advertisement

อันตรายที่สนิมเนื้อใน

โดย ทีมข่าวการเมือง 26 มิ.ย. 2555 05:03

ยิ่งลักษณ์  -  จตุพร

“รัฐบาลเทพประทาน 2”

กับมุกของนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง นปช. วิเคราะห์แกมตีปี๊บดักคอปรากฏการณ์ของศาลรัฐธรรมนูญอาจนำไปสู่การพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรองนายกฯ ควบ รมว.กลาโหม และนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เป็นรองนายกฯควบ รมว.มหาดไทย

แค่คิดตามเล่นๆ ยังนึกหวั่นในดวงหฤทัยเลยก็แล้วกัน

แต่มันก็เป็นอะไรที่ห่างไกลจากความเป็นจริงมาก ถ้าประเมินตามพื้นฐานความเป็นไปได้ในพัฒนาการเกมอำนาจประเทศไทยที่ไหลมาถึงปัจจุบัน

วันนี้เชยแล้วที่จะขุดมุกเก่ามาเล่าใหม่

ตามเหลี่ยมคงไม่มีอะไรมากไปกว่าการประจานทีมรัฐบาลเทพประทาน ชูชื่อ “อภิสิทธิ์–เทพเทือก– เนวิน” ขึ้นมากระตุกขวัญ ให้อารมณ์เปรียบเทียบกับนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

บลัฟเบิ้ลกระแส “ตุลาการภิวัฒน์” ที่กำลัง “จัดหนัก” ลูกข่าย “นายใหญ่”เรื่องของเรื่องมันก็บังเอิญมากเกินไป กับการที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญส่งเจ้าหน้าที่ไปยื่นถอนประกัน “ตุ๊ดตู่” นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย แกนนำใหญ่คนเสื้อแดง นปช.ในคดีก่อการร้าย ในห้วงจังหวะห่างกันไม่ถึง 2–3 ชั่วโมง ที่มีกระแสข่าวข้อเสนอจากนายก่อแก้ว ชงชื่อของนายจตุพรลงสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขตดอนเมือง แทนนายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ที่โดนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจกใบแดง

โดยแรงเสียดทานจึงตีความได้ เป็นเกมสกัด “ตุ๊ดตู่” ไม่ให้ลงสนามเลือกตั้งซ่อม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สำหรับเจ้าตัวนายจตุพรเองน่าจะมองลึกไปอีกชั้น ว่ากันตามกระแสข่าววงในที่แกนนำ นปช.แสดงความกังวลผลกระเทือนจากการยื่นถอนประกันตัวนายจตุพร อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจมอบตำแหน่งรัฐมนตรีให้นายจตุพรในการปรับ ครม.ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เพราะหากนายจตุพรได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีก็จะเป็นเป้าถล่ม ทำให้นายกฯยิ่งลักษณ์ ถูกโจมตีอย่างหนัก

โดนกั๊กเก้าอี้รัฐมนตรี นี่ต่างหากที่เครียดกว่า

และโดยสถานการณ์จะโยงไปถึงคิวปรับ ครม. วัดใจ “ยิ่งลักษณ์” ที่ล้อเงื่อนไขธรรมชาติ ว่ากันตามปมเหตุที่รัฐบาลจะพังพาบมาจาก 2 กรรม 2 วาระ หนึ่งคือ คิวทุจริตคอรัปชัน กระแสสังคมกดดันจนอยู่ไม่ได้ กับอีกหนึ่งปมก็คือ “สนิมเกิดแต่เนื้อในตน” พรรครัฐบาลแตกเพราะเกลี่ยผลประโยชน์ไม่ลงตัว

ที่แน่ๆตาม “ตัวหาร” ที่เพิ่มขึ้น

จากแต่เดิมที่ต้องแชร์กันระหว่างทีมงานสายตรงดูไบของนายใหญ่ เด็กเส้นบ้านจันทร์ส่องหล้าของ “นายหญิง” มวยในสังกัดของ “เจ๊แดง” ออปชั่นโควตาของม็อบเสื้อแดง นปช. และที่เส้นแข็งมาแรงยุคนี้ต้องยกให้ค่าย “ไทยคู่ฟ้า” ของนายกฯยิ่งลักษณ์ ที่กำลังสั่งสมกำลังพลยกระดับความแข็งแกร่ง

แบ่งขนมเค้ก เกลี่ยโควตากันยากขึ้นไปใหญ่

ตามปรากฏการณ์ที่จับทางได้จากความอึมครึมในเกมปรับ ครม.ที่ยึกยักๆกันมาตั้งแต่คิวปลดล็อกสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ยื้อกันระหว่างทีมตัวจริงกับพวกนกแล และตอนแรกนายกฯจะไม่ขยับ เพื่อเลี่ยงแรงกระเพื่อมไม่ให้กระทบยุทธศาสตร์ใหญ่ในเกมแก้ไขรัฐธรรมรัฐธรรมนูญ และการผลักดันกฎหมายปรองดอง

จริงๆเลย เคลียร์กันไม่ลงล็อกลงตัว ไม่มีใครยอมเฉือนเนื้อ

และเมื่อเกมรื้อรัฐธรรมนูญสะดุด ประกอบกับโปรแกรมดันร่างกฎหมายปรองดองก็เจอแรงเสียดทานของฝ่ายต้านต้องยุติไว้ชั่วคราว จังหวะก็เลยหนีไม่ออก

เกมปรับ ครม.ต้องเกิดเร็วสุดก็สิ้นเดือนมิถุนายน อย่างช้าก็กลางเดือนกรกฎาคม

ตามจังหวะเช็กทิศทางลมล่าสุด แค่มีกระแสการขยับปรับ ครม.ยกเครื่อง “ยิ่งลักษณ์ 3” กระเส็นกระสาย ก็มีปฏิกิริยาจากพวกที่อยู่ในข่ายหมดโปรโมชั่น โดยเฉพาะเสียงบ่นจากรัฐมนตรี “ต่างตอบแทน” ความดีความชอบที่ทุ่มทุนสร้างให้ “นายใหญ่” เปิดสงครามกับอำมาตย์ฝ่ายต้าน “ทักษิณ”

อุตส่าห์เสี่ยงตาย เอาชีวิตเข้าแลกให้

แต่ได้บำเหน็จเก้าอี้รัฐมนตรีแค่ 3–4 เดือน มันไม่คุ้ม.


ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement