ข่าว

วิดีโอ

วิกฤติไอยคุปต์นับ 1 ถอยหลัง

สถานการณ์ สงครามกลางเมือง ในกรุงไคโร และอีกหลายเมืองใหญ่ในอียิปต์ระหว่าง ทหารตำรวจกับผู้ชุมนุม ที่รัฐบาลรักษาการเรียกว่า “ผู้ก่อการร้าย” รบกันด้วยกระสุนจริง ประชาชนล้มตายไปกว่า 700 คนแล้ว บาดเจ็บอีกหลายพันคน ผลพวงจากศึกชิงอำนาจทางการเมืองของสองขั้วอำนาจ ล่าสุด กระทรวงต่างประเทศไทย ปรับระดับเตือนภัยขึ้นไปอยู่ระดับ 4 ให้มีการอพยพคนไทยจากกรุงไคโรกลับทันที

คนไทยกลุ่มแรก 354 คน บินมาถึงดอนเมืองบ่าย 2 วันจันทร์อีก 260 คน ถึงดอนเมืองตอนสี่ทุ่ม และอีก 300 กว่าคน ยังไม่ตัดสินใจ จากคนไทยในอียิปต์ทั้งหมด 2 พันกว่าคน

คุณณัฏฐวุฒิ โพธิสาโร  รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่า ที่ต้องสอบถามความสมัครใจ เพราะสถานการณ์ในกรุงไคโรยังไม่ถึงขั้นวิกฤติจนต้องอพยพ แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ทั้งดีขึ้น และแย่ลง เมื่อดูจากภาพข่าวเป็นระยะ ยังไม่เห็นวี่แววว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ซ้ำร้ายเศรษฐกิจไอยคุปต์กลับแย่ลงอย่างรุนแรง

การเมืองอียิปต์เริ่มวิกฤติตั้งแต่ปลายปี 2553 เมื่อประชาชนลุกฮือขับไล่ ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัก ผู้นำอียิปต์ที่ครองอำนาจมายาวนานถึง 30 ปี ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ และการทุจริตคอรัปชันบานฉ่ำ จนในที่สุด มูบารัก ก็ยอมลงจากตำแหน่ง และมอบอำนาจให้กับ สภากลาโหม เพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ เพื่อเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่
ก่อนที่ มูบารัก จะก้าวลงจากตำแหน่ง เขาทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่งว่า เมื่อเขาลงจากตำแหน่ง อียิปต์จะอยู่ไม่ได้ พรรคฝ่ายค้านที่เคร่งศาสนา Muslim Brotherhood หรือมุสลิมภราดรภาพ จะขึ้นมามีอำนาจ ปัญหาจะหนักหน่วงยิ่งขึ้นกว่าเดิม

ทุกอย่างก็เป็นจริงอย่างที่ มูบารัก พูดไว้ เมื่อเขาลงจากตำแหน่ง ผลการเลือกตั้งใหม่ กลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ที่เคร่งศาสนาอิสลาม ซึ่งได้ร่วมโค่นล้ม ประธานาธิบดีมูบารัก ก็หันไปสนับสนุน นายโมฮัมเหม็ด มูร์ซี มุสลิมผู้เคร่งในศาสนา ขึ้นเป็นผู้นำอียิปต์คนใหม่ โดยชนะการเลือกตั้งเฉียดฉิว

มูร์ซี ได้แต่งตั้งกลุ่มผู้เคร่งศาสนาขึ้นรับตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล ซึ่งเกจิการเมืองวิจารณ์กันว่า เขาจะเปลี่ยนอียิปต์ให้เป็นรัฐอิสลาม

มีการยกย่องว่า การเลือกตั้งครั้งนี้  เป็น “การเกิดใหม่ของอียิปต์” แต่ในที่สุด มูร์ซี ก็ไปไม่รอด แม้จะเป็นผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง แต่เขากลับปกครองประเทศด้วยวิธีเผด็จการ มูร์ซี  ได้ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่  ที่ให้อำนาจตนเองอย่างเต็มที่ มูร์ซีสั่งปลดอัยการสูงสุด และตั้งคนของตัวเองขึ้นแทน ทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับศาลและผู้พิพากษา มูร์ซีให้โฆษกประจำตัวออกมาประกาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ว่า เขาสามารถที่จะตัดสินใจหรือออกมาตรการใดๆก็ได้ เพื่อปกป้องการปฏิวัติ

ในที่สุด รัฐบาลมูร์ซีก็ถูกกองทัพปฏิวัติ กองทัพปลด มูร์ซี ออกจากตำแหน่ง ประธานาธิบดี และ ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับมูร์ซีทิ้ง  แล้วจัดตั้ง รัฐบาลรักษาการ มีทั้ง ประธานาธิบดีรักษาการ นายกรัฐมนตรีรักษาการ เพื่อเตรียม นับหนึ่งใหม่กันอีกครั้ง ท่ามกลางประชาชนที่สนับสนุนมูร์ซี ลุกฮือขึ้นชุมนุมต่อต้านกองทัพและรัฐบาลรักษาการอย่างหนัก จนเกิดการปราบปรามล้มตายไปกว่า 700 คน บาดเจ็บอีกหลายพันคน

สถานการณ์ในอียิปต์ ดูเผินๆก็เป็นการต่อสู้ของสองขั้วการเมืองใหญ่ แต่ลึกๆลงไปแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็มีกำลังเสบียงกรังสนับสนุน

กองทัพเดินด้วยท้องฉันใด การชุมนุมประท้วงของคนเป็นแสนเป็นล้านคน ก็ต้องมีเงินและเสบียงสนับสนุนฉันนั้น

แวดวงการทูตว่ากันว่า กองทัพที่ปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลมุสลิมของมูร์ซี มีทั้ง ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐฯ และอีกหลายชาติในโลกอาหรับที่ปกครองด้วย “ระบบกษัตริย์” หนุนหลัง เพราะ ไม่อยากเห็นอียิปต์เป็นรัฐอิสลามแบบอิหร่าน เช่นเดียวกับ มูร์ซี และ กลุ่มมุสลิมภราดรภาพ ก็มีกำลังจากรัฐที่เคร่งศาสนาสนับสนุนเช่นกัน

วิกฤติไอยคุปต์ ต้นธารแห่งอารยธรรมเก่าแก่ของโลก จะจบลงอย่างไร  คงยากจะคาดเดา แต่เป็นบทเรียนที่ “คนไทย” และ “นักการเมืองไทย” และ “กองทัพไทย” ต้องศึกษาเอาไว้ จากวันนี้ไป อียิปต์ จะกลายเป็น “ชาติที่ล้มเหลว” อย่างแท้จริง ทั้ง การเมือง สังคม  และ เศรษฐกิจ การ “นับหนึ่งใหม่” อีกครั้งของ อียิปต์ อาจจะต้องถอยหลังไปอีกหลายสิบปีเพื่อตั้งต้นใหม่ ถ้าสามารถนับหนึ่งใหม่ได้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

20 ส.ค. 2556 09:00 20 ส.ค. 2556 09:00 ไทยรัฐ