advertisement

หนทางอยู่ที่เกมสภา

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 22 ธ.ค. 2554 05:03

คนละฉาก แต่ตามท้องเรื่องเดียวกัน

ตามรายงานข่าวเบื้องหลังที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์ ต้องพึ่ง “หมอดู” อย่างนายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ในฐานะโหรชื่อดัง จับยามสามตาทำนายอนาคตล่วงหน้า ดวงการเมืองในปี 2555 จะร้อนแรงมากในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนพฤษภาคม

อาจเกิดเหตุการณ์รุนแรงทางการเมือง จนส่งผลต่ออายุของรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์”

ล้อกับช็อตเบื้องหลังที่ประชุมพรรคเพื่อไทยที่เถียงกันหน้าดำหน้าแดง ฝ่ายหนึ่งที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ทีมงานคนเสื้อแดง นปช. ตีธงต้องแก้รัฐธรรมนูญตามที่ได้หาเสียงไว้กับประชาชน

ขืนชักช้า มัวเขินอาย จะแท้งตายทั้งกลมเหมือนอดีตรัฐบาลพรรคพลังประชาชน

ขณะที่อีกฝ่าย ในอารมณ์ของเซียนเขี้ยวลากดินทางการเมืองระดับ “สารวัตรเหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ประเมินทิศทางลมแล้วเห็นว่า เสี่ยงเกินไปที่จะฝ่าคลื่นลมต้าน แนะให้แตะเบรกชะลอเกมแก้รัฐธรรมนูญออกไปก่อน

เดี๋ยวจะพาลล่มอับปางก่อนเวลาอันควร

“ลูกหาบ” ยังไปคนละทาง คิวแบกเกมแก้รัฐธรรมนูญดูยังไงก็หนักอึ้ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ว่ากันตามสถานะทั้ง “สารวัตรเหลิม” และ ส.ส.แกนนำเสื้อแดง ไล่ตามลำดับตั้งแต่ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ต่างก็เป็น “สายล่อฟ้า” มีพลังดึงดูดให้แนวร่วมฝ่ายต้าน แห่ตามเป็นเงา

ยิ่งขยับช่วย ยิ่ง “เรียกแขก” ทำให้ “นายใหญ่” ออกตัวลำบาก

โดยอารมณ์ลึกๆของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร คงอยากให้อยู่เฉยๆ จะเป็นคุณูปการ มากกว่า

ตามน้ำหนักอย่างเป็นการเป็นงานจริงๆน่าจะอยู่ที่คิวของนายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล แจ้งในที่ประชุมวิปรัฐบาล ถึงมติของพรรคเพื่อไทยที่จะชะลอการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไปก่อนจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม

ดังนั้น การแสดงความคิดเห็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการที่ ส.ส.รัฐบาลท่านใดต้องการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงขอให้เป็นการดำเนินการหรือการแสดงความคิดเห็นเป็นการส่วนตัว ทั้งนี้ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควรให้เป็นความเห็นรัฐบาลว่า ควรเสนอญัตติเมื่อใด หรือให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่ได้รับการยอมรับขึ้นเป็นผู้ยกร่างฯ

ดึงเกม คุมจังหวะรุกไม่ให้สะเปะสะปะ

สอดคล้องกับท่าทีล่าสุดของนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่บอกปัดหรือปฏิเสธ แถมยังแบะท่า ขอศึกษารายละเอียดว่า จะแก้ตรงไหนบ้าง โดยทุกอย่างจะต้องได้รับการยอมรับจากเสียงส่วนใหญ่

สรุปว่า ถ้าเกมอำนาจอยู่ในมือของรัฐบาลเพื่อไทย ต้องมีคิวรื้อรัฐธรรมนูญแน่

เพื่อคำตอบสุดท้าย “นิรโทษกรรม” เปิดประตู “ทักษิณ” กลับบ้าน

ตามยุทธศาสตร์ที่น่าจะเช็กกระแส หยั่งระดับแรงเสียดทานกันแล้ว กับปฏิบัติการโยนหิน “ขอพระราชทานอภัยโทษ” ลองเชิงเช็กกำลังแนวต้านนายใหญ่ที่โผล่ออกมาค้านกันหน้าสลอน ประเมินแล้วโดยประเด็นหัวเชื้อยังกรุ่นๆ ยังมีโอกาสคุโชนขึ้นมาใหม่

ตรงกันข้าม ลำพังศักยภาพของหัวขบวนคนหน้าเดิมๆ ถ้าไม่มีเงื่อนไขให้โหมไฟ ก็ “จั่วลม”

ตามเกม ม็อบต้านบนถนนเลี่ยงได้ ถ้าไม่เขี่ยหัวเชื้อไวไฟ

และก็เป็นอะไรที่ฤทธิ์น้อยลงไปเยอะ กับการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดนลากเข้าติดบ่วงกรรมในคดี 91 ศพ จากเหตุสลายการชุมนุมเสื้อแดง นปช.

พละกำลังก็ลดลงไปตามอาการเสือมีชนักปักหลัง

ขณะเดียวกัน กับจังหวะการตีธงรื้อ พ.ร.บ.กลาโหม ของพรรคเพื่อไทย ที่ชักเข้าชักออกเปิดเกม “ต่อรอง” กันเป็นเชิง “กันระยะห่าง” ออกจากกองทัพเพื่อความปลอดภัย ในอารมณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ยื่นเงื่อนไขไม่ให้มีการแตะต้องสถาบัน ทหารก็พร้อมกลับเข้ากรมกอง

ไม่ยุ่งกับเกมการเมือง ปล่อยให้เป็นเรื่องของนักเลือกตั้ง

ตามจังหวะเคลียร์พื้นที่ บล็อกแนวต้านให้อยู่ในรัศมีที่คุมเกมได้ ลากคิวแก้รัฐธรรมนูญเข้าไปว่าในสภา สู้กันในเกมของนักการเมือง อาศัยจำนวนเสียงของพรรคเพื่อไทยที่เกินครึ่งสภา บวกกับพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้านที่แอบมีใจ รวมแต้มกับ ส.ว.ในเครือข่าย

โดยเส้นทางนี้ “ทักษิณ” มีโอกาสกลับบ้านมากที่สุด.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

โหวตข่าวนี้