ข่าว

วิดีโอ

รถไฟรางคู่สำคัญกว่ารถไฟความเร็วสูง

คุณอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าไทย ได้ออกมาแสดงจุดยืนของหอการค้าไทยวันก่อนว่า เห็นด้วยกับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง 2 ล้านล้านบาท แต่ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีและโปร่งใส จึงทำข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล 3 ข้อ ผมเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ควรรับฟังเป็นอย่างยิ่ง

คุณอิสระ แม้จะเป็นเจ้าของโรงงานน้ำตาลมิตรผล แต่อีกด้านหนึ่งก็มีความ เชี่ยวชาญเรื่องระบบโลจิสติกส์ในเมืองไทย ที่รัฐบาลควรปรึกษาเป็นอย่างยิ่ง

ข้อแรก ที่ คุณอิสระ เสนอต่อรัฐบาลก็คือ ให้จัดลำดับความสำคัญของโครงการ โดยเห็นว่า “รถไฟรางคู่สำคัญที่สุด” เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะ ตอบสนองยุทธศาสตร์ประเทศ ด้านเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่วน รถไฟความเร็วสูง ควรศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมถึงผลประโยชน์ที่ประเทศที่จะได้รับอย่างถี่ถ้วน พิจารณาจุดคุ้มทุนในแต่ละเส้นทาง เพราะรองรับบริการคนเป็นหลัก ไม่ใช่การขนส่งสินค้า ปัจจุบันมีรถบัสและเครื่องบินอยู่แล้ว และควรคำนึงถึงความพร้อมในการเชื่อมโยงระบบเข้ากับประเทศต่างๆในภูมิภาคด้วย

ข้อนี้ผมเห็นด้วยกับ คุณอิสระ เป็นอย่างยิ่ง รถไฟรางคู่ สำคัญที่สุดสำหรับประเทศไทยในวันนี้ เพราะระบบรางรถไฟเก่าที่สร้างมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 5 วันนี้ผุพังลงไปเกือบหมดสิ้น ทำให้รถไฟไทยตกรางเป็นว่าเล่น วันวานรถไฟด่วนสายเหนือก็ตกรางที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่

ถ้า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ต้องการ เพิ่มขีดความสามารถด้านการขนส่ง ของประเทศไทย อย่างที่ประกาศไว้ในนโยบาย ต้องไม่ใช่รถไฟความเร็วสูง ที่มีวิ่งกันอยู่ไม่กี่ประเทศในโลก แม้ประเทศเหล่านี้จะมีเงินสร้างรถไฟความเร็วสูง แต่ก็สร้างแค่ไม่กี่สายที่จำเป็นเท่านั้น ส่วนใหญ่ก็ขาดทุน เพราะไม่คุ้มทุน

แต่ต้องเป็น ระบบรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ ซึ่งให้บริการได้ทั้ง ผู้โดยสาร และ สินค้า ในต้นทุนการก่อสร้างและค่าบริการขนส่งที่ถูกกว่ากันไม่รู้

กี่เท่า รถไฟรางคู่ไม่ต้องวิ่งเร็วถึง 250 กม.ต่อชั่วโมง เพราะไม่ต้องเร่งด่วนขนาดนั้น ขอให้วิ่งแค่ 120–160 กม.ต่อชั่วโมง การเดินทางโดยรถไฟในเมืองไทยจะเป็นสวรรค์ไปทันที  แต่การลงทุนถูกกว่ารถไฟความเร็วสูงหลายเท่า แถมยังไม่ต้องเวนคืนที่ดินมากมายอีกต่างหาก

ส่วน รถไฟความเร็วสูงสายสั้นๆ แค่ 4 สาย แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูง กว่า 800,000 ล้านบาท ผมเห็นด้วยกับ คุณอิสระ เช่นเดียวกันว่า ค่อยทำ ในอนาคตก็ได้ ราคาค่าโดยสารที่คิดออกมาถูกมากนั้น บ่องตง ผมไม่เชื่อ เพราะเทียบค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงในประเทศอื่นแล้ว มันเป็นไปไม่ได้

ยิ่งเรื่อง การเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงในภูมิภาค ภาพสวยหรูที่วาดฝันไว้เพื่อสนับสนุนโครงการ ยิ่งไม่เป็นความจริง วันนี้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ก็พิสูจน์ชัด สองชาตินี้ประกาศสร้าง รถไฟความเร็วสูง เชื่อม สิงคโปร์ กับ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงมาเลเซีย แต่ไม่ได้เอ่ยถึงไทยเลย เพราะเขาไม่ได้สนใจจะเชื่อมรถไฟความเร็วสูงกับไทย ถ้าไทยจะดันทุรังสร้างไปจนถึงชายแดนมาเลเซีย ก็คงจะด้วนตรงนั้น ผู้โดยสารอาจต้องลงจากรถไฟความเร็วสูงไปต่อรถไฟธรรมดาเข้ามาเลย์อีกทอด หรืออย่าง ลาว ที่ประชากรยังยากจน จะมีคนลาวนั่งรถไฟความเร็วสูงมาเที่ยวเมืองไทยสักกี่คน

เขียนเรื่องรถไฟไทยทีไรเครื่องติดทุกที ไปดูข้อเสนอข้อสองของ คุณอิสระ กันต่อครับ ให้รัฐบาล จัดตั้งองค์กรใหม่เพื่อบริหารจัดการโครงการ 2 ล้านล้านบาท เพราะหน่วยงานภาครัฐไม่มีความคล่องตัวในการบริหาร ไม่ทันสมัย และยังเป็นกองทุนนอกงบประมาณ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบควบคุม จึงควรมีองค์กรที่ทำหน้าที่ติดตามการใช้งบและตรวจสอบได้

ข้อสาม เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เพื่อรองรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศในอนาคต และ ส่งเสริมให้ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ผมก็เห็นด้วยอีก เงินลงทุนตั้ง 2 ล้านล้านบาท คนไทยควรจะได้ประโยชน์เต็มที่ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างชาติเอาไปหมด จริงไหม.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

18 ก.ค. 2556 09:02 18 ก.ค. 2556 09:02 ไทยรัฐ