advertisement

ปรับแน่แต่รอไว้ก่อน!

โดย ทีมข่าวการเมือง 3 ก.ค. 2555 05:03

จตุพร  -  ณัฐวุฒิ

ถอยร่น แต่ไม่ถึงกับไม่เป็นขบวนซะทีเดียว

ในสถานการณ์ที่รัฐบาลกำลังหลบพลัง “ตุลาการภิวัตน์” วูบวาบ แต่โดยเชิงของโคตรเซียนการตลาด ก็ยังมีจังหวะรุกเกมชิงมวลชน ตามปรากฏการณ์ “รีเทิร์น” ของ “เสี่ยอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย ทีมบ้านเลขที่ 111 สลับคิวเข้ามาเป็นผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทย แทนนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์ฯ

เปิดยุทธศาสตร์รุกชิงกระแส แย่งพื้นที่ข่าวกันอย่างเต็มรูปแบบ

ตามที่ “หมวดเจี๊ยบ” ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงเปิดแนวรบในโลกไซเบอร์ ด้วยการเปิดเวทีให้ “เซียนการตลาดตัวลูก” อย่าง “หนุ่มโอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหอกในการเบิ้ลบลัฟกับพรรคประชาธิปัตย์และเครือข่ายฝ่ายต้านในโลกสังคมออนไลน์ ภายหลัง “หนุ่มโอ๊ค” เรตติ้งติดตลาดไปแล้ว สามารถลากมวยรุ่นใหญ่อย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ลดเพดานบินลงมาประกบคู่ เชือดเฉือนคารมในกระดานโซเชียลเน็ตเวิร์ก

โดยจังหวะเข้าเหลี่ยม พรรคเพื่อไทยเร่งปั้น “พานทองแท้” ติดกระดานการเมือง

เรื่องของเรื่อง ติดลมบนเร็วด้วย

แต่ที่ต้องดึงจังหวะลากยาวออกไป ล่าสุด น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เคลียร์คิวเองเลยว่า ยังไม่เคยได้ยินนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พูดถึงเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงนี้

“ศันสนีย์” ไม่เน้นเหลี่ยมการเมือง เรื่องนี้จึงเชื่อได้ว่าไม่สับขาหลอกแน่

อีกทั้งโดยสถานการณ์ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยกำลังลุ้นพลิกคว่ำพลิกหงายกับคิวของศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณากรณีการรื้อรัฐธรรมนูญฉบับ “หน้าแหลมฟันดำ” เข้าข่ายมาตรา 68 หรือไม่ โดยสถานการณ์ไหลเข้าเกมของฝ่ายจ้องล้มกระดาน

แรงเสียดทานภายนอกปะทะเข้าใส่ ไม่จำเป็นต้องก่อแรงกระเพื่อมภายใน

เพิ่มระดับความเสี่ยงโดยใช่ที่

เหนืออื่นใด โดยยุทธศาสตร์ง่ายๆ นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องลากเกมปรับ ครม.เพื่อให้รัฐมน-ตรีได้ชี้แจงในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงานในความรับผิดชอบ ขืนเปลี่ยนตัวก่อนก็จะไม่มีใครช่วยตอบปมร้อนที่กระแทกเข้าหานายกฯให้ฐานะหัวหน้าทีมบริหาร

ต้องเคลียร์เองหมด เขียนสคริปต์กันไม่ทัน

ฉะนั้น รายการปรับ ครม. “ยิ่งลักษณ์ 3” อย่างไรเสียก็ไม่น่าเกิดก่อนคิวอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามโปรแกรมที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตีปี๊บโหมโรงจะยื่นเชือดทั้งคณะทันทีที่เปิดสภาในต้นเดือนสิงหาคม

“ยิ่งลักษณ์” ต้องพึ่งพวกที่ร่วมหัวจมท้ายกันมาก่อน แต่หลังจากนั้นคงเลี่ยงไม่ได้ โดยธรรมชาติหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องมีรายการปรับ ครม. ยกเครื่องกันตามโปรแกรม ประกอบกับ “ไทมิ่ง” ของรัฐบาลครบรอบ 1 ปี

รู้ฝีมือกันแล้ว ใครเข็นขึ้น ใครเข็นไม่ขึ้น

ก่อนอื่น “ตัวจริง” บ้านเลขที่ 111 จะถูกดึงเข้ามาเสริมทีมไม่มาก เพราะตามเงื่อนไขอันดับแรกที่นายกฯยิ่งลักษณ์ต้องการเสริมทีมด่วนก็คือ “มือกฎหมาย” ประจำรัฐบาล เทียบเคียงคุณสมบัติกันระหว่างนายโภคิน พลกุล อดีตประธานสภาฯที่ถนัดกฎหมายมหาชน กับนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะอดีตผู้พิพากษาที่เชี่ยวเชิงกฎหมายแพ่ง อาญาทั่วไป

ปัญหาอยู่ที่ใครจะยั่วแรงเสียดทาน “ตุลาการภิวัตน์” มากกว่า

ขณะที่ทีมเศรษฐกิจถึงตอนนี้ นายกฯยิ่งลักษณ์เป็นหัวหอกเล่นบทเดียวกับพี่ชายอย่างอดีตนายกฯทักษิณได้แล้ว ก็เหลือแค่ต้องการมือดีมาช่วยคุมเกม เดินนโยบายบริหารให้เป็นไปตามธง

เพื่อเสริมให้นายกฯยิ่งลักษณ์ลอยขึ้นไปอยู่ในจุดที่คุมนโยบายมาจากระดับบน เหมือนกับยุคอดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่อดีตนายกฯทักษิณเป็นคนคุมเกมเศรษฐกิจในภาพรวม โดยมีมือระดับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นหัวหอกทีมเศรษฐกิจ

ติดตรงที่ยังหาตัว “มือดี” ระนาบเดียวกับนายสมคิดไม่ได้

แต่ทั้งหมดทั้งปวง ไฮไลต์อยู่ที่คิวของ “ตุ๊ดตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำตัวพ่อของคนเสื้อแดง นปช. ที่ล่าสุดแว่วๆว่าจะเป็นไพร่คนที่ 2 ที่ได้พลิกบทเป็นอำมาตย์

ไม่ใช่ยั่วยุ เบิ้ลบลัฟฝ่ายต้าน “นายใหญ่”

ตรงกันข้าม มันคือยุทธศาสตร์ล็อก “ตัวอันตราย” ไว้ใกล้ตัวปลอดภัยกว่า “ยิ่งลักษณ์” ลาก “ตุ๊ดตู่” เข้ามาอยู่ใน ครม. จำกัดบทบาทบู๊ฮาร์ดคอร์ ไม่ให้ไปซ่าบนถนน อารมณ์เดียวกับคู่หูอย่าง “เดอะเต้น” นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรฯ แกนนำ นปช.อีกคน พอเป็นรัฐมนตรีก็ต้องวางบทของเสนาบดีให้อยู่ในขอบเขต

ไม่จำเป็น ก็ไม่ออกมาล่อบาทาใครง่ายๆ.


ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement