ข่าว

วิดีโอ

ทำเพื่อนเข็ดยิ่งลำบาก

ช่วงเร่งเครื่องทางตรงก่อนเข้าเส้นชัย ลุ้นระทึก 7 วันสุดท้าย

แต่ในสายตานักเลือกตั้งอาชีพระดับปรมาจารย์ “ปิดกล่อง” ไปแล้ว ตั้งแต่ค่ำคืนวันที่ 23 มิถุนายน บนเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ ณ แยกราชประสงค์ “ดงเลือดคนเสื้อแดง” ท่ามกลางบท “ดราม่า” เคล้าน้ำตา ของ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ปนเรื่องเล่าบีบอารมณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่แสดงสีหน้าเศร้า เล่าความหลังเหตุการณ์ปะทะที่สี่แยกคอกวัว ร้องไห้จนภรรยาต้องปลอบ กระตุ้นสติ

“เทกระเป๋า” เกกันแบบหมดหน้าตัก ก็ยังจุดกระแส “เผาบ้านเผาเมือง” ไม่ติด

เขย่าขวัญ “พลังเงียบ” ในเมืองกรุงไม่สำเร็จ

ตามจังหวะก็อย่างที่เห็น “อภิสิทธิ์” และทีมงานต้องกางตำราใหม่กันแบบอุตลุด ก่อน “ปล่อยของ” ชุดสุดท้าย “ถอนพิษทักษิณ” กวักมือเรียกลูกค้าที่กำลังเบือนหน้าหนี ให้หันกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์ให้ได้เกิน 250 เสียง เพื่อเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเด็ดขาดลุยล้างปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบอบทักษิณ

ในปรากฏการณ์ “จัดเต็ม” ทั้งสติ๊กเกอร์ “ล้างผิด” ติดทับป้ายหาเสียงเดิม ใบปลิวถล่ม “นิรโทษกรรมทักษิณ” ที่ถูกแจกจ่ายไปทั่วประเทศ

ไม่นับ “ซีดีเถื่อน” ฉากเผาบ้านเผาเมืองในวันสลายม็อบเสื้อแดง ที่มี “มือมืด” จงใจไปวางทิ้งไว้ตามตลาด ร้านค้า สถานที่สาธารณะ เป็นกล่องใหญ่ๆ “ยัดเยียด” ให้ไปดูกันฟรีๆ

“เฮือกสุดท้าย” โหมกระตุกกระแสกันแบบสุดแรงเกิด

ประชาธิปัตย์ “เร้าชนวน” จุดระเบิดลูกสุดท้าย แต่ก็ยังช้ากว่า 1 ก้าว เพราะก่อนหน้านั้น กลับเป็นฝ่ายของพรรคเพื่อไทยที่ชิงออกแถลงการณ์ไม่มีนโยบายนิรโทษกรรมและคืนเงิน 4 หมื่นล้านให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตามที่นายอภิสิทธิ์และคนประชาธิปัตย์ ตีปี๊บโจมตี

ตามบทนิ่งๆที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประกาศนโยบาย

“ถอนพิษ” ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ได้สร้างความกังวลให้กับฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทยมีนโยบายที่ชัดเจนแล้วว่าจะแก้ไขปัญหา โดยมุ่งเน้นที่ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน ไม่ใช่การช่วยเหลือใคร

และอยากฝากไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะต้องมีการอธิบายให้ภาคเอกชนเข้าใจในแนวทางการแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

“เบิ้ลกลับ” กันนิ่มๆ ในอารมณ์ที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ฝ่ายหนึ่งเดินเกมยุทธ์โจมตีคู่แข่งแบบหน้าดำหน้าแดง โค้งสุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์ไม่พูดถึงเรื่องนโยบายกันแล้ว

ขณะที่อีกฝ่ายนอกจากไม่ต่อปากต่อคำ ตามสคริปต์ “ยิ่งลักษณ์” ยังชวนให้พรรคการเมืองกลับมาแข่งกันเรื่องนโยบาย เน้นไปที่เรื่องปัญหาปากท้องของชาวบ้าน

ประเมินกันง่ายๆ มุกไหนจะได้ใจ “คนกลางๆ” ที่เบื่อความขัดแย้งมากกว่ากัน

เอาเป็นว่า สถานการณ์ไหลมาถึงตรงนี้แพ้ชนะไม่ต้องพูดถึง ตามอาการที่จับทางกันได้ โอกาสเดียวของพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังหวังได้

แค่ลุ้นไม่ให้พรรคเพื่อไทยได้เสียงเกินครึ่ง หรือมากกว่า 250 ที่นั่ง

ก็อย่างที่ “ซ่อนไต๋” ไว้ไม่มิด เริ่มตั้งแต่ “อภิสิทธิ์” เองที่เผลอพลั้งปากแบยุทธศาสตร์ออกมา กรณีถ้าพรรคเพื่อไทยชนะแต่ได้เสียงไม่ถึงครึ่ง ก็เป็นอะไรที่ต้องมาวัดแต้มกันกับพรรคประชาธิปัตย์ที่จะนับแต้มรวมกับพรรคภูมิใจไทย

ใครได้มากกว่าก็เป็นสิทธิในการแย่งจัดตั้งรัฐบาล

พูดกันแบบ “ไม่เขิน” ที่ต้องแท็กทีมสู้แบบ 2 รุม 1

ล่าสุดก็เป็น “เทพเทือก” ที่ออกมาโยนระเบิด “ดักทาง” พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก อ้างกันลอยๆเลยว่า ได้ข่าวมีการต่อสายจาก

อดีตนายกฯทักษิณถึงแกนนำพรรคต่างๆ ชวนให้เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย โดยเสนอเงื่อนไข “ยั่วยวนใจ” ยากจะปฏิเสธได้

นัยว่า ใครไปร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยก็แสดงว่ายอมรับผลประโยชน์กันแล้ว

แต่อีกมุมหนึ่งก็เป็น “เทพเทือก” เองที่เคาะกะลาล่อ ถ้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะเปิดทางให้มีการ “นิรโทษกรรม” นักโทษการเมืองในบ้านเลขที่ 111 ตามจังหวะ “อภิสิทธิ์” ก็แบะท่ากั๊กไว้ พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ล้างผิดเฉพาะเรื่องคดีทุจริตคอรัปชัน แต่การนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองไม่เกี่ยว

หยอดมุกตื้นๆยั่วน้ำลาย “ขาใหญ่” พรรคเล็กพรรคกลาง

ปัญหาก็คือ “เพื่อนเข็ด” ซะแล้ว ตามอารมณ์ที่นายบรรหาร ศิลปอาชา “หลงจู๊ใหญ่” พรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาประจาน “สัญญาลูกผู้ชาย” ที่ “อภิสิทธิ์” เคยรับปากไว้เมื่อตอนร่วมจัดตั้งรัฐบาล แต่สุดท้ายก็เบี้ยวกัน แล้วก็เป็นชนวนให้ต่อปากต่อคำ ลามไปถึงคิวที่นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาสำทับ “อำนาจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้” บีบให้ร่วมรัฐบาลกับประชาธิปัตย์

มันก็ชัด ถ้าไม่มี “ตัวช่วย” เพื่อนไม่คบด้วยแน่.


ทีมข่าวการเมือง รายงาน

27 มิ.ย. 2554 01:33 27 มิ.ย. 2554 05:16 ไทยรัฐ