advertisement

กระตุกความขลังก่อน

โดย ทีมข่าวการเมือง 15 มิ.ย. 2555 05:00

ยงยุทธ - ทักษิณ

โดนกันถ้วนหน้าเลยก็แล้วกัน

ด้านหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว.สรรหา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณายุบพรรคประชาธิปัตย์และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 5 ปี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรค 3 จากกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายก-รัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2551 แต่เมื่อตรวจสอบองค์ประชุมและการลงมติของ ส.ส.ในขณะนั้น พบว่า เสียงของ ส.ส.ส่วนหนึ่งมาจากพรรคการเมืองที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรค

จึงถือว่า นายอภิสิทธิ์ได้รับเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งที่กฎหมายกำหนด และการกระทำดังกล่าวของนายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ เป็นการกระทำให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองประเทศ โดยวิธีการที่มิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

อีกด้านหนึ่ง นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด มอบหมายให้พนักงานอัยการนำสำนวนพยานหลักฐานจากการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ชี้มูลความผิดคดีปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพวก ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ตามท้องเรื่อง ถ้าศาลฎีกาฯพิพากษาว่าผิดตามฟ้อง ก็จะเป็นคดีที่ 2 ที่อดีตนายกฯทักษิณมีสิทธิเจอโทษจำคุกซ้ำจากคดีที่ดินรัชดา

เจองานเข้าพร้อมๆกันทั้งประชาธิปัตย์และฝ่าย “ทักษิณ”

คดีใหญ่ขยับพร้อมกัน ในห้วงสถานการณ์เกมเพาเวอร์เพลย์เริ่มลดความร้อนแรงลงไป

เรื่องของเรื่องต้องกระตุกกระแสกันไว้ก่อน

ตามเงื่อนไขที่ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งโดนแนวร่วม “ทักษิณ” ดาหน้าถล่มแหลกในจังหวะยื้อยุดฉุดกระชากเกมรื้อรัฐธรรมนูญฉบับ “หน้าแหลมฟันดำ” ได้จังหวะเช็กบิลทบต้นทบดอกจากคดียุบพรรคไทยรักไทย ยุบพรรคพลังประชาชน แต่ถึงคิวพรรคประชาธิปัตย์รอดเพราะมุกคดีขาดอายุความ

กระตุกเครื่องหมายคำถาม “ตอกย้ำ” วาทกรรม “สองมาตรฐาน”

ตามรูปการณ์ คิวรับสอบคดียุบพรรคประชาธิปัตย์รอบ 2 ก็เป็นจังหวะเทกแอ็กชั่นแสดงให้เห็นว่า “อรหันต์ทองคำ” ไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะพรรคเพื่อไทย ไล่บี้ไล่ทุบลูกข่ายของ “ทักษิณ” เพียงฝ่ายเดียว

อารมณ์เดียวกันเลย อัยการสูงสุดก็ต้องเคลียร์เสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีการสวนมติศาลรัฐธรรมนูญ ฟันธงไม่ยื่นเรื่องแก้รัฐธรรมนูญล้มล้างการปกครอง ส่งต่อให้ “อรหันต์ทองคำ” โดยเฉพาะข้อครหาจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่หมิ่นกันซึ่งหน้า

ตั้งแง่กันตรงๆเลยว่า อัยการทำงานเข้าทางรัฐบาลพรรคเพื่อไทยตลอด

การเดินหน้ายื่นฟ้องอดีตนายกฯทักษิณในคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จากที่ปล่อยค้างมานาน ก็ถือเป็นการแสดงให้เห็นว่า อัยการไม่ได้กระทำการเอื้อฝ่าย “นายใหญ่”

ศาลรัฐธรรมนูญกับอัยการสูงสุดได้จังหวะกระตุกความขลัง

แต่ที่เฮี้ยนขึ้นมาในจังหวะต่อเนื่องกัน ตามคิวที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิดนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในคดีการซื้อที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ในสมัยดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย

เล่นหนัก ฐานทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ทำให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง และฐานประพฤติชั่วร้ายแรง

แม้แต่รุ่นเก๋าอย่าง “บิ๊กเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา หลงจู๊ใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนา ยังอดแปลกใจไม่ได้ เพราะคิวของนายยงยุทธเป็นเรื่องนานมาแล้ว แต่ทำไมยังไม่จบ

เผลอๆก็โผล่มาฟันกันแบบไม่ทันตั้งตัว

เรื่องทางคดีก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน อีกนานกว่าคดีของนายยงยุทธจะสิ้นสุดที่ศาล แต่โดยยุทธศาสตร์ท่ามกลางกระแสเกมเพาเวอร์เพลย์ มันก็มองได้กับอาการ “เฮี้ยนกะทันหัน”

ป.ป.ช.ต้องโชว์บทเหี้ยม กระชับดาบในกำมือ ในสถานการณ์ที่พรรคเพื่อไทย แนวร่วม “ทักษิณ” ตีปี๊บโหมกระแสรื้อรัฐธรรมนูญฉบับหน้าแหลมฟันดำ จ้องโละทิ้งองค์กรอิสระที่เป็นผลผลิตจากคณะรัฐประหาร

นอกจากศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช.ก็จ่ออยู่ในเป้าหมายเบอร์ต้นๆ

“ยงยุทธ” ก็เลยซวยโดนเชือดโชว์อิทธิฤทธิ์กันในที.

ทีมข่าวการเมือง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement