วันนี้ม็อบคนเสื้อแดงจะเคลื่อนพลครั้งใหญ่ ใช้ยานพาหนะทุกชนิดออกตระเวนไปทุกถนนใน กทม. เพื่อเชิญชวนคนกรุงมาร่วมชุมนุมที่เชิงสะพานผ่านฟ้า จะได้ผลมากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่ที่ใจของคน กทม.
แต่ที่แน่ๆก็คือ เมื่อแกนนำ นปช.ประกาศว่า จะชุมนุมยืดเยื้อจนกว่าจะได้รับชัยชนะ ก็หมายความว่าคน กทม.ต้องทนกับสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนักต่อไป โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ม็อบเสื้อแดงจะสลายตัวเพื่อให้ทุกอย่างกลับสู่สภาพเดิม
ขนาดการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ หรือม็อบเสื้อเหลือง ชุมนุมยึดทำเนียบฯ ยึดสนามบินเกือบสองร้อยวัน ยังขับไล่รัฐบาลพรรคพลังประชาชนที่อำมาตย์และกองทัพไม่ปลื้มไม่ได้ กว่าจะได้ศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นกรรมการห้ามมวย ก็ทำเอาม็อบเสื้อเหลืองแทบแย่
แล้วนับประสาอะไรกับม็อบเสื้อแดง ที่จะมาไล่รัฐบาลที่บอกว่าตั้งในค่ายทหาร โดยมีอำมาตย์หนุนหลัง
คนกรุงก็คงต้องลุ้นว่าม็อบเสื้อแดงจะลากยาวได้เหมือนกับม็อบเสื้อเหลืองหรือไม่
พูดถึงม็อบก็ต้องนึกถึงการจราจรติดขัด เพราะมีม็อบที่ไหนก็ต้องมีการปิดถนนที่นั่น แต่สำหรับคนบนถนนแจ้งวัฒนะไม่ว่าจะมีม็อบหรือไม่ ก็ต้องเผชิญกับการจราจรติดขัดตลอดทั้งวัน ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะถนนสายนี้มีสถานที่ราชการอยู่เป็นจำนวนมาก แค่รถข้าราชการและผู้มาติดต่อราชการก็เต็มถนนแล้ว เมื่อบวกกับการก่อสร้างบนผิวการจราจรที่สร้างไม่เสร็จ ก็ยิ่งทำให้ การจราจรติดขัดหนักยิ่งขึ้นไปอีก
สำหรับข้าราชการที่ทำงานอยู่ในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ นอกจากต้องเผชิญปัญหาจราจรติดขัดแล้ว ในศูนย์ราชการยังมีปัญหาอีกมากมาย นับตั้งแต่หลายส่วนราชการที่ย้ายไปอยู่ ทั้งๆที่สถานที่ก็ไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงมีปัญหาฝนตกน้ำรั่วถึงขั้นต้องเอากระป๋องกระแป๋งมารองรับน้ำฝนที่หยดแหมะ
ไม่เชื่อลองถาม ร.ต.หญิง ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รมว.เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ย้ายไปอยู่ชั้น 9 อาคาร B ดูก็ได้ เพราะขนาดห้องรัฐมนตรียังน้ำรั่วมาแล้ว
ในขณะที่พื้นที่อาคารก็ไม่ทราบว่าปูด้วยกระเบื้องเกรดไหน ถึงทำให้ข้าราชการสาวๆที่สวมส้นสูง ต้องลื่นหกล้มขาแพลงไปแล้วหลายราย บางรายถึงกับหัวฟาดพื้นสลบเหมือดไปเลย ยิ่งถ้าฝนตกน้ำรั่วยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะลื่นปรื๊ดยิ่งกว่าลานสเกตเสียอีก
นี่ยังไม่รวมถึงอากาศที่ต้องหายใจกันทุกวินาที เพราะเครื่องปรับอากาศของอาคารศูนย์ราชการฯ เป็นระบบน้ำหล่อเย็น แต่ปรากฏว่าบ่อเก็บน้ำสำหรับหล่อเย็นเต็มไปด้วยตะไคร่เขียวไปหมด ทำให้อากาศที่ออกมาจากเครื่องเต็มไปด้วยเชื้อโรค ข้าราชการหลายคนเป็นโรคภูมิแพ้ บางรายถึงขั้นล้มป่วยด้วยอาการปอดติดเชื้อ ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเดือนๆกว่าจะหายดี
ที่สำคัญศูนย์ราชการฯ มูลค่าหลายหมื่นล้าน แต่กลับไม่มีอินเตอร์เน็ตไร้สายไว้คอยบริการแต่อย่างใด ทั้งๆป้ายรถเมล์ริมถนนใน กทม.ก็มีอินเตอร์เน็ตไร้สายใช้กันแล้ว
นอกจากนี้ยังมีเรื่องอาหารการกิน แทนที่จะมีราคาถูกเพื่อเป็นสวัสดิการ ช่วยแบ่งเบาภาระข้าราชการและลูกจ้างที่เงินเดือนน้อยนิด กลับมีราคาแพงมหาวินาศ ขนาดข้าวราดแกงกินไม่ถึงครึ่งท้องยังขายจานละ 35 บาท ถึงขนาดที่ข้าราชการเคยคิดจะร่วมกันลงชื่อร้องเรียนสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มาแล้ว แต่พอหันไปเห็นเจ้าหน้าที่ สคบ. ที่อยู่ในศูนย์ราชการฯ ด้วยกัน ถึงขนาดห่อข้าวกลางวันมากินก็เลยเลิกล้มความคิด
สาเหตุที่ทุกอย่างราคาแพง เพราะพ่อค้าแม่ค้าเองโดนขูดเลือดขูดเนื้อ จากค่าเช่าที่ค่าสาธารณูปโภคที่สูงลิบ แถมหน่วยราชการที่เข้ามาอยู่ก็ไม่เต็มจำนวน ตามที่บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (ธพส.) โฆษณาไว้ ทำให้ เดือดร้อนไปตามๆกัน
ได้ข่าวว่านายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจจะหนีม็อบมานั่งทำงานที่ศูนย์ราชการฯ แห่งนี้ ผมก็เลยเอาเรื่องนี้มาบอกไว้ก่อนล่วงหน้า เผื่อว่าท่านนายกฯจะได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้แต่เนิ่นๆ.
"ลมสลาตัน"




















