ข่าว

วิดีโอ

ดัชนีวัดความรุ่งเรืองของชาติ

วันสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันเลกาตัม  (Legatum  lnstitute) ของอังกฤษ ได้เปิดเผย ดัชนีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจประจำปี 2012 ของ 142 ประเทศทั่วโลก ผลปรากฏว่า นอร์เวย์ เดนมาร์ก สวีเดน คว้าอันดับ 1-2-3 ของโลกไปครอง แต่ ประเทศไทย ของเรา หล่นจากอันดับที่ 45 ไปอยู่ อันดับที่ 56 ร่วงทีเดียว 11 อันดับ มีหลายหัวข้ออยู่ในอันดับที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

มาดูกันครับ อันดับของประเทศไทย ใน 8 หัวข้อ ที่ สถาบันเลกาตัม ใช้เป็นเครื่องวัดความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ เป็นอย่างไร

ภาพรวมของไทยอยู่ อันดับที่ 56 ของโลก โดยมีการจัดอันดับแยกตามหัวข้อต่างๆ 8 หัวข้อเทียบกับ 142 ประเทศทั่วโลกดังนี้ ด้านเศรษฐกิจ ไทยอยู่อันดับที่ 18 ด้านการจัดตั้งธุรกิจและโอกาสทางธุรกิจ ไทยอยู่อันดับที่ 61 ด้านความโปร่งใส ไทยอยู่อันดับที่ 64 ด้านการศึกษา ไทยอยู่อันดับที่ 70 ด้านสุขภาพ ไทยอยู่อันดับที่ 71 ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ไทยหล่นไปอยู่อันดับที่ 99 และ ด้านเสรีภาพส่วนบุคคล ไทยอยู่อันดับที่ 129 ล้าหลังอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ ด้านทุนทางสังคม ไทยกลับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 19

ไทยติดอันดับต้นๆ เพียง 2 หัวข้อคือ ด้านเศรษฐกิจ และ ด้านทุนทางสังคม ที่เหลือแย่หมด มิหนำซํ้าไทยซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ในอาเซียน กลับมีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจอยู่ในอันดับที่ 4 ของอาเซียน รองจาก สิงคโปร์ (อันดับ 19) มาเลเซีย (อันดับ 45) และ เวียดนาม (อันดับ 53 ขึ้นจากอันดับที่ 62) ส่วน อินโดนีเซีย ขยับขึ้นจากอันดับที่ 70 มาอยู่อันดับที่ 63 แต่ยังแพ้ไทย

สถาบันเลกาตัม เรียก ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ เวียดนาม ว่า เอเชียนไทเกอร์คัพส์ หรือ กลุ่มเสืออาเซียน ที่ไทยเคยตกสวรรค์มาแล้ว เพราะอยากเป็น เสือตัวที่ 5 แห่ง เอเชีย ในยุคก่อนฟองสบู่แตก

การจัดอันดับครั้งนี้ มีประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งก็คือ สหรัฐฯ มหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 ของโลก ที่กำลังมีการเลือกตั้งในวันนี้ หล่นจากอันดับท็อปเทน 10 ประเทศแรกที่มีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจเป็นครั้งแรก โดยหัวข้อ การจัดตั้งธุรกิจและโอกาสทางธุรกิจ สหรัฐฯหล่นไปอยู่ อันดับที่ 8 ผลการวิจัยยังระบุว่า มีชาวอเมริกันจำนวนน้อยมากที่ยอมรับว่า การทำงานหนักเป็นหนทางไปสู่ความสำเร็จ ขณะที่ต้นทุนการเริ่มต้นธุรกิจกลับแพงขึ้น และการส่งออกสินค้าไฮเทคลดลง

ใน  ด้านเศรษฐกิจ  สหรัฐฯก็หล่นลงไปอยู่  อันดับที่ 20  ล้าหลังประเทศชั้นนำในเอเชีย  เช่น  สิงคโปร์  ไต้หวัน  ฮ่องกง จีน  ญี่ปุ่น มาเลเซีย และ เยอรมนี  ของยุโรป

ดร.เจฟฟรีย์ เก็ดมิน ประธานและซีอีโอสถาบันเลกาตัม กล่าวว่า ดัชนีวัดความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของเลกาตัม  ช่วยให้เราสามารถวาดภาพประเทศต่างๆ ได้อย่างครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้เห็นว่า อะไรที่ทำให้ประเทศเหล่านั้นประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง จากความรู้สึกที่ปลอดภัย ไปจนถึงการรับรู้ในเรื่องเสรีภาพส่วนบุคคล ไม่ใช่วัดกันด้วยความมั่งคั่งทางวัตถุแบบเดิมๆ หรือความรู้สึกเรื่องการอยู่ดีกินดี “จีดีพีอย่างเดียวไม่สามารถทำให้มองเห็นภาพรวมของความรุ่งเรืองได้”

เราเชื่อว่า การวัดด้วยคุณภาพการศึกษา วัดด้วยโครงการสุขภาพ วัดด้วยต้นทุนทางสังคม และ วัดด้วยโอกาสทางธุรกิจ อย่างที่ ดัชนีวัดความรุ่งเรืองเลกาตัม ใช้เป็นเครื่องวัด จะให้ภาพที่ชัดเจนที่สุดว่า ประเทศต่างๆ เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้อย่างไร และจะทำให้ประเทศเหล่านั้นเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคตได้อย่างไร

ดัชนีเลกาตัม ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ เช่น อุปสรรคที่ขัดขวางความเจริญรุ่งเรือง ผมคิดว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น่าจะให้ที่ปรึกษาไปหามาให้อ่าน แล้วท่านจะรู้ว่า Promising Economies ก็เป็นหนึ่งในอุปสรรคที่ขัดขวางความเจริญรุ่งเรืองของชาติพอๆ กับ Unsafe Countries.

“ลม  เปลี่ยนทิศ”

6 พ.ย. 2555 10:11 6 พ.ย. 2555 10:12 ไทยรัฐ