advertisement

เปิดทาง'วงศ์เทวัญ'!

โดย ทีมข่าวการเมือง 23 ส.ค. 2555 05:00

นัดสำคัญ “ห้ามพลาด” เลยก็แล้วกันกับคิวที่ “เสธ.ไก่อู” พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก เชิญออกอากาศล่วงหน้า สำนักงานเลขานุการกองทัพบกได้ทำหนังสือเชิญบรรณาธิการ คอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ เพื่อมาร่วมรับประทานอาหารเย็น พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารระดับสูงกองทัพบก ในวันที่ 27 สิงหาคมนี้ เวลา 18.00 น. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์

ตามโปรแกรมจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลในปัจจุบันที่สื่อมวลชนสนใจ เช่น การบริหารภายในกองทัพบก การปรับย้าย ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ การปฏิบัติการทหารต่อกรณีปราสาทเขาพระวิหาร การเมือง การจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์

แต่ล่าสุด พล.ต.พลภัทร วรรณภักตร์ เลขานุการ ทบ. ได้แจ้งว่า ผบ.ทบ.ได้สั่งให้ยกเลิกนัดดังกล่าว เนื่องจากสถานการณ์ค่อนข้างอ่อนไหวในความรู้สึกของประชาชน

เรื่องขอเรื่องก็แค่วาระจร นัดพบปะสังสรรค์กันธรรมดา ถ้าไม่บังเอิญว่าจังหวะมันเหมาะเจาะ โดยเฉพาะเป็นการนัดในห้วงที่ “ท็อปบูต” กำลังขยับแข้งขยับขา ตามน้ำเสียงดุๆอารมณ์เครียดๆของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ส่งสัญญาณคลื่นความถี่สูงให้ได้รับรู้กันโดยทั่วไปถึงนัยที่ซ่อนอยู่

ไล่ตั้งแต่คิวส่งเสียงคำราม ปรามกรมสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานสอบสวนตำรวจนครบาล ไม่ให้ “ออฟไซด์” ปล่อยข้อมูลเชิงลึกในคดี 98 ศพ เหตุสลายการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงให้กับสื่อมวลชนฟันธงมาจาก “สไนเปอร์” ของเจ้าหน้าที่
ก่อกระแสให้ทหารเป็นผู้ร้าย

ต่อเนื่องด้วยคิวที่ผู้บัญชาการทหารบก ได้สั่งให้ทหารพระธรรมนูญแจ้งความดำเนินคดีกับนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความชาวเนเธอร์แลนด์ของกลุ่ม นปช. พร้อมด้วยล่าม และรายการทีวีของกลุ่มคนเสื้อแดง ฐานหมิ่นประมาทกองทัพ

กองทัพขยับสวนหมัดกลับแรงๆ ขู่ให้แหยงกันในที

แต่ทั้งหมดทั้งปวง มันมาขมวดปม สรุปรวบยอดกันตอนท้าย ตามอาการที่ “บิ๊กตู่” ฟาดหางใส่สื่อมวลชน เตือนกันดังๆออกอากาศ ควรระมัดระวังในการนำเสนอข่าวที่สร้างความขัดแย้งแก่สังคม ควรที่จะลดระดับการเสนอข่าวแบบนี้ลง เพราะถ้ายิ่งพยายามขุดคุ้ยข่าวต่างๆออกมา จะยิ่งเป็นการสร้างความขัดแย้งให้เพิ่มขึ้น ถ้าวันนี้ถามอีกฝ่าย พรุ่งนี้ถามอีกฝ่าย แล้วนำมาพิจารณาร่วมกัน ก็ไม่มีทางไปด้วยกันได้ เรื่องราวต่างๆ ก็จะไม่มีวันจบ

สื่อมวลชนต้องรับบท “กันชน” ให้กระแทกชิ่งกันตามฟอร์ม

แต่ที่ผิดฟอร์มพลิกล็อกจริงๆ ตามคิวคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี โฟกัสไปที่ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งอยู่ในไลน์ 5 เสือ ทบ. จ่อเส้นทางขึ้นถึงตำแหน่ง “จ่าฝูง” กองทัพบก ตามคิวที่ พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร เจ้าของเก้าอี้คนเดิม จะขยับขึ้นแท่นผู้ช่วย ผบ.ทบ. จ่อรอเก้าอี้ต่อจาก “บิ๊กตู่”

สืบทอดอำนาจ “บูรพาพยัคฆ์” ลากยาวล่วงหน้า

แต่ล่าสุด จับสัญญาณจาก “บิ๊กตู่” แพลมไต๋เป็นนัย ต้องยึดอาวุโสเป็นหลัก แม้บางคนทำดี เช่น ไปบาดเจ็บกลับมา แต่เขาดันเป็นรุ่นน้อง รุ่นพี่ก็ต้องเป็นก่อน ก็ตอบแทนในเรื่องอื่นไปก่อน ถึงเวลาค่อยเอาขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าเพราะบาดเจ็บเพื่อเราแล้วต้องเอาขึ้น มันไม่ได้ อย่างนี้กองทัพบกเสียหาย
นั่นก็เลยทำให้นักข่าวเชี่ยวชาญสายทหารแกะรอยฟันธงเลยว่า ตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 1 แนวโน้มจะตกเป็นของ พล.ต.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่เป็นทหารสาย “วงศ์เทวัญ” เติบโตมาจาก พล.ร.1 รอ. และมีอาวุโสเหนือกว่า เบียดแคนดิเดต “เต็งจ๋า” อย่าง พล.ต.วลิต โรจนภักดี รองแม่ทัพภาคที่ 1 น้องสุดท้อง “บูรพาพยัคฆ์” ที่ครองตำแหน่งหลัง พล.ต.ไพบูลย์

เบื้องต้นเลย “บิ๊กตู่” ยึดตามหลักการของ “ทหารอาชีพ” เป๊ะ

แต่อีกนัยหนึ่ง ถ้ามองกันในมุมขององค์ประกอบภายนอก ในเบื้องต้นน่าจะเป็นการลดกระแสเสียดทานจากแนวร่วมคนเสื้อแดงนปช. เพราะต้องไม่ลืมว่า พล.ต.วลิต คืออดีต ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากยุทธการกระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง นปช. เมื่อปี 2553

ตามเงื่อนไข ถ้าถูกโปรโมตให้ขึ้นแท่น ก็เท่ากับยั่วอารมณ์กันซึ่งๆหน้า

เหนืออื่นใด เป็นการสลายแรงเสียดทานในหมู่ขุนทหาร ตามอาการเขม่นในหมู่ขุนศึก “วงศ์เทวัญ” ที่โดน “บูรพาพยัคฆ์” บดบังรัศมี ตัดหน้ายึดเก้าอี้จ่าฝูงกองทัพบกมาหลายช่วงคนแล้ว จนมีกระแสแว่วๆมาตลอด อาการขบเกลียวกันลึกๆในกองทัพ เสี่ยง “หักลำ” กันเองได้ทุกขณะ

ที่มาของ “ทหารแตงโม” จ้องล่อกันเอง.


ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้