนเลยว่า ระดับหางก็เป็นแค่เครื่องมือในการต่อรองเกมอำนาจ

ไม่ว่าจะเป็นแนวร่วมคนเสื้อแดง นปช.ก็แค่ “เบี้ย” ในการกรุยทางกลับบ้านเท่ๆ ในขณะที่เสื้อเหลือง เสื้อหลากสี ก็แค่หมากในเกมต้าน “ทักษิณ” ไม่ให้กลับมาทวงแค้น

ที่เย้วๆบาดเจ็บล้มตายกันเป็นเบือ

นั่นน่ะ “เหยื่อ” ทั้งนั้น.


“ทีมการเมือง”

โหวตข่าวนี้