advertisement

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จีน

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 20 ต.ค. 2555 05:00

วันเสาร์สบายๆวันนี้ ผมขอชวนท่านผู้อ่านไปดู “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จีน” กันสักวันนะครับ ผมเพิ่งไปดูมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในฐานะ นักศึกษาสถาบันวิทยาการพลังงานรุ่น 1 หรือ วพน.1 (ข่าวว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะไปเรียนรุ่น 2) งานนี้ต้องขอบคุณ คุณโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์  เจ้าของกระดาษดับเบิ้ลเอ (นักศึกษา วพน.1) เป็นโต้โผใหญ่จัดการให้ทั้งหมด เพราะเป็นเพื่อนซี้กับประธานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จีนแห่งนี้

คณะที่ร่วมไปดูงานด้วย อาทิ คุณอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รัฐมนตรีพลังงาน คุณไพรินทร์ ชูโชติถาวร ซีอีโอและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. คุณคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดพลังงาน คุณจรัมพร โชติกเสถียร ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ คุณวัชรกิติ วัชโรทัย กรมวังผู้ใหญ่ คุณผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ฯลฯ

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ กว่างตง ดายาเบย์ ที่พวกเราไปดูงานกันครั้งนี้  เป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของ บริษัท ไชน่า กว่างตง นิว-เคลียร์ เพาเวอร์ โฮลดิ้ง  ซึ่งมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเครือหลายสิบแห่ง แต่ที่ดายาเบย์แห่งนี้ มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดินเครื่องอยู่ 6 โรง ผลิตไฟฟ้าได้ 6 พันเมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นเก่าเจนเนอเรชั่น 2 แต่เขาคุยว่า 2 โรงที่สร้างเสร็จในช่วงหลังเป็นรุ่น 2 พลัสแล้ว แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์อีก 2 โรงที่จะสร้างใหม่ในบริเวณเดียวกัน 2 พันเมกะวัตต์ จะเป็นเจนเนอเรชั่น 3

ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดายาเบย์แห่งนี้ ส่งไปขายที่ฮ่องกงเป็นส่วนใหญ่ถึง 70% เหลืออีก 30% ใช้ในเมืองกวางเจา

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ดายาเบย์ ด้านหน้าติดทะเล ด้านหลังเป็นภูเขาสูงถูกต้องตามฮวงจุ้ยทุกอย่าง  มีพื้นที่กว่า 10 ตารางกิโลเมตร และไม่ตั้งอยู่บนพื้นที่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหว รอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มีการ ปลูกต้นไม้เขียวชอุ่ม มีศูนย์ฝึกอบรมถาวรติดชายหาด ที่น่าสนใจก็คือ มีหมู่บ้านมากมายอยู่ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กเล็กใช้ชีวิตกันตามปกติ

แม้แต่พนักงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ก็ทำงานกันแบบชิวๆไม่มีท่าทีซีเรียสขึงขังเหมือนพนักงานโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟินแลนด์และฝรั่งเศสที่ผมเคยไปดูมาแล้ว

ความจริง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะไม่มีอันตรายเลย ถ้ารัฐบาล ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงาน จะปฏิบัติตามกฎกติกาที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด   เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ แม้จะไม่เคยเกิดอุบัติเหตุขึ้นเลยก็ตาม ประมาทเมื่อไร มันก็เหมือนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมาที่ญี่ปุ่น เสียหายเพราะความผิดพลาดของคน

หัวใจสำคัญของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็คือ เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และ เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ที่ทำปฏิกิริยาลูกโซ่สร้างพลังงานความร้อนสูง เพื่อไปต้มน้ำให้ร้อนเป็นไอแล้วส่งไปปั่นกังหันผลิตไฟฟ้าอีกทอด ถือเป็นพลังงานที่สะอาดที่สุด (ถ้ารังสีไม่รั่วไหล) และ มีต้นทุนการผลิตต่อหน่วยราคาถูกที่สุด เตานิวเคลียร์ทั้งหมดนี้จะถูกครอบด้วยซีเมนต์หนา 90 ซม. เป็นรูปทรงกระบอกอย่างที่เห็น

อันตรายเดียวของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ก็คือ การกำจัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่ใช้แล้ว การกำจัดของใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  และ การกำจัดของใช้ทุกอย่างของพนักงานในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ไม่เว้นแม้กระทั่งกระดาษทิชชูที่ใช้แล้ว ซึ่งต้องกำจัดไปชั่วฟ้าดินสลาย เพื่อไม่ให้รังสีที่ติดตามวัสดุต่างๆรั่วไหลออกมา ตรงนี้ประมาทเมื่อไร ก็เป็นอันตรายเมื่อนั้น

เมืองไทยของเรา วันหนึ่งคงหนีไม่พ้นต้องมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ แต่ปัญหาของไทยก็คือ ความไม่รู้เรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  บวกกับ ความชุ่ย ไร้ระเบียบวินัย ไม่เคารพกฎกติกา และ การทุจริตคอรัปชันทุกโครงการ  เลยทำให้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ยังเป็นเรื่องอันตรายสำหรับเมืองไทย

สัปดาห์ก่อนก็เพิ่งมีข่าวไปหมาดๆ เทศบาลสงขลา อนุญาตให้ตั้ง โรงเก็บกากโคบอลต์ที่ใช้แล้ว ซึ่งเต็มไปด้วย สารกัมมันตภาพ-รังสี ในใจกลางเมืองสงขลาที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนและประชาชน ความแตกเมื่อโรงงานขอขยายพื้นที่ แต่ชาวบ้านประท้วงคัดค้าน นี่แหละคือ จุดอ่อนของประเทศไทย ที่แก้กันไม่ตก.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

โหวตข่าวนี้