advertisement

นำร่องสกัดกู้ 2 ล้านล้าน

โดย ทีมข่าวการเมือง 29 มี.ค. 2556 05:00

“โอ๊ย ไม่เครียดหรอก”

นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ฉีกยิ้มยืนยันกับนักข่าว ก่อนพนมมือท่วมหัว ไหว้ศาลพระภูมิประจำทำเนียบรัฐบาล ระหว่างถูกรุมล้อมซักถามถึงการเตรียมชี้แจงร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทต่อสภาผู้แทนราษฎร

สะท้อนถึงอารมณ์ความมั่นอกมั่นใจ ในการเสนอร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศด้านการคมนาคมขนส่ง วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ต่อสภาฯ วันที่ 28-29 มีนาคม

และเมื่อเปิดฉากประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ นัดแรกวันที่ 28 มีนาคม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท

นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้ชี้แจงถึงเหตุผลความสำคัญจำเป็นในการที่รัฐบาลเสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาทในครั้งนี้ว่า

รัฐบาลตั้งใจพัฒนาให้ประเทศเจริญก้าวหน้า จำเป็นต้องเสนอการลงทุนขนาดใหญ่ ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากปัจจัยการเมืองที่มีความขัดแย้งในปี 2549 ทำให้ประเทศมีการพัฒนาถดถอย ไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง

ต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นถึงร้อยละ 15 ทำให้ความสามารถในการแข่งขันถดถอย การขนส่งส่วนใหญ่ใช้ถนนเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เชื่อมโยงทั้งทางบก ทางอากาศและทางน้ำ เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เน้นการเชื่อมฐานเศรษฐกิจเดิมต่อยอดกับฐานเศรษฐกิจใหม่

ทั้งนี้จะมีการลงทุนระบบรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง กระจายความเจริญเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน จากหัวเมืองไปยังรอบนอก จากเมืองกรุงเชื่อมโยงไปเมืองใหญ่ในชนบท

ก่อนตบท้ายการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่เป็นการกู้เงินระยะยาว จะไม่กระทบฐานะทางการคลัง แม้การกู้เงินอาจทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มสูงขึ้น แต่การลงทุนก็จะทำให้จีดีพีสูงขึ้น และทำให้หนี้สาธารณะลดลง

ในภาพรวมหนี้สาธารณะจะอยู่ในระดับที่บริหารได้ อยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมสามารถรองรับกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดความผันผวนในอนาคตได้

พร้อมยืนยัน จะบริหารโครงการใช้เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ด้วยความโปร่งใส และเข้มงวดกว่างบประมาณประจำปี โดยยึดระเบียบของสำนักนายกฯ มีเอกสารประกอบและบัญชีแนบท้ายที่มีความละเอียด

การดำเนินโครงการจะให้สภาพัฒน์ กระทรวงการคลัง และสำนักงบฯ คอยดูแลตรวจสอบ ขณะที่สภาฯสามารถตรวจสอบผ่านคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ และจะมีรายงานผลการดำเนินการทุกปี

แจกแจงให้เห็นถึงความสำคัญจำเป็น และประโยชน์ทางด้านบวก ในการกู้เงินครั้งมหาศาล 2 ล้านล้านบาท เพื่อพลิกโฉมระบบคมนาคมขนส่งของประเทศ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ลุกขึ้นอภิปรายฉายภาพอีกด้านหนึ่ง โดยเน้นย้ำว่า

ฝ่ายค้านสนับสนุนการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แต่การพัฒนาไม่จำเป็นต้องกู้เงินจำนวนมากมายมหาศาลขนาดนี้ ขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องการคมนาคม แต่มีด้านอื่นประกอบ ทั้งด้านสาธารณสุข และการศึกษา

พร้อมชี้ว่าเงิน 2 ล้านล้านบาทไม่จำเป็นต้องกู้อย่างเดียว เอามาเข้าในงบฯประจำปีได้ เพราะใช้ปีแรกแค่ 3 หมื่นล้านบาท ถ้าใช้กฎหมายเกี่ยวกับการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนที่เพิ่งผ่านสภาฯตัวเลขการลงทุนก็ไม่สูงขนาดนี้

และที่ผ่านมาตั้งแต่ยุครัฐบาล “ทักษิณ” มุ่งแต่ประชานิยม จึงละเลยไม่ได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ก่อนสำทับตบท้าย หากสภาฯอนุมัติกฎหมายฉบับนี้ ต่อไปรัฐบาลอาจเสนอกฎหมายงบประมาณรายจ่ายประจำปีโดยมีแค่เงินเดือนอย่างเดียว ส่วนจะลงทุนอะไรก็ไปกู้มา ส.ส.ไม่สามารถตรวจสอบได้

รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยจะไม่ทำแบบนี้ เพราะเป็นการเลี่ยงการตรวจสอบ อย่าเอาภาพสวยๆมาบังหน้า แล้วไปกู้เงินมากองไว้ให้เป็นภาระประชาชน ดังนั้นจึงไม่ขอรับหลักการกฎหมายฉบับนี้

ยกเหตุผลคัดค้าน ตามฟอร์มของฝ่ายค้าน

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาผ่านกฎหมาย ก็ต้องวัดกันที่เสียงข้างมาก เพราะอย่างนี้นายกฯยิ่งลักษณ์ถึงได้บอกตั้งแต่ไก่โห่ว่า ไม่เครียดในการชี้แจงต่อสภาฯ

แต่ขณะเดียวกัน ฝ่ายต้านกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้าน ก็เริ่มขยับหมากให้เห็น เมื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นำรายชื่อสมาชิกรัฐสภา 77 คน

ยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความ ร่าง พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาเพื่อรองรับการดำเนินการตามร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ถือเป็นการนำร่อง ก่อนยื่นตีความร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เป็นคิวต่อไป

ด่านนี้แหละ จะทำให้นายกฯยิ่งลักษณ์ “ซีเรียส”.

 

ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement