ยิ่งลักษณ์
ยังมีอารมณ์บันเทิงรื่นเริง
กับลีลาที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขึ้นเวทีคว้าไมค์ร้องเพลง “ดาวกระดาษ” ของศิลปินสาว ปนัดดา เรืองวุฒิ เพื่อฉลองวันเกิดครบรอบปีที่ 55 ให้นายพายัพ ชินวัตร พี่ชาย ด้วยความชื่นมื่น พร้อมยกมือทำสัญลักษณ์ไอเลิฟยูให้คนด้านล่างเวที ท่ามกลางสมาชิกพรรคและประชาชนร่วมงานนับพันคน
ได้โอกาสปลดปล่อยอารมณ์เครียด ระบายอาการกดดัน
ตามบรรยากาศก่อนหน้าไม่กี่ชั่วโมงที่จะลุ้นหวยศาลรัฐธรรมนูญ และที่สุดผลออกมา “หายใจโล่ง” ไปตามๆกัน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ มีความจำเป็นเร่งด่วน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 เช่นเดียวกันกับ พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ศาลรัฐธรรมนูญมีมติด้วยเสียง 7 ต่อ 2 ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วน ในการเชื่อมโยงกับแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล
สรุป รัฐบาลสามารถเดินหน้าแผนงานตั้งรับมหาอุทกภัยได้แบบเต็มสูบ “เอาอยู่” หรือ “เอาไม่อยู่” ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของนายกฯยิ่งลักษณ์และทีมงาน เป็นอันว่า จบข่าว
แล้วก็สลับฉาก ตามท้องเรื่องใหม่กันเลย 23 กุมภาพันธ์ ตามฤกษ์ยามอุบากองที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระแรกในที่ประชุมรัฐสภา ประกอบไปด้วย 3 ฉบับคือ ร่างของรัฐบาล ร่างของพรรคเพื่อไทย และร่างของพรรคชาติไทยพัฒนา
“เขี่ยลูก” เปิดมหกรรมรื้อรัฐธรรมนูญฉบับ “หน้าแหลมฟันดำ”
และก็มาตามนัดเลยเหมือนกัน แกนนำม็อบพันธมิตรฯนัดประชุมออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตามข้ออ้างที่ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นเพียงนิติกรรมอำพราง ทำให้อำนาจประเทศไทยตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของเผด็จการรัฐสภา โดยกลุ่มทุนสามานย์ผูกขาดของพรรคการเมือง
ลั่นชุมนุมใหญ่ทันทีหากพบเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสถาบันกษัตริย์ หรือล้างผิดให้นักการเมือง
แต่เรื่องของเรื่อง พวก “ขาเก่า” หน้าเดิมๆ รู้ทางกันดีว่า “อาละวาดตามฤดูอยู่แล้ว”
ที่น่าจับตาจริงๆอยู่ที่จังหวะขยับของนายประวิช รัตนเพียร ผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดโพย “10 อรหันต์” ตามอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน ในการตั้งคณะที่ปรึกษาจำนวน 10 คน เพื่อเสนอแนะประเด็นที่ควรจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ประกอบด้วยนายนรนิติ เศรษฐบุตร อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2550 นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นายศุภชัย เยาวะประภาษ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายจรัส สุวรรณมาลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีต ส.ส.ร.ปี 2550 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
คนเด่น คนดัง ระดับชื่อติดชาร์ตทั้งนั้น
และก็ทันทีทันควัน ตามอาการที่สะท้อนผ่านนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงตั้งแง่ดักคอผู้ตรวจการแผ่นดิน พรรคเพื่อไทยไม่ไว้วางใจ ไม่สบายใจกับทีมอรหันต์ของผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยเฉพาะชื่อนายธีรภัทร์ นายนรนิติ และนักวิชาการอีก 6-7 คน ที่ส่วนใหญ่แสดงจุดยืนอยู่ตรงข้ามกับประชาธิปไตย
เป็นกลุ่มอำนาจเก่า เป็นคนที่มาจาก คมช.และคณะรัฐประหาร
ตามจังหวะของมวยรู้ทางกัน พรรคเพื่อไทยเริ่มรับรู้ถึงสัญญาณผิดปกติ ประกอบกับจังหวะเดินเครื่องของนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่แบะท่ารับมุกกลุ่มกรีนยื่นร้องสอบประมวลจริยธรรมของนายกฯยิ่งลักษณ์ในปม “ว.5โฟร์ซีซั่นส์” จี้ให้นายกฯทำหนังสือชี้แจงภายใน 30 วัน
ก่อนหน้านั้นก็ยังมีคิวรับเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นให้สอบปมผลประโยชน์ทับซ้อนในนโยบายบ้านหลังแรก เอื้อบริษัทอสังหาฯในเครือข่าย
ผู้ตรวจการแผ่นดินนี่แหละ “ผู้เล่นตัวจริง” ในเกมทำลายจังหวะพรรคเพื่อไทย
ที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ หรือม็อบพันธมิตรฯ ก็แค่ “เบี้ย” ที่ใช้เดินหมากแล้วได้ผลไม่เข้าเป้า ไล่ฝ่าย “นายใหญ่” ไม่จนแต้ม จนต้องใช้วิธีการรัฐประหารล้มกระดาน
งานนี้ฝ่ายคุมเกมเลยต้องใช้ “โคน” ไล่ดูมั่ง.
ทีมข่าวการเมือง




















