advertisement

ศาลสั่งแยกภาษีสามีภริยา

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 7 ก.ค. 2555 05:00

วันเสาร์สบายๆวันนี้มาคุยเรื่อง “ภาษี” กันสักวันนะครับ มีภาษิตฝรั่งบอกว่า สิ่งที่มนุษย์ทุกคนหนีไม่พ้นคือภาษีและความตาย  แต่ทุกวันนี้ก็เห็น นักการเมือง และ ข้าราชการผู้ใหญ่ แจ้งรายงานทรัพย์สินร่ำรวยกันมหาศาล แต่ก็ไม่เห็นกรมสรรพากรไปไล่ล่าภาษี ท่านรวยอะไรมา มีแต่ประชาชนตาดำๆที่ถูกไล่ล่าภาษี ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อนอย่างไม่ยุติธรรม

แต่วันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ช่วย ปลดแอกภาษีสามีภริยา ที่ถูกเก็บภาษีอย่างไม่เป็นธรรมมานานแล้ว ก็ต้องขอบคุณศาลไว้ตรงนี้

คุณพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญ แถลงคำวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ วันวาน กรณีที่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้วินิจฉัยมาตรา 40 และมาตรา 57 ประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้ภริยาต้องนำรายได้ไปรวมกับสามี เพื่อให้สามีเสียภาษีแทนภริยา ทำให้สามีต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าที่สูงขึ้นมากมาย ถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา 57 ตรีและเบญจ ที่กำหนดให้เก็บภาษีเงินได้จากสามีภริยาที่อยู่ร่วมกันตลอดปีภาษี โดยให้ถือเอาเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี และให้สามีมีหน้าที่รับผิดชอบในการยื่นเสียภาษี และกำหนดให้เฉพาะภริยาที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) ไม่ว่าจะมีเงินได้พึงประเมินประเภทอื่นด้วยหรือไม่ สามารถแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างจากสามี โดยมิให้ถือว่าเป็นเงินได้ของสามี

“เป็นบทบัญญัติที่ทำให้สามีภริยา ในกรณีที่ภริยามีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)–(8) ต้องเสียภาษีสูงกว่า กรณีของสามีภริยา ที่ภริยามีรายได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และยังทำให้หญิงมีสามี ซึ่งมีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)–(8) ต้องเสียภาษีสูงกว่าหญิงโสด ที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)–(8)

ทั้งยัง ไม่เป็นการมุ่งสร้างความมั่นคงของสถาบันครอบครัว ชายหญิงจึงไม่นิยมสมรสกัน เพราะต้องรับภาระภาษีในอัตราที่สูงขึ้น ที่สมรสกันอยู่แล้ว ก็ต้องวางแผนภาษีโดยการจดทะเบียนสมรสหย่า เพื่อที่จะไม่ต้องนำเอาเงินได้พึงประเมินของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน ให้ต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น

บทบัญญัติทั้งสองมาตราดังกล่าว จึงขัดต่อหลักความเสมอภาค และเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องสถานะของบุคคล” ศาลรัฐธรรมนูญ จึงวินิจฉัยว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา 57 ตรีและมาตรา 57 เบญจ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 30 ใช้บังคับมิได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 6

รัฐธรรมนูญมาตรา 30 บัญญัติว่า “บุคคลย่อมเสมอภาคกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน” ดังนั้น กฎหมายศรีธนญชัย ที่ให้นำรายได้ภริยาไปรวมกับสามี เพื่อให้สามีภริยาจ่ายภาษีมากขึ้น จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญ ร้อยเปอร์เซ็นต์

เมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า มาตรา 57 ตรีและเบญจ ใช้บังคับไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญ ก็คงต้องตีความกันต่อว่า แล้วเงินภาษีที่สามีภริยาได้จ่ายไปแล้ว ตั้งแต่ รัฐธรรมนูญ 2550 ใช้บังคับ กรมสรรพากร จะต้อง “จ่ายคืน” ให้กับสามีภริยาที่เสียภาษีไปแล้วหรือไม่ เพื่อความเป็นธรรม

ไหนๆ กรมสรรพากร ก็ต้อง แก้กฎหมาย ตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ผมก็ขอฝากไปแก้ไขอีกหนึ่งเรื่องก็คือ การหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ของ เงินปันผลเพราะ เงินปันผลเป็นเงินที่จ่ายภาษีหมดแล้ว แต่ กรมสรรพากร ยังให้ หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% เพื่อให้ผู้รับเงินปันผลไปขอคืนจากกรมสรรพากรทีหลัง เป็นเรื่องยุ่งยากซ้ำซ้อน และได้เงินคืนช้า บางทีก็ได้เงินคืนไม่ครบ บางครั้งก็ถูกตรวจภาษีย้อนหลัง ผู้ถูกหักจึงมักไม่ค่อยขอคืน น่าจะแก้ไขให้ ยกเลิกการหักภาษีเงินปันผล ณ ที่จ่าย 10% เสียเลย จะได้ไม่ต้องไปขอคืนทีหลังให้ยุ่งยากอีก.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

โหวตข่าวนี้