advertisement

ฝ่าอีกด่าน 'น้ำท่วม'!

โดย ทีมข่าวการเมือง 3 ส.ค. 2555 05:00

ตามสูตรสำเร็จเลย ไฟใต้มักจะระอุในห้วงที่การเมืองผ่อนคลาย

และก็เข้าฉากหักอารมณ์เต็มๆ ระเบิดตูมกลางเมืองปัตตานี แต่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังควงไมค์ร้องเพลง “สุขกันเถอะเรา” อยู่บนเวทีงานเลี้ยงสังสรรค์พรรคร่วมรัฐบาลก่อนเปิดสภา ซึ่งนั่นก็ทำให้เครือข่ายฝ่ายต้านรัฐบาลพรรคเพื่อไทยได้ทีขยายผลเหน็บแนมผู้นำหญิง

มีความสุขอยู่บนสถานการณ์อกสั่นขวัญแขวนของประชาชน

ไฟใต้วนรอบกลับมาใหม่ โจทย์คาราคาซังที่ “ยิ่งลักษณ์” หนีไม่ออก บอกปัดไม่ได้

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ บทพิสูจน์เบื้องหน้าที่เห็นๆกันอยู่ ผู้นำหญิงผู้ไม่ประสีประสาทางการเมือง แต่สามารถผ่านวิกฤติอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ ฝ่ากระแส “เอาอยู่” กดดันจนต่อมน้ำตาแตกในห้วงรับน้องใหม่ มาถึงปรากฏการณ์ “แพงทั้งแผ่นดิน” ที่ฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ แท็กทีมฝ่ายต้านรัฐบาล โหมกระหน่ำโจมตี เบิ้ลบลัฟกันอึกทึกครึกโครม

2 ด่านทดสอบโหดๆ หินๆ ที่นายกฯยิ่งลักษณ์สะสมชั่วโมงบินผ่านมาได้

เล่นบทตามสคริปต์นิ่มๆ นิ่งๆ สวยๆ จนครบขวบปี ในอารมณ์ของโคตรเซียนการเมืองเขี้ยวลากดินต้องพลิกตำราวิเคราะห์กันใหม่ เพิ่มราคาต่อรองให้ “ยิ่งลักษณ์” มีโอกาสลากยาวเกมอำนาจรัฐบาลไปอีกนาน

ยิ่งถ้าฝ่าอีกด่านสำคัญ เดิมพัน “อาการแหยง” ของผู้คนในสังคม ที่ยังอยู่อารมณ์ผวามหาอุทกภัยจะหวนกลับมาหลอนใหม่ ในสถานการณ์ที่วนมาครบรอบเดือนสิงหาคม ณ ห้วงนี้ปีที่แล้ว  นายกฯยิ่งลักษณ์ประเดิมงานรับตำแหน่ง ด้วยการบินลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่เริ่มวิกฤติขึ้นตามลำดับ จนรัฐบาลต้องผุดโปรเจกต์ “บางระกำโมเดล” มารับมือ

สัญญาณน้ำบุกใหญ่ เขื่อนล้นจากทางภาคเหนือ ก่อน “เอาไม่อยู่”

อย่างไรก็ตาม ว่ากันตามเนื้อผ้า ถึงนาทีนี้ก็ “อุ่นใจ” ได้ระดับหนึ่ง เบื้องต้นเลย ตามปรากฏการณ์ธรรมชาติ ประเมินสถานการณ์ของพายุที่เพิ่งเข้ามาแค่หางๆของไต้ฝุ่น และก็ส่งอิทธิพลแค่ทางภาคอีสานและภาคตะวันออก ไม่ส่งผลต่อสถานการณ์น้ำหลังเขื่อนในภาคเหนือ

เทียบกับสถานการณ์พายุปีที่แล้ว เขื่อนคงไม่ต้องเสี่ยงปล่อยน้ำหูตาเหลือก

หันไปที่ปัจจัยการบริหารของรัฐบาล ก็เป็นนายกฯยิ่งลักษณ์ที่ “เทกแอ็กชั่น” กระตุกให้สังคมได้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ตื่นตกใจในการเตรียมการรับสถานการณ์น้ำท่วม

อยู่ตลอดในห้วง 1 ปีที่ผ่านมา

ทั้งการจัดทัวร์ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ตรวจความคืบหน้าโปรเจกต์ขุดอ่างเก็บน้ำ ลอกคลอง ขยายแม่น้ำ สร้างเขื่อน ซ่อมประตูเขื่อน ฯลฯ ตามที่รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆดำเนินการรับมือน้ำ

“ผู้นำ” ออกหน้าลุยแบบจริงๆ จังๆ

แม้จะยังติดๆ ขัดๆ กับบทบาทของหน่วยงานหลักในการคุมเกมเรื่องน้ำอย่างกระทรวงเกษตรฯ กรมชลประทาน ที่รับผิดชอบแม่น้ำสายหลัก ยังขับเคลื่อนไม่ได้เต็มสูบ เพราะติดเงื่อนไขทางการเมืองเรื่องการปรับ ครม. ตามกระแสที่จะมีการปรับเปลี่ยนตัวนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ โควตาพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ออกอาการถอดใจ

พร้อมสลับฉากให้ “หลงจู๊ใหญ่” เลือก “หุ่นกระบอก” ตัวใหม่มาแทน

แต่นั่นก็เปิดทางให้รวบกันโดยอัตโนมัติ แผนรับมือน้ำและการดำเนินการต่างๆจึงตกอยู่ในมือของนายกฯยิ่งลักษณ์และทีมงานรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยเป็นหลัก โดยมีตัวขับเคลื่อนสำคัญคือนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เป็นหัวหมู่

คุมภาพกว้างในเรื่องแผนงานและงบประมาณ

รวมถึงการออกลีลาโวหารเบิ้ลบลัฟกับขบวนการ “หมั่นไส้” รัฐบาล

ขณะที่หน่วยงานเสริมก็คือกระทรวงมหาดไทยของนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯและรมว.มหาดไทย แต่เบื้องหลังว่ากันว่า “มือทุบ” จริงๆของนายกฯยิ่งลักษณ์ อยู่ที่นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ที่โดนผู้นำหญิงเคี่ยวหนักในที่ประชุม ครม.

ตามภารกิจเร่งด่วนเฉพาะหน้า ที่กระทรวงทรัพยากรฯได้

รับมอบหมายให้เร่งขุดลอกคูคลองและแนวป้องกันตลิ่งพัง ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี เร่งขุดลอกแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตื้นเขิน ในช่วงจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี

และอ่างทอง ไม่นับโปรเจกต์อนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำกว่า 8 ล้านไร่

ไฟต์บังคับ “ปรีชา” ต้องขยันส่งการบ้านให้ทันตามกำหนดเวลา

“ยิ่งลักษณ์” เจาะจงเลือกใช้มวยดุที่ลุยกันแบบถึงลูกถึงคน ประเภทสั่งแล้วต้องได้

เพราะเดิมพันเรื่องน้ำ ต้อง “เอาให้อยู่” เท่านั้น.


ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้