advertisement

เดิมพัน'พันธนาการ'

โดย ทีมข่าวการเมือง 22 ส.ค. 2555 05:03

ดราม่า กระตุกอารมณ์กันเต็มที่

กับบทซึ้งๆฉากเศร้าๆบนเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra ของ“เสี่ยโอ๊ค” พานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้ขึ้นสเตตัสแต่เช้าตรู่ของวันที่ 21 สิงหาคม ด้วยภาพกำลังตักบาตรกับแม่และน้อง พร้อมเขียนข้อความกินใจ

“เช้านี้ผมต้องตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อมาทำบุญตักบาตรเนื่องในโอกาสวันสำคัญอีกวันหนึ่งของครอบครัว คือ  “วันเกิดของน้องอิ๊งค์”  ครับ เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของครอบครัวเราแต่ไหนแต่ไรมา ที่คุณพ่อ คุณแม่ ผม และน้องๆ จะต้องตื่นมาใส่บาตร พร้อมหน้าพร้อมตากัน เมื่อถึงวันคล้ายวันเกิดของคนในครอบครัว

จนกระทั่งถึงวันปฏิวัติเมื่อปี 2549 เป็นต้นมา คุณพ่อก็ไม่สามารถมาร่วมใส่บาตรด้วย นี่ก็เข้าปีที่ 6 แล้วครับ และก็เป็นปีที่ 6 ที่ผมจะถามน้องอิ๊งค์เช่นเดิม ในฐานะพี่ชายคนโตว่า วันเกิดปีนี้อิ๊งค์อยากจะได้อะไร ทั้งๆที่ผมก็รู้ดีว่าคำตอบของน้องอิ๊งค์ จะทำให้ผมและเอม (รวมถึงคุณแม่ด้วย) น้ำตาคลอทุกครั้ง เพราะน้องก็จะตอบคำเดิมว่า “อยากให้พ่อกลับมา”

ที่บ้านเมืองไทย ลูกๆร้องเรียกหา ขณะที่อีกซีกโลกหนึ่ง เว็บไซต์สำนักข่าวโกเรียจุนยาง เดลี่ ของเกาหลีใต้ ได้ลงบทสัมภาษณ์พิเศษอดีตนายกฯทักษิณ ที่เผยกับสื่อมวลชนระหว่างเยือนแดนโสม

โดยเฉพาะคำถามแรกที่ว่าเป็นเวลาถึง 7 ปี ในการลี้ภัยอยู่นอกประเทศไทย โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า ปีแรกๆรู้สึกได้ไม่ดีจริงๆ แต่พอเข้าปี 2 และ 3 เริ่มที่จะปรับตัวได้ และตอนนี้ยังรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโลกมากขึ้น

แต่ก็คิดถึงครอบครัวและบ้าน ต้องการจะนอนหลับอยู่บนเตียงของตัวเองเร็วๆนี้

“นายใหญ่” เร้าจังหวะเข้ามาทุกขณะ อารมณ์ของคนในครอบครัว “ชินวัตร” อยากกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเต็มแก่

แน่นอนว่า เป้าหมายต้องโยงกับการลุ้นไฟเขียว เส้นทางลัด “ปรองดอง” ตามอาการจดๆจ้องๆทีมงานฝ่ายยุทธศาสตร์ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ยังชักเข้าชักออก ยื้อเวลา ไม่กล้าตีธงเดินหน้า ทั้งคิวของการโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 วาระ 3 รวมถึงร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองฯที่บรรจุค้างไว้ในสภา

ไม่บุ่มบ่าม ตามเงื่อนไขต้องประคอง “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ให้ลากเกมยาว

ในสถานการณ์ที่ฝุ่นยังตลบรันเวย์ อุณหภูมิที่เริ่มกลับมาร้อนระอุอีกรอบ ภายหลังปรากฏการณ์เข้มๆของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ออกมาคำรามผ่าน “เสธ.ไก่อู” พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก อดีตโฆษก ศอฉ. แถลงปรามพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานสอบสวนตำรวจนครบาล อย่า “ออฟไซด์” ปล่อยสำนวนเชิงลึกในคดี 98 ศพในเหตุสลายม็อบแดงหลุดออกมาบนหน้าหนังสือพิมพ์ สรุปกันแล้วว่า มาจากมือ “สไนเปอร์” ของเจ้าหน้าที่

ทั้งๆที่คดียังไม่สิ้นสุดกระบวนการในศาล

พร้อมๆกัน จ่าฝูงกองทัพบกก็ส่งทหารพระธรรมนูญดำเนินการแจ้งความเอาผิดนายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความของ นปช. พร้อมล่าม และรายการทีวีของช่องเอเชียอัพเดท ฐานหมิ่นประมาทใส่ร้ายกองทัพ ในการปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดง

ท็อปบูตเทกแอ็กชั่นแรงๆ กระตุกต่อม “ผวา” สกัดเกมรุกกันในที

แต่ก็แสบเหมือนกัน เว็บไซต์ของคนเสื้อแดงได้เผยแพร่เอกสารลับของ ศอฉ. ที่ให้หน่วยปฏิบัติในพื้นที่ควบคุมมวลชนเสื้อแดง เรียก “พลซุ่มยิง” มาที่ ศอฉ.ได้ ถ้าพบผู้ก่อเหตุปะปนอยู่ในม็อบ

เฉลยคำตอบเป็นนัย “สไนเปอร์” ไม่ใช่แค่ปืนติดกล้องที่ซื้อจากคลองถมได้

ที่แน่ๆ “บิ๊กตู่” ก็ยืนยันเป็นเชิงยอมรับ เอกสาร ศอฉ.ไม่ใช่เอกสารลับ แต่หันมาส่งเสียงเขียวกับนักข่าว อยากให้สื่อระมัดระวังการนำเสนอในสิ่งที่จะทำให้เป็นเรื่อง แต่ถ้าอยากให้เป็นเรื่อง ก็เอามาเยอะๆ

ไม่เป็นไร

โดยเหลี่ยม “วนหนีไม่ออก” ต้องปักหลักรอเกมวัดดวง

ในสถานการณ์ที่ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และผู้อำนวยการ ศอฉ. ต้องปิดห้องหารือร่วมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายกฎหมายของพรรค ขอเลื่อนนัดไปอีก 15 วัน หลังมีหมายศาลให้ไปเป็นพยานในคดีที่นายอำพัน คำกอง คนขับแท็กซี่ชาวยโสธร ถูกยิงเสียชีวิตหน้าคอนโดมิเนียม ใกล้สถานีรถไฟฟ้าราชปรารภ ในเหตุสลายชุมนุมเสื้อแดง

ประชาธิปัตย์ก็ลุ้นเกมวัดใจ ไม่ปรองดองก็ต้องลุ้นติดคุกเหมือนกัน

เกมมาถึงจุด “เดิมพัน” พ่วงพันธนาการด้วยกันทุกฝ่าย.


ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement