ข่าว

วิดีโอ

สินค้าแบรนด์เนม ทำไมรัฐไม่ส่งเสริมคนไทย?

ทุกครั้งที่ได้ยิน คนรัฐบาลเสนอให้ลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย (ความจริงเป็นสินค้าแบรนด์เนม) อ้างว่า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาช็อปปิ้งเมืองไทย มันก็ปวดจี๊ดในหัวใจทุกที ทำไมคิดอะไรหัวกลับแบบนี้ นอกจากจะ ไม่ส่งเสริมการสร้างแบรนด์เนมของสินค้าไทย แล้ว ยังไปช่วยสินค้าแบรนด์เนมต่างชาติ  ให้ได้เปรียบสินค้าแบรนด์เนมไทยในประเทศไทยอีกด้วย ทั้งๆที่ทุนไทยก็สู้ทุนฝรั่งไม่ได้อยู่แล้ว

รัฐบาลก็หาเสียงมาตลอด อยากเห็นสินค้าไทยไปขึ้นห้างดังโลก ถึงขนาดจะ ส่งสินค้าโอทอป ไปแข่ง แต่ ในบ้านเราเองแท้ๆ รัฐบาลกลับจะไป ส่งเสริมสินค้าแบรนด์เนมต่างชาติ มากกว่าส่งเสริม สินค้าแบรนด์เนมไทย มันถูกต้องแล้วหรือ

ล่าสุด คุณอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาแถลงว่า จะเสนอ ครม.เดือนตุลาคมนี้ ลดภาษีสินค้าแบรนด์เนมต่างชาติจาก 30% เหลือ 5% เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ให้เมืองไทยเป็น “ช็อปปิ้ง พาราไดซ์” แข่งกับ สิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งเป็น เทรดดิ้ง คันทรี หรือ ประเทศพ่อค้า คือ ซื้อมาขายไป เพราะไม่มีสินค้าของตัวเอง

งานนี้ คุณสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คนกระทรวงเดียวกัน กลับไม่เห็นด้วย บอกว่า การลดภาษีสินค้าแบรนด์เนม ยังไม่จำเป็นต้องทำในช่วงนี้ รัฐบาลสามารถเก็บไว้ต่อรองในเวทีเปิดเสรีการค้าระหว่าง อาเซียน กับ สหภาพยุโรป เพราะกรอบการเจรจามีเรื่องการลดภาษีนำเข้าสินค้าแบรนด์เนม 0% อยู่ด้วย

ได้ฟังอย่างนี้ก็ยิ่งว้าเหว่ แสดงว่ารัฐบาลไม่มียุทธศาสตร์อะไรเลย โดยเฉพาะ การส่งเสริมสินค้าแบรนด์เนมไทยสู่ตลาดโลก ทั้งๆที่วันนี้คนไทยสร้างสินค้าแบรนด์เนม จนมีชื่อติดตลาดโลกไปมากมายไม่รู้กี่ยี่ห้อแล้ว เช่น สินค้าสปา เสื้อผ้า เครื่องหนัง กระเป๋า ไปจนถึง  เฟอร์นิเจอร์ ซึ่งผมไม่ขอพูดเป็นยี่ห้อ เดี๋ยวจะพูดไม่ครบ

ผมเห็นด้วยกับ คุณมาลินี ทรัพย์สมบูรณ์ รองประธานกรรมการบริหาร กำกับดูแลสินค้ากลุ่มสตรี เดอะ มอลล์ กรุ๊ป ที่ขายสินค้าแบรนด์เนมไทยและต่างชาติ ที่ออกมาแสดงความเห็นเรื่องนี้ด้วยความห่วงใยว่า หากรัฐลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยลงเหลือ 0-5% จะกระทบต่อผู้ประกอบการไทยที่ผลิตเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า แบรนด์เนมไทย เพราะราคาสินค้าแบรนด์เนมนำเข้าจะปรับตัวลดลง ดังนั้น หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ควรคำนึงถึงมาตรการในการช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบส่วนนี้ด้วย

ขนาดเอกชนคนค้าขายแท้ๆ ยังคิดถึงหัวอกคนไทยด้วย ทำไมรัฐบาลจึงไม่คิด

ผมไม่เคยเชื่อเลยว่า นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเมืองไทย หรือไปเที่ยวเมืองไหนในโลก ไปเที่ยวเพราะมีสินค้าแบรนด์เนมเป็นเครื่องจูงใจ เช่น กระเป๋าชาแนล รองเท้าหลุยส์ นาฬิกาปาเต๊ะฟิลิป (ยี่ห้อนี้ต้องจองคิวซื้อ 2-3 ปี) ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่ซื้อสินค้าแบรนด์เนม เป็นผลพลอยได้มากกว่า เวลาซื้อก็ไม่ได้เกี่ยงราคา รู้ราคากันอยู่แล้ว ได้คืนภาษีซื้อหรือภาษีมูลค่าเพิ่มก็พอใจแล้ว

ยกเว้น นักการเมืองไทย บางคนซื้อของแบรนด์เนมเหมือนคนถูกหวย นักท่องเที่ยวทั่วไป ซื้อจากร้านดิวตี้ฟรีเป็นส่วนใหญ่ คนที่ไปทัวร์เพื่อจะช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมอย่างเดียว ผมยังไม่เคยเห็น ส่วนใหญ่ไปซื้อสินค้าราคาถูกกันทั้งนั้น ไม่เชื่อไปถามผู้จัดทัวร์ดูก็ได้

สิ่งที่ กระทรวงการคลัง สมควรทำอย่างยิ่งในตอนนี้ก็คือ ส่งเสริมสินค้าแบรนด์เนมไทยที่เริ่มติดตลาดแล้ว ให้มีต้นทุนการส่งออกถูกที่สุด เพื่อส่งออกไปลุยกับแบรนด์เนมดังในตลาดโลก เพื่อให้แบรนด์เนมไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

เมื่อสินค้าแบรนด์เนมไทยมีชื่อดังไปทั่วโลก ก็ไม่ต้องกลัวว่า นักท่องเที่ยวจะไม่บินมาซื้อสินค้าแบรนด์เนมไทยในเมืองไทย เหมือนกับที่คนไทยไปซื้อแบรนด์เนมดังในฝรั่งเศสอิตาลี

รัฐบาลจะต้องคิดใหม่ครับ ไม่ใช่คิดหัวกลับ ทุกวันนี้เอกชนช่วยตัวเอง จนสร้างชื่อสินค้าไทยไปติดทำเนียบโลกแล้ว รัฐบาลควรช่วยส่งเสริมอีกแรง ไม่ใช่ไปลดภาษีช่วยสินค้าแบรนด์เนมต่างชาติที่โคตรรวยอยู่แล้ว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

26 ก.ย. 2556 09:54 26 ก.ย. 2556 09:54 ไทยรัฐ