ข่าว

วิดีโอ

เมืองไทยร่ำรวย เงินล้นประเทศ


ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ ขณะที่ประเทศร่ำรวยในอดีต ยุโรป สหรัฐฯ กำลังยากจน เพราะเศรษฐกิจตกต่ำยาวนาน รัฐบาลเป็นหนี้ก้อนโต ไม่มีเงินใช้หนี้ ส่งผลให้ประชาชนในประเทศยากจนกันถ้วนหน้า แต่ประเทศไทยกลับเฟื่องฟูสุดขีด   เป็นประเทศที่ ร่ำรวยเงินสด มากที่สุดในโลก ประเทศหนึ่ง

งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ที่จบไปวันก่อน มีคนไปจองรถยนต์ในงานกว่า 85,000 คัน ยอดขายรถในประเทศปีนี้ก็คาดว่าจะถึง 1.2 ล้านคัน มูลค่า 1 ล้านล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ผลจากการคืนภาษี 1 แสนบาท ให้รถยนต์คันแรก

เมื่อวานนี้ คุณเทวินทร์ วงศ์วานิช   ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. ก็ออกมาแถลงเรื่อง การเพิ่มทุน 650 ล้านหุ้น วงเงิน 92,300 ล้านบาท ว่าเป็นไปตามเป้า หุ้นพาร์ 1 บาท ขาย 142 บาท นักลงทุนสถาบันยังจองล้นถึงสองเท่า มีอีกก็ซื้ออีก บริษัทแม่ ปตท. ก็ควักกระเป๋า 60,259 ล้านบาท ซื้อหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 65.29 เพื่อรักษาสัดส่วนหุ้นเอาไว้

เงินสด 92,300 ล้านบาท ปตท.สผ. จะนำไปจ่ายค่าหุ้น บริษัทโคฟ เอ็นเนอยี เพื่อเป็นเจ้าของบ่อก๊าซและน้ำมันในประเทศเคนยา ที่มีปริมาณก๊าซสำรองสูงถึง 60 ล้านล้านลูกบาศก์ฟุต ขณะที่ก๊าซในอ่าวไทยจะหมดในอีก 10 กว่าปีข้างหน้านี้แล้ว

วันก่อน เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือซีพี ก็เพิ่งควักเงิน 9,390 ล้านดอลลาร์ 290,000 ล้านบาทไทย ซื้อหุ้นบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน ผิง อัน อินชัวรันซ์ 15.57% จากธนาคาร

เอชเอสบีซีของอังกฤษ เพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจในจีน

ก่อนหน้านั้นอีกนิด เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานเครือช้าง ก็ระดม เงิน 9,700 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 300,000 ล้านบาท เพื่อซื้อหุ้น 34% ของ เอฟแอนด์เอ็นสิงคโปร์ แต่ดีลยังไม่จบในปีนี้ คงต้องไปลุ้นกันต่อในปีหน้า

เห็นเม็ดเงินลงทุนของเศรษฐีไทยในวันนี้แล้ว ต่างจากสมัยก่อนหน้ามือเป็นหลังมือ วันนี้เงิน 100 ล้าน 1,000 ล้านบาท เลิกพูดกันแล้ว เพราะลงทุนกันทีละหลายหมื่นหลายแสนล้านบาทกันแล้ว

แค่การลงทุนของ 3 ยักษ์ใหญ่ ไม่นับรายกลางรายย่อยอีกมากมาย ก็ปาเข้าไปกว่า 660,000 ล้านบาทแล้ว เป็นการไปลงทุนเมืองนอกด้วยวงเงินสูงสุดในประวัติศาสตร์ไทย สะท้อนถึงพื้นฐานการเงินที่แข็งแกร่งของ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ไทย นี่ขนาดบ้านเมืองไม่ค่อยเรียบร้อย  เพราะการเมืองขัดแย้งกันรุนแรง ถ้าบ้านเมืองสงบสุข  เศรษฐกิจไทยจะไป โลดลิ่วขนาดไหน นักการเมืองไทยลองเอาอะไรตรองดูก็ได้

การไปลงทุนในต่างประเทศของบริษัทไทยในช่วงนี้ นักวิเคราะห์บางคนมองว่า เป็นการโยกย้ายเงินไปยังต่างประเทศของมหาเศรษฐีไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงทางการเมือง จากความแตกแยกของนักการเมือง  จึงลดการลงทุนในประเทศและหันไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น

แต่ผมกลับมองว่า นี่คือการพลิกวิกฤติเป็นโอกาส เป็นวินวินของประเทศไทยและนักธุรกิจไทย วันนี้ประเทศไทยมีเงินสดล้นประเทศ จากการขนเงินเข้ามาลงทุนในหุ้นและอุตสาหกรรมของนักลงทุนต่างชาติ จนแบงก์ชาติต้องดูดซับเงินที่ล้นออกจากระบบทุกวันจนเป็นภาระ แบงก์ชาติและรัฐบาลก็อยากให้นักธุรกิจไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ เพื่อลดสภาพคล่องที่ล้นเหลือลง

นักธุรกิจเอกชนเอง ก็อยากจะย้ายทรัพย์สินไปต่างประเทศอยู่แล้ว เพื่อกระจายความเสี่ยง งานนี้ก็เลยวินวินด้วยกันทั้งสองฝ่าย

เมืองไทยวันนี้ ถ้าไม่มี “นักการเมือง” และ “การเมือง” เป็น

“ตัวถ่วง” และ “ตัวป่วน” เศรษฐกิจไทยจะไปโลดกว่านี้แน่นอน นี่ขนาด ราหูเข้าพระเสาร์แทรก   ประเทศไทยและเศรษฐีไทยยังร่ำรวยกันขนาดนี้.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

12 ธ.ค. 2555 10:22 12 ธ.ค. 2555 10:22 ไทยรัฐ