ข่าว

วิดีโอ

เลิกคิวอีโลกาวินาศ?


เศรษฐกิจโลก ยังไม่เปลี่ยนข้างจาก เอเชีย กลับไปยัง สหรัฐฯ ตาม­ที่ ไอเอ็มเอฟ ทำนาย เมื่อ นายเบน เบอร์นานเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ  (เฟด) สร้างความเซอร์ไพรส์ตลาดเงินตลาดทุนโลกด้วยการ คงวงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ “คิวอี 3” ไว้ที่ เดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์ ต่อไปไม่มีกำหนด ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของกูรู จะนำไปสู่ความหายนะของเศรษฐกิจสหรัฐฯและเศรษฐกิจโลก เมื่องานเลี้ยงต้องเลิกราลงในวันหนึ่ง

เพราะ “เงินร้อน” ที่ก่อให้เกิด สภาพคล่องท่วมโลก ส่งผลให้ อัตราดอกเบี้ยต่ำเกินจริง ไม่ใช่ของจริง แต่เป็นเงินส่วนเกินที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ อังกฤษ ยุโรป และ ญี่ปุ่น พิมพ์ขึ้นมาอัดฉีดเศรษฐกิจให้พองตัว เมื่อลมหมด เศรษฐกิจก็แฟบอย่างเดิม

ผมไม่รู้ว่า อังกฤษ ยุโรป ญี่ปุ่น พิมพ์เงินอัดฉีดเข้าสู่ระบบเท่าไร เพราะยังไม่มีเวลาไปค้นหาตัวเลข แต่สำหรับ สหรัฐฯ พอจะประเมินเม็ดเงินในคิวอี 1–3 ได้คร่าวๆกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 96 ล้านล้านบาท เทียบกับงบประมาณรายจ่ายปี 57 ของไทย 2.525 ล้านล้านบาท ก็มากกว่ากัน 38 เท่า

เหตุผลที่ เฟด ตัดสินใจคงมาตรการพิมพ์เงินอัดฉีดเศรษฐกิจสหรัฐฯเดือนละ 85,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ใช่เพราะเศรษฐกิจสหรัฐฯยังอยู่ในสภาพย่ำแย่ เพราะตัวเลขหลายตัวชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯเริ่มฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ

แต่เป็นเพราะ ปัญหางบประมาณ ที่ยังทะเลาะกันไม่เลิกระหว่าง ประธานาธิบดีบารัค โอบามา กับ ฝ่ายค้านรีพับริกัน รวมทั้ง มาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งมีแนวโน้มทำให้ ต้องปิดหน่วยงานราชการ และรัฐบาลต้องผิดนัดชำระหนี้ เพราะไม่มีเงินงบประมาณเพียงพอ ซึ่งจะเป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

แสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯที่มีปัญหา เพราะการเมืองที่ไม่ลงตัว เหมือนในเมืองไทยเปี๊ยบ

เบน เบอร์นานเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ กล่าวในการแถลงข่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่ สภาคองเกรส และ รัฐบาล จะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อหาทางรับประกันว่า รัฐบาลจะได้รับเงินทุนเพียงพอ แม้มาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาล จะช่วยลดยอดขาดดุลงบประมาณลงได้ แต่สิ้นเดือนนี้จะเป็นกำหนดเส้นตายที่สภาคองเกรสต้องอนุมัติงบประมาณรายจ่ายใหม่ของรัฐบาล เพื่อเพิ่มเพดานการกู้ยืมเงินมาชำระหนี้ประเทศ หากพ้นเส้นตายสิ้นเดือนนี้  รัฐบาลไม่สามารถผ่านงบประมาณใหม่ได้ หน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งจะถูกปิด เพราะไม่มีเงิน รัฐบาลสหรัฐฯจะต้องผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรก ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดคือเดือนหน้าตุลาคมนี้ และจะมีเงินหลายพันล้านดอลลาร์ไหลออกจากระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ฟังดูน่ากลัวกว่างบประมาณของไทยที่กำลังถูกฟ้องศาลเยอะ เฟด จะมีการประชุมนโยบายการเงินครั้งต่อไปวันที่ 29–30 ตุลาคม แต่กูรูทั้งหลายยังเชื่อว่า เฟดจะคงนโยบายคิวอี 3 ต่อไป จนกว่าการเมืองน้ำเน่าแบบไทยๆในรัฐสภาสหรัฐฯจะคลี่คลาย

การคงคิวอีของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ สร้างความเดือดดาลให้กับ นักลงทุนขาใหญ่ ที่เป็น นักเก็งกำไร อย่างเช่น มาร์ค เฟเบอร์ ที่นักลงทุนไทยรู้จักดี ถึงกับทำนายว่า “เมื่อจบเกมนี้ ทุกอย่างจะพังพินาศหมด” เพราะ เฟเบอร์ ได้แสดงความมั่นใจก่อนหน้านี้ว่า เฟดจะต้องลดวงเงินคิวอี 3 ลงมา 10,000–15,000 ล้านดอลลาร์  งานนี้ เฟเบอร์ คงไปเก็งกำไรล่วงหน้าไว้เยอะ เมื่อคิวอีไม่ลด ก็มีหวังขาดทุนบานเบิก

แต่ประเด็นหนึ่งที่ มาร์ค เฟเบอร์ พูดมีเหตุผลน่ารับฟังก็คือ การพิมพ์เงินออกมาอัดฉีดเยอะๆ คนที่ได้ประโยชน์คือคนรวยไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่คนส่วนใหญ่เดือดร้อน เพราะเงินร้อนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น ราคาก๊าซและน้ำมันขายปลีกเพิ่มขึ้น คนไทยวันนี้ก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าจากราคาก๊าซและน้ำมัน

ก็ต้องรอดูกันต่อไป “บทอวสานของคิวอี” จะรุนแรงขนาดไหน เศรษฐกิจการเงินโลกจะพังพินาศอย่างที่ทำนายกันหรือไม่.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

22 ก.ย. 2556 12:44 22 ก.ย. 2556 12:44 ไทยรัฐ