advertisement

ลุ้นหลังศาล รธน.เคาะ

โดย ทีมข่าวการเมือง 31 ม.ค. 2556 05:00

“บุกรวบตัวกำนันเป๊าะ”

พาดหัวของหนังสือพิมพ์ทุกฉบับนำเสนอข่าวเจ้าหน้าที่คอมมานโดของกองบังคับการปราบปรามบุกเข้ารวบตัวนายสมชาย คุณปลื้ม หรือ “กำนันเป๊าะ” จำเลยคดีบงการฆ่านายประยูร สิทธิโชติ หรือ “กำนันยูร” อดีตกำนันตำบลท่าเสม็ด จ.ชลบุรี เมื่อปี 2546 และคดีทุจริตซื้อที่ดินเขาไม้แก้ว ก่อนหลบหนีคำพิพากษาจำคุกของศาลฎีกา

เป็นการบุกรวบตัวบนรถยนต์ส่วนตัวระหว่าง “กำนันเป๊าะ” ที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “กิม แซ่ตั้ง” กำลังเดินทางผ่านถนนพัฒนาการ เพื่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล

สิ้นลายอดีตผู้กว้างขวางแห่งบูรพาทิศ-เจ้าพ่อชลบุรี

งานนี้มองไปต่างๆนานา เพราะระดับอดีตผู้กว้างขวางเมืองชลบุรีที่หลบหนีจากประเทศไทย

ไป 6 ปี จู่ๆก็ถูกเจ้าหน้าที่รวบตัว จึงคงไม่เป็นเรื่องบังเอิญที่ระดับ “พญาเสือ” จะพลาดท่าติดแร้วได้ง่ายดายเพียงนี้

และคงไม่ใช่เหตุธรรมดาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเป็นกองกำลังชุดคอมมานโดปฏิบัติการก็จริง แต่คงไม่กล้าที่จะบุกจับสายฟ้าแลบเช่นนี้ ถ้าไม่มีสัญญาณ “ไฟเขียว”

เช่นเดียวกับ มีการตั้งข้อสังเกตการเกี่ยวโยงไปทาง “ปมการเมือง” เพราะ “กำนันเป๊าะ” คือบิดาของ “เสี่ยแป๊ะ” นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ที่รู้ข่าวการจับกุมระหว่างอยู่ที่รัฐสภา ต้องโทรศัพท์เช็กข่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนให้สัมภาษณ์ยืนยันว่าให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

“มั่นใจว่าไม่มีการเมืองมาเกี่ยวข้อง รวมทั้งคงไม่กระทบกับตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย”

ทั้งนี้ กับสถานะของ “เสี่ยแป๊ะ สนธยา” วันนี้ในขั้วอำนาจรัฐบาล ก็อยู่ในฟันเฟืองเล็กๆในฐานะเจ้ากระทรวงวัฒนธรรม พอสมควรกับจำนวนเสียงของค่ายพลังชล

ถึงจะมีกระแสข่าวเรื่องต่อรองขอเปลี่ยนเก้าอี้ หรือที่ขอแยกนำงานท่องเที่ยวมารวมกับ กระทรวงวัฒนธรรม ขัดคอขัดใจขบเหลี่ยมกับ “หลงจู๊ใหญ่” พรรคชาติไทยพัฒนาอยู่บ้าง

แต่สไตล์ “เสี่ยแป๊ะ สนธยา” เรื่องนี้ก็ไม่ถึงกับต้องเล่นบทเฮี้ยว

อีกทั้งสถานการณ์ของพรรคพลังชล ก็ดูเหมือนจะไม่ได้แข็งข้อเสียทีเดียวนักกับการทำงานในนามพรรคตัวเอง หรือพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า

นาทีนี้ประเด็นยังฟุ้ง จับต้นชนปลายไม่ถูก รอสักพักปมข้อสงสัย “รวบกำนันเป๊าะ” น่าจะคลี่คลายชัดขึ้น

แต่ที่น่าสนใจเวลานี้ คือเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี ที่ยังหยุดอยู่แค่โควตาของพรรคชาติไทย-พัฒนา ที่เก้าอี้รองนายกฯ และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาว่างลง การบริหารจัดการสไตล์ “หลงจู๊ใหญ่” ก็ลงตัวเรียบร้อย

ส่วนแผนที่ว่าจะมีการ “รื้อโละ” ปรับ ครม.ใหญ่ไปพร้อมกันเลย เรื่องนี้ยังไม่ชัวร์

โดยเฉพาะการยกเครื่องทีมเศรษฐกิจรัฐบาล ที่มีกระแสข่าวปรับเปลี่ยนหัวหน้าทีม “เดอะโต้ง” กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ที่อีกสถานะคือ หัวขบวน “ขุมข่ายอำนาจ” ทีมตึกไทยคู่ฟ้าของ“นายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ปมนี้น้องสาวก็คงต้องยื้อเกม เจรจากับพี่ชาย “ทักษิณ ชินวัตร” อีกพักใหญ่

และอย่างไรก็ต้องรอวันลุ้นระทึก 1 กุมภาพันธ์ ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีของนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ อีกขุนพลที่ “นายกฯปู” ให้ความไว้วางใจ และช่วยงานรัฐบาลได้มาก โดยเฉพาะด้านการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2547

“นายกฯปู” ถึงได้ “แย้มไต๋” อาจจะปรับเปลี่ยนเฉพาะตำแหน่งที่ว่าง จำกัดวงที่พรรคชาติไทยพัฒนาเท่านั้น

“จริงๆยังไม่ได้พูดคุยกัน มีการร้องขอจากพรรคร่วมรัฐบาล เราคงมองเฉพาะประเด็นนั้นมากกว่า”

เพราะถ้าหากเลือกได้ “นายกฯปู” คงจะเลือกแนวทางการปรับ ครม.อย่างที่เปิดไต๋ออกมา เพราะนอกจากการยื้อประคองเก้าอี้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของ “เดอะโต้ง” คนสำคัญของเครือข่ายตึกไทยฯแล้ว

ยังไม่อยากให้เกิดแรงกระเพื่อมภายหลังการปรับ ครม. ที่ต้องตัดสินใจใน “ช็อตวัดใจ” อีกหลายช็อต

ทั้งการเยียวยาบรรดาบิ๊กๆ “คนอกหักพักบ้านนี้” ทั้งในค่ายเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็น “เจ้าแม่ กทม.-บิ๊กเชียงราย-สตาร์เสื้อแดง” ที่แม้จะไม่เคลื่อนไหวเรียกร้องใดๆ นิ่งรอพิสูจน์ “สัญญาปาก-สัญญาใจ” เท่านั้น

แต่ “นายกฯปู” กับพี่ชายก็ยังคงไม่กล้าเสี่ยงตัดสินใจใดๆ

ฉะนั้นถ้าหากผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นคุณ เก้าอี้รัฐมนตรีของนายวราเทพยังอยู่ดี ก็คงมีการปรับเปลี่ยนเฉพาะในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา

เพื่อไม่เสี่ยงกับแรงกระเพื่อม ในช่วงที่กำลังเริ่มปั่นโปรไฟล์เก็บเรตติ้ง ทั้งนโยบาย-โปรเจกต์ใหม่ๆ โดยเฉพาะแผนงานใน “ยุทธศาสตร์ชาติ” ตามกระบวนการจัดทำงบประมาณ 2557

1 กุมภาพันธ์ไปแล้ว ประเด็นการปรับ ครม.จึงจะชัดขึ้น.


ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้