advertisement

ขยายคุ้มครองเงินฝาก รับมือวิกฤติกรีซ-ยูโร

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 18 มิ.ย. 2555 05:00

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่ คุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีคลัง ประกาศจะเสนอ ครม.แก้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ขยายเวลาการคุ้มครองเงินฝากบัญชีละ 50 ล้านบาทออกไปไม่มีกำหนด เพื่อเตรียมรับมือกับ วิกฤติการเงินในยุโรป ที่กำลังรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเลือกตั้งกรีซเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งผมได้เขียนเล่าไปแล้วเมื่อวันศุกร์ก่อน

ตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก วงเงินคุ้มครองจะลดลงจากบัญชีละ 50 ล้านบาทเหลือบัญชีละ 1 ล้านบาทในวันที่ 11 สิงหาคม

คุณกิตติรัตน์ ให้เหตุผลว่า “วันนี้โลกยังยุ่งๆกันอยู่ อะไรที่ค้ำ ประกันไว้แล้วไปปรับเปลี่ยน จะทำให้เกิดความไม่แน่ใจ ก็อย่าเพิ่งไปทำ ถ้าคิดว่าระบบของเรามีความมั่นคงแล้ว จะค้ำประกันให้เยอะก็ไม่เห็นเป็นไร อย่าเพิ่งไปปรับอะไรให้มีความเสี่ยง”

การตั้งรับด้วยสติไม่ประมาทอย่างนี้ ผมเห็นว่าถูกต้องแล้ว กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก อาจเหมาะสมในช่วงเวลาหนึ่ง แต่ในช่วงเวลานี้ผมเห็นว่าไม่เหมาะสม การสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นในยามวิกฤติ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

อภิมหาวิกฤติการเงินครั้งนี้ ประเทศมหาอำนาจการเงินโลก เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ ยุโรป ล้วนหันกลับมา คุ้มครองเงินฝากเต็ม 100%  ด้วยการ “อุ้มแบงก์” อย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันการถอนเงินออกจากธนาคารจนแบงก์ล้ม ซึ่งเป็นการเพิ่มวิกฤติซ้ำวิกฤติ ไม่ใช่เดินตามทฤษฎีปกติกันอย่างโง่เขลาเบาปัญญา

ประเทศที่ประสบวิกฤติการเงินจนใกล้ล้มละลายอย่าง กรีซ สเปน โปรตุเกส ล้วนหันกลับมา คุ้มครองเงินฝากเต็ม 100% ทั้งสิ้น และรัฐบาลยังต้องไปหาเงินมาอุ้มแบงก์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธนาคารพาณิชย์ที่ถูกถอนเงินจนฐานะการเงินง่อนแง่น เพราะในยามวิกฤติถ้าแบงก์ล้มเมื่อไรก็คือหายนะเมื่อนั้น

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง รัฐบาลสเปนก็เพิ่งกู้เงินจากยุโรปอีก 100,000 ล้านยูโร 4 ล้านล้านบาท อัดฉีดเข้าสู่ระบบธนาคารพาณิชย์ เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง หลังจากที่ถูกถอนเงินสดอย่างหนัก ก่อนหน้านี้รัฐบาลก็กู้เงินใส่ระบบธนาคารไปแล้ว 3–4 แสนล้านยูโร

การเลือกตั้งกรีซเมื่อวันอาทิตย์ วันนี้ก็รู้ผลแล้ว ผมเชื่อว่าไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมากเหมือนเดิม ไม่ว่าพรรคซ้ายหรือขวาได้จัดตั้งรัฐบาล อนาคตกรีซก็ยังไร้อนาคตเหมือนเดิม ไม่สามารถฟื้นได้ใน 5 ปี 10 ปีข้างหน้าแน่นอน

กรีซ วันนี้อยู่ในฐานะ ประเทศล้มละลายแล้ว เป็นประเทศที่ “ล้มละลายทางความเชื่อมั่น” เพราะวิกฤติการเมืองเป็นตัวฉุด คนไทยต้องจำเอาไว้ แม้แต่ชาวกรีซก็ไม่เชื่อมั่นประเทศตัวเอง ถอนเงินออกไปฝากประเทศอื่นในยุโรปที่ปลอดภัยกว่า หนุ่มสาวชาวกรีซที่มีความรู้ความสามารถ ก็อพยพหนีไปอยู่ประเทศอื่นที่มีอนาคต เศรษฐีนักลงทุนก็หนีจากกรีซไปอยู่ประเทศอื่น

สัปดาห์ที่แล้ว คาร์ฟู ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกฝรั่งเศส ก็ประกาศขายห้างคาร์ฟูถอนยวงออกจากกรีซ ล่าสุดสองบริษัทประกันยักษ์ใหญ่โลก อูเลอร์ แอร์เมส และ โคเฟส ก็ประกาศ ไม่รับประกันสินค้าทั่วโลกที่ส่งเข้าไปขายในกรีซ หมายความว่า การนำเข้าสินค้าของกรีซ จะต้อง “จ่ายเป็นเงินสด” เท่านั้น ไม่มีใครเชื่อเครดิตกรีซอีกต่อไป ไม่ว่า รัฐบาลกรีซ หรือ บริษัทกรีซ

เห็นไหมครับว่าวิกฤติการเงินกรีซสาหัสแค่ไหน

วันนี้เกือบทุกบริษัทในยุโรปที่ส่งสินค้าไปขายในกรีซ มีเงื่อนไขให้บริษัทนำเข้ากรีซต้อง “จ่ายเงินสดล่วงหน้า” เสียก่อน ทางผู้ขายจึงจะส่งสินค้าให้ ผมก็ฝากเตือนไปยังนักธุรกิจไทยที่ยังค้าขายกับกรีซไว้ตรงนี้ด้วย การเตรียมตั้งรับไว้ล่วงหน้า ก่อนที่วิกฤติจะมาถึง จึงเป็นความไม่ประมาทที่น่าชมเลยเป็นอย่างยิ่งไม่ใช่มาฟูมฟายด่าทอกันทีหลังอย่างที่เคยทำ.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

โหวตข่าวนี้