ข่าว

วิดีโอ

ร้อนแรงแต่อย่ารุนแรง

รัฐสภา  จะเปิดประชุมวันแรกพรุ่งนี้ ท่ามกลางความวิตก จะเกิด ความรุนแรงทางการเมืองขึ้นอีก เพราะ มีกฎหมายร้อนๆ  หลายฉบับเข้าสู่สภา โดยเฉพาะ กฎหมายนิรโทษกรรม ที่จะเข้าสู่สภาในวันพุธหน้า 7 สิงหาคม แล้วต่อด้วย กฎหมายงบประมาณ 2557 และ กฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ไปจนถึงเรื่อง การแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ ล้วนแต่เรื่องร้อนทั้งนั้น

กฎหมายที่ร้อนแรงที่สุดก็คือ กฎหมายนิรโทษกรรม ที่ผู้นำฝ่ายค้าน คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านทุกรูปแบบจนกว่าจะมีการมานั่งคุยกันว่าความผิดแบบไหนที่จะได้รับนิรโทษกรรม

แต่ฝ่ายรัฐบาลก็สั่งเดินหน้าเต็มที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไฟเขียวให้  คุณวรชัย  เหมะ  ส.ส.สมุทรปราการ  ผู้เสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรม เดินหน้าต่อไป นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็โยนไปให้รัฐสภารับผิดชอบ และ คุณอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล ก็ยืนยัน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะเข้าสู่สภา 7 สิงหาคมนี้แน่นอน เพราะอยู่ในวาระแรก แต่จะไม่ดันเข้าสภาวันที่ 1 สิงหาคมนี้

คุณอำนวย บอกว่า เดิมตั้งใจจะนำ กฎหมายงบประมาณปี 2557 เข้าพิจารณาก่อน แต่คณะกรรมาธิการพิจารณาไม่เสร็จ จึงต้องนำ กฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งอยู่ในลำดับแรกขึ้นมาพิจารณา

ในการพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม คุณอำนวย ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่พิจารณา 3 วาระรวด แต่จะเปิดให้อภิปรายกันอย่างเต็มท่ี ก็ถือว่าแฟร์ดี แล้วตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา สุดท้ายผู้ชุมนุมทุกสีจะได้ประโยชน์ ยกเว้นผู้สั่งการ ส่วนที่มีข้อกังขาว่า จะมีการใช้กฎหมายตีความเข้าข้างตัวเองว่า ไม่ใช่เป็นผู้สั่งการ  เพื่อให้เข้าเงื่อนไขนิรโทษกรรม ตรงนี้กรรมาธิการฯ ก็ต้องไปกำหนดกรอบให้ชัดเจน

กฎหมายนิรโทษกรรม ฉบับ นายวรชัย เหมะ มีแค่ 6 มาตรา ประเด็นหลักคือ นิรโทษกรรมให้ประชาชนทุกสี ยกเว้นผู้สั่งการ ดูแล้วก็ไม่น่าจะมีความซับซ้อนอะไร ขอเพียงสองฝ่ายไม่ใช้อารมณ์การเมืองเป็นทิฐิ ตั้งหน้าเอาชนะกันนิดหน่อย เพื่อให้อีกฝ่ายเสียหน้า ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี อย่างน้อยก็ช่วยให้ประชาชนที่ “เป็นเหยื่อนักการเมือง” พ้นผิด ส่วน “ผู้สั่งการ” ก็ต้องไปว่ากันตามกระบวนการสืบสวนและกฎหมายต่อไป

การอภิปราย กฎหมายนิรโทษกรรม ด้วยฝีปากนักการเมืองไทย ผมเชื่อว่าจะมีความ “ร้อนแรง” ในตัวอยู่แล้ว แต่ไม่เห็นด้วยที่จะ “ขยายผลความร้อนแรงสู่ท้องถนน”  เพื่อให้เกิดวิกฤติขึ้นในบ้านเมืองอีก ที่ผ่านมาก็ช้ำกันมากเกินพออยู่แล้ว

ถ้าใครคิดจะนำการเมืองสู่ถนนอีก ก็ให้ดู ประเทศอียิปต์  เป็นตัวอย่าง เมื่อ พล.อ.อับดุล พัตดาห์ อัล-ซีซี ผู้บัญชาการกองทัพอียิปต์ ที่ปฏิวัติล้ม รัฐบาลอดีตประธานาธิบดีมอร์ซี หนุนให้ประชาชนที่สนับสนุนกองทัพชุมนุมชนกับ ผู้ชุมนุมที่สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมอร์ซี   ผลก็คือ  ตายกันเฉียดร้อย บาดเจ็บอีกกว่าพัน บ้านเมืองไร้ความสงบสุข ถ้าความรุนแรงกระจายไปทั่วประเทศ ประเทศอียิปต์คงเหลือแต่ซากอีกครั้ง

ผมเชื่อว่า ทุกปัญหาในโลกนี้แก้ไขได้หมด ขอเพียงผู้เกี่ยวข้องจะลด “อัตตา”  และ “ทิฐิ”  ลงมาบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “นักการเมือง” ที่มากด้วยอัตตาและทิฐิอันหยาบกร้าน พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ โดยไม่สนใจความเสียหายของบ้านเมืองที่จะเกิดขึ้น

เขียนเรื่องนี้แล้วผมก็นึกถึง พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเหตุการณ์ วันพฤษภาทมิฬ ขึ้นมาทันที

พระองค์ทรงรับสั่งว่า “ประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคน สองคน เป็นประเทศของทุกคน ต้องหันหน้าเข้าหากัน เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา...เวลาคนมีการปฏิบัติการรุนแรง มันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร  แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไรเพียงแต่ว่าต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มี ทางอันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้   ผู้เผชิญหน้าก็แพ้    แล้วที่แพ้ที่สุดคือประเทศชาติ” ตอนนี้เศรษฐกิจไทยกำลังแย่อย่าให้การเมืองมาทำให้เศรษฐกิจแย่ไปกว่านี้เลยครับ คนไทยจะแย่กันหมด.

 

“ลม เปลี่ยนทิศ”

30 ก.ค. 2556 09:57 30 ก.ค. 2556 09:57 ไทยรัฐ