ข่าว

วิดีโอ

มหาสงครามการค้าเสรี

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 21 ที่จะเริ่มในสุดสัปดาห์นี้ ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา มีหัวข้อการประชุมมากมาย นอกจาก การประชุมผู้นำอาเซียน แล้วยังมีการประชุม ผู้นำอาเซียน กับ ผู้นำประเทศคู่เจรจาอีก 8 ชาติ  คือ จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รัสเซีย

การประชุมแยกเป็นกลุ่ม เช่น การประชุมผู้นำอาเซียน การประชุมอาเซียน+3 (+จีน+ญี่ปุ่น+เกาหลีใต้) การประชุมอาเซียน+6 (+จีน+เกาหลีใต้+ญี่ปุ่น+อินเดีย+ออสเตรเลีย+นิวซีแลนด์) การประชุมอาเซียน+8 (+จีน+ญี่ปุ่น+เกาหลีใต้+อินเดีย+ออสเตรเลีย+นิวซีแลนด์+ สหรัฐฯ+รัสเซีย) เป็นต้น

หนึ่งในการประชุมที่สำคัญคือ RCEP  หรือ Regional Comprehensive Economic Partnership  เป็นการประชุมนัดแรกระหว่าง ผู้นำอาเซียน กับ ผู้นำคู่เจรจา 6 ประเทศ มี จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ เพื่อเปิดการเจรจาทำความตกลงกันเป็น “พันธมิตรทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค” ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรรวมกัน 3,358 ล้านคน มีสัดส่วนการค้ารวมกัน 17.1 ล้านล้านดอลลาร์ 530 ล้านล้านบาท

การประชุม RCEP เป็นการ ต่อยอดข้อตกลงการค้าเสรีที่อาเซียนมีอยู่กับคู่เจรจา 6 ประเทศ ให้เป็น “ข้อตกลงการค้าเสรีร่วมฉบับเดียวกัน” โดยมี “อาเซียน” เป็น ศูนย์กลางของภูมิภาค ครอบคลุมทุกมิติการค้า เช่น สินค้า การบริการ การลงทุนมาตรการทางการค้า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าและการลงทุนให้ภาคเอกชนมากยิ่งขึ้น

การประชุมครั้งนี้ จะมีการ ประกาศปฏิญญาร่วมว่าด้วยการประกาศการเริ่มเจรจาความตกลง RCEP เพื่อให้เริ่มเจรจาได้ในต้นปีหน้า 2556

โดยมีเป้าหมายจะเจรจาให้เสร็จสิ้นในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ชาติอาเซียนรวมเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เพียงหนึ่งเดียว

เห็นเนื้อหาการประชุม ผู้นำอาเซียนกับ 6 ประเทศคู่เจรจา แล้ว ผมก็ไม่แปลกใจที่เห็น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ รีบบินมาเยือนไทยและร่วมประชุมกับผู้นำอาเซียน โดยทิ้งวิกฤติการเงิน “หน้าผาการคลัง” เอาไว้ข้างหลัง

ผู้นำสหรัฐฯ มาเยือนไทยแบบเซอร์ไพรส์ครั้งนี้ ไม่ได้มามือเปล่า แต่มีการ “แอบติดต่อลับๆ” กับ รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ชักชวนประเทศไทยเข้าร่วม กลุ่ม TPP-Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement หรือ ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก  จนมี “มติ ครม.” เห็นชอบ ร่างแถลงข่าวร่วมว่าด้วยการประกาศการเข้าร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี ออกมาเมื่อวันจันทร์ เพื่อเตรียมเปิดการเจรจากับผู้นำสหรัฐฯในวันสุดสัปดาห์นี้

เมื่อวานนี้ได้ผมเขียนติง นายกฯยิ่งลักษณ์ เพราะเห็นเนื้อหาที่จะเจรจา 26 หัวข้อ มันเหมือนการล่าเมืองขึ้น ถ้า นายกฯยิ่งลักษณ์ เห็นชอบเมื่อไร ไทยก็เป็นเมืองขึ้นสหรัฐฯ ไปโดยปริยาย ซึ่งแตกต่างจากการเจรจาใน กลุ่ม RCEP

วันนี้เริ่มมีเสียงคัดค้านออกมากันแล้ว  ผมเห็นด้วยกับ คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ว่า รัฐบาลต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ไทยต้องการอะไรจากสหรัฐฯ เพราะสิ่งที่สหรัฐฯต้องการจากไทย มีแต่เรื่องใหญ่ๆ ทิ้งสิ้น ถ้ามีการทำข้อตกลงนี้ ไทยจะเสียเปรียบอย่างมาก

เป็นคำถามง่ายๆ แต่ชัดเจนมาก

เป้าหมายของสหรัฐฯในการจัดตั้ง กลุ่ม TPP  ขึ้นมา ก็เพื่อถ่วงดุลอำนาจเศรษฐกิจของจีนในเอเชียแปซิฟิก นี่คือ “มหาสงครามการค้าเสรี” ที่ สหรัฐฯ  เปิดศึกกับ จีน ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อ กลุ่ม RCEP ของอาเซียน แต่ยังกระทบต่อคนไทยทุกคน แค่ “ค่ายา” จากสหรัฐฯที่จะแพงขึ้น และ สหรัฐฯห้ามไทยต่อรองราคายา เอาชีวิตคนไทยเป็นเดิมพัน มันก็รับไม่ได้แล้ว มิตรแบบนี้ ไปไกลๆ เลยไป๊.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

15 พ.ย. 2555 10:51 15 พ.ย. 2555 10:51 ไทยรัฐ