advertisement

ฉากร้อนต่อเนื่องเลย

โดย ทีมข่าวการเมือง 27 มี.ค. 2556 05:00

ไม่พลิกโผ บัญชีแต่งตั้งนายทหารรับราชการกลางปี ออกมาตรงกับกระแสข่าวก่อนหน้า

ไฮไลต์อยู่ที่ชื่อของ “บิ๊กติ๊ก” พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพน้อยที่ 3 น้องชายร่วมสายโลหิตของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 3

คุมกำลังรบหลักในภาคเหนือ

อีกคิวก็คือ “บิ๊กอู๊ด” พล.ท.วลิต โรจนภักดี ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบก ฝ่ายส่งกำลังบำรุง “น้องเล็กบูรพาพยัคฆ์” ที่เคยมีบทบาทสำคัญในการคุมกำลังสลายการชุมนุมของม็อบเสื้อแดง นปช.จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ได้หวนกลับมาสายคุมกำลัง นั่งเป็นแม่ทัพน้อยที่ 1

จ่อคุมกองทัพภาคที่ 1 ต่อแถวเข้าไลน์ “5 เสือ ทบ.”

สรุปตามโพยที่ออกมา ก็เป็นไปตามที่กองทัพ “ล็อกสเปก” กันไว้ โดยที่ฝ่ายการเมือง รัฐบาล พรรคเพื่อไทยไม่ได้แตะต้องโผโยกย้ายทหาร รักษาความห่างจากท็อปบูตอยู่ในระยะปลอดภัย

การเมืองไม่ล้วงลูกทหาร

สถานการณ์แนวรบด้านกองทัพจึงไม่มีอะไรน่าห่วง

แต่ที่ต้องลุ้นหนักก็คือแนวปะทะด้านองค์กรอิสระ ทั้งด่านศาลรัฐธรรมนูญ ด่านคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ล้อ “พิมพ์เขียว” แผน “ทุบกระดองปู”

ตามจังหวะแปรรูปขบวนไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ ทั้งกลุ่ม 40 ส.ว. เครือข่ายสมาชิกวุฒิสภาสายลากตั้ง แท็กทีมกับกองกำลังนอกสภานำโดย “บักใส” นายสุริยะใส กตะศิลา อดีตหัวหอกม็อบพันธมิตรฯในฐานะผู้ประสานงานกลุ่มกรีน

ร่วมด้วยช่วยกันวางตะปูเรือใบ ดักเจาะยาง

วางหมากสกัดรัฐบาลพรรคเพื่อไทยไม่ให้เดินหน้าเข็นร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 2 ล้านล้านบาท

โยงเหลี่ยมเกมชิงอำนาจประเทศไทย ไม่ให้เครือข่าย “ทักษิณ” ตีกินยาว

ในจังหวะที่ “นายใหญ่” อย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็บินมาปักหลักพำนักอยู่ที่ฮ่องกง ในช่วงพอดิบพอดีกับที่มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท
ถือว่า สะดวกในการติดต่อสื่อสารกับทีมงานพรรคเพื่อไทย

ตามเงื่อนไขจากข่าววงใน พ.ต.ท.ทักษิณต้องการเร่งให้ร่าง พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ผ่านการพิจารณาของสภา เพื่อให้เป็นผลงานของรัฐบาล

งานนี้ “ทักษิณ” ก็ลุ้นสุดตัวเหมือนกัน

เอาเป็นว่า สถานการณ์ ณ วันนี้ ฉากการเมืองมุ่งไปที่เดิมพันเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่ส่อเล่นกันหนักทั้งเกมในสภา และเกมนอกสภา

ท่ามกลางบรรยากาศกรุ่นๆ 3-4 ม็อบบุกกดดันรัฐบาลในห้วง

เวลาเดียวกัน

โดยเฉพาะปรากฏการณ์ “ม็อบมีความรู้” กลุ่มแพทย์ชนบท ชมรมทันตสาธารณสุขภูธรและเครือข่ายทันตแพทย์โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ ได้รวมตัวแต่งชุดดำชุมนุมประท้วงขับไล่ นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข และ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ออกจากตำแหน่ง

ประกาศชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะได้ตามเงื่อนไข

โดยสถานการณ์ต่อเนื่อง ก็เสี่ยงไม่น้อยที่ “หัวเชื้อ” จะลามผสมโรงกับม็อบการเมือง

ตามท้องเรื่องที่ต้องติดตามฉากร้อนๆตอนต่อไป ล่าสุดศาลอาญา กรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้องคดีที่นายสายชล แพบัว และนายพินิจ จันทร์ณรงค์ 2 แนวร่วมคนเสื้อแดง นปช.ในความผิดร่วมกันวางเพลิงเผาอาคารเซ็นทรัลเวิลด์ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

แล้วก็เป็นนายสายชลที่พูดแทนแนวร่วมคนเสื้อแดงที่อยู่ข้างในเรือนจำ ยังรอคอยวันที่จะออกมาอยู่ข้างนอก อยากให้มีการนิรโทษกรรมเร็วๆ

ตามจังหวะถือว่า “เข้าเหลี่ยม” พอดี

ในสถานการณ์ที่นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช.อ้างประกาศิตจาก “นายใหญ่” และไฟเขียวของ “นายกฯหญิง” ให้เดินหน้ากฎหมายนิรโทษกรรม

จ้องยำกันเป็นคิวต่อเนื่องจากศึกเงินกู้เลย.

 

ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement