advertisement

ถ้ารอด'โภคิน'ก็ฉลุย!

โดย ทีมข่าวการเมือง 11 ก.ค. 2555 05:00

ตามสไตล์ที่ยังไร้เดียงสาทางการเมือง คงไม่ได้ตั้งใจเบิ้ลบลัฟหรือเอาเคล็ดอะไร

กับคิวที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตั้งใจควักกระเป๋าใส่ซอง เอาเงินทำบุญซื้อดอกบานชื่นสัญลักษณ์วัน “เมตตาปัญญาอ่อน” ของผู้พิการทางสมอง ที่อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำมาจำหน่ายที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี

ก่อนที่จะโดนนักข่าวตั้งวงซักถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ตั้งข้อสังเกตการเดินทางเยือนกัมพูชาเพื่อไปร่วมปาฐกถาให้นักธุรกิจสหรัฐอเมริกาฟัง ตามคำเชิญของนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ในวันที่ 13 กรกฎาคม ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะเรื่องพลังงานในพื้นที่ทางทะเล

เป็นประเด็นร้อนที่แทรกคิวมา ในจังหวะที่นายกฯหญิงจะไม่อยู่เมืองไทยในวันที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดลงมติกรณีรัฐบาลพรรคเพื่อไทยแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่

บินไปลุ้นอาถรรพณ์ “ศุกร์ 13” ข้ามประเทศมาจากเขมร

กลายเป็นเรื่องให้โดนเหน็บแนมว่า ผู้นำลอยตัวชิ่งหนีช็อตสำคัญ ทั้งๆที่เป็นวันประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่ประชาชนทั้งประเทศเฝ้าจับตา

สรุป ขยับไปทางไหนก็หนีไม่พ้นรัศมีทำการของปากคนยี่ห้อประชาธิปัตย์

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกำลังกระสับกระส่าย ทำได้แค่การผ่อนคลายสถานการณ์ “อึดอัด” ด้วยการปล่อยสูตร เดาทางกันรายวัน ก่อนหน้านี้ก็เป็นคิวของด็อกเตอร์ทางกฎหมาย “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่เดาทางคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญน่าจะออกมา ยกคำร้อง หรือถ้าผิดก็ให้กลับไปยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกันใหม่เป็นรายมาตรา

แต่ที่แน่ๆไม่เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่มีผลพ่วงโยงถึงนายกฯยิ่งลักษณ์

เน้นเหลี่ยม “รักษาขุน” ไว้ในที่ปลอดภัย

ล่าสุดก็เป็นนายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร มือกฎหมายชั้นอ๋องของฝ่าย “ทักษิณ” ฟันธงล่วงหน้า ส่วนตัวคิดว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญน่าจะออกมาใน 4 แนวทาง

คือ 1. ขัดมาตรา 68 และนำไปสู่การยุบพรรค 2. ขัดมาตรา 68 แต่ไม่นำไปสู่การยุบพรรค 3. ข้อเท็จจริงขณะนี้ยังไม่ขัดมาตรา 68 เพราะยังไม่มีการตั้ง ส.ส.ร. และ 4. การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่เข้าข่ายมาตรา 68 ให้ยกคำร้อง ซึ่งเป็นแนวทางที่ถูกต้องที่สุด

ส่วนตัว ถ้าเป็นศาลรัฐธรรมนูญก็จะยกคำร้องว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เข้าข่ายมาตรา 68 ถือเป็นเรื่องง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่กลับไปจินตนาการ จินตภาพ

ก็เลยเกิดความวุ่นวายขึ้น ยืนยันว่า การขอแก้ไขมาตรา 291 ถูกต้องตามครรลองกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องที่ขัดมาตรา 68 แน่นอน

สอนเชิง ออกลีลากดดันกันในที

เอาเป็นว่า ถ้ารัฐบาลรอดสันดอนไปได้ ถึงคิวปรับคณะรัฐมนตรี

โดยบทบาทที่โดดเด่นของนายโภคินในการตั้งป้อมรื้อรัฐ-ธรรมนูญฉบับ “หน้าแหลมฟันดำ” ตั้งแต่คิวยกร่างฯ จนถึงการเข้าชี้แจงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในฐานะพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง รวมถึงการ “นำร่อง” แนวทางการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ทำแต้มได้เข้าตากรรมการ

เชื่อขนมกินล่วงหน้า เขียนชื่อติดบนกระดานได้ นายโภคินจะเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งใน ครม. “ยิ่งลักษณ์ 3” ในฐานะมือกฎหมายมหาชน ตามความต้องการของนายกฯยิ่งลักษณ์

แถมประทับด้วยใบผ่านทางจากทั้งสาย “นายใหญ่” และ “นายหญิง”

เส้นแข็งโป๊กเลยก็แล้วกัน

ลุ้นแค่ว่า “โภคิน” จะถูกวางอยู่ตำแหน่งไหนระหว่างรองนายกฯกับ รมว.มหาดไทย

แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ ตามจังหวะที่นายกฯยิ่งลักษณ์ บอกปัดกระแสข่าวการปรับ ครม.แบบนิ่มๆ “ปรับเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบ” สำทับกับคิวที่ “เดอะอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย ย้ำกับนักข่าวภายหลังถูกเรียกเข้าพบหารือกับนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมทีมงานยุทธศาสตร์คนสำคัญของรัฐบาลทั้งนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกฯ

โดยยังไม่มีสัญญาณการปรับ ครม.จากนายกฯแต่อย่างใด

ข่าววงใน โน่นแหละ ไปลุ้นกันหลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ.

ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement