advertisement

ลอยตัวบนฐานยังแน่น

โดย ทีมข่าวการเมือง 20 ก.ย. 2555 05:00

มัวแต่ลุ้นม็อบชนม็อบ ระทึกใจกับฉากการเผชิญหน้าระหว่างกำลังพลตำรวจ บช.น. กองเชียร์ “บิ๊กแจ๊ด” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กับแฟนคลับรายการสายล่อฟ้าที่แห่มาให้กำลังใจพร้อมปกป้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน

ตะโกนด่ากันเจี๊ยวจ๊าวหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์

อีกด้านหนึ่งก็เลยซุ่มผ่านไปแบบเงียบๆ ตามโผที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติโยกย้าย พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) สลับดอกไปนั่งแป้นเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดทางให้ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร รองเลขาธิการ สมช. หลานของนายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีที่มีนายเวรชื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” ขึ้นเสียบแทน

เรียบร้อยโรงเรียน “นายใหญ่” วางคนไว้ใจคุมงานด้านความมั่นคง

และก็เงียบๆอีกเหมือนกัน วันเดียวกัน นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยมติที่ประชุม กกต.ให้การรับรองผลการสรรหา ส.ว. “ลากตั้ง” ภาควิชาชีพแทนนายสัก กอแสงเรือง ได้นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.สรรหา หน้าเก่าเจ้าประจำ เหมือนกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีต ส.ว.สรรหา ก็ได้เสียบแทนนายศรีสุข รุ่งวิสัย ในโควตา ส.ว. “ลากตั้ง” ภาคอื่น

“รีเทิร์น” กลับมาผนึกทีม 40 ส.ว. สานภารกิจฝ่ายต้าน “ทักษิณ”

เรื่องของเรื่องรายการ “ซ่องสุมกำลัง” ของทั้ง 2 ขั้วก็ยังอยู่ในโปรแกรมปกติ รัฐบาลวางขุมข่ายข้าราชการ เครือข่ายฝ่ายต้านก็วางเกมผ่านองค์กรอิสระ และวุฒิสภาสาย “ลากตั้ง” ต่างฝ่ายต่างพยายามวางคนไว้ในจุดที่ล็อกขุมข่ายไว้คานอำนาจทางการเมืองกันตามยุทธศาสตร์

“ทักษิณ” กับ “อำมาตย์” ยังอยู่ในจังหวะคุมเชิงกันต่อไป ตราบใดที่ไม่มีใครแหลมเข้าพื้นที่ “สงวน” ของอีกฝ่ายก่อนจนยอมไม่ได้ ก็หยวนๆกันไป

ตามคิวที่คดีความสำคัญในเหตุความขัดแย้งทางการเมือง โดยเฉพาะ 91 ศพ 36 คดีในเหตุสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง นปช.ทยอยเข้าสู่กระบวนการศาล ว่ากันด้วยเอกสาร หลักฐาน ตามกระบวนการยุติธรรม

“คำตอบสุดท้าย” ที่ทุกฝ่ายแสดงท่าทีพร้อมยอมรับ

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ โดยกระบวนการก็ยังต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะจบขั้นตอนสุดท้ายในศาล ตามปรากฏการณ์ที่โจทย์และจำเลยยังต้องสู้กันอีกหลายยก

ที่โหวกเหวกโวยวายกัน โดยเฉพาะกับผลสรุปในรายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)

มันยังเป็นแค่เกมชิงกระแส ยื้อความชอบธรรมฝ่ายใครฝ่ายมัน

ที่แน่ๆในสถานการณ์ทางการเมืองที่ “นางเอก” ยังติดลมบน เกาะกระแสโพลหนุนให้ลากยาวครบเทอม ตามภาพข่าวที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานในวงหารือร่วมระหว่างนายกฯ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับนายอภิสิทธิ์ และทีม ส.ส.3 จังหวัดชายแดนใต้พรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงทหาร ตำรวจ หน่วยงานด้านความมั่นคง  รวมหัวกันหาแนวทางดับไฟใต้

ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น และเสียงตอบรับจากผู้นำทางศาสนา

อีกมุมหนึ่งก็เป็นคิวที่ผู้นำหญิงยืนยันกับประชาชนว่า พร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ โดยจะลุ้นอีกประมาณ 30 วัน ที่จะต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมว่าจะพ้นเขตอันตรายของอุทกภัย

เน้นไปที่เนื้องาน กระตุ้นภาพความตั้งใจในเชิงบริหาร

“ยิ่งลักษณ์” ลอยตัวเหนือความขัดแย้งทางการเมืองได้อย่างแนบเนียน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ใช่แค่อาศัยเหลี่ยมลอยตัว “เอาตัวรอด” ไปเท่านั้น  ตามปรากฏการณ์ยืนยันด้วยการกระทำ  ตั้งแต่มหาอุทกภัย น้ำท่วมใหญ่ปีที่แล้ว ภารกิจต่อเนื่องในการขุดลอกคูคลอง สร้างระบบป้องกันล่วงหน้า จนถึงสถานการณ์น้ำท่วมบางจังหวัดในปีนี้ ก็เป็นฝ่ายของกองทัพที่เป็นหน่วยหน้าของรัฐบาลในการส่งกำลังพลลงพื้นที่ช่วยผู้ประสบภัย

มันจึงไม่แปลกอะไรที่มติ ครม.ล่าสุดจะอนุมัติตามที่กระทรวงกลาโหมเสนอโครงการจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือวงเงิน 30,000 ล้านบาท และโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์แบบใช้งานทั่วไปของกองทัพบก งบประมาณ 2,800 ล้านบาท

ตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับกองทัพเป็นไปแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย

“ยิ่งลักษณ์” ยังปลอดภัยอยู่ในความเอ็นดูของขุนทหาร.

ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement