advertisement

ปรับ ครม.นายกฯปูอยู่ยาว

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 15 พ.ค. 2555 05:00

ข่าวการเมืองหน้าหนึ่งไทยรัฐฉบับวันอาทิตย์รายงานว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่พอใจ สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่จะพ้นโทษทางการเมืองในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ กดดันให้มีการ ปรับ ครม.ช่วงปลายเดือนมิถุนายน หรือ ต้นเดือนกรกฎาคม โดยจะดึงเกมให้ไป ปรับช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งรัฐบาลบริหารงานครบหนึ่งปีพอดี และจะเป็นการปรับเล็ก ไม่ใช่ปรับใหญ่

ข่าวบอกว่า สเปกรัฐมนตรี ที่จะ ปรับเข้า ไปช่วยเหลือ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในครั้งนี้ จะต้องไม่มีภาพลักษณ์ที่เหนือว่านายกฯยิ่งลักษณ์ หรือมีศักยภาพที่เหนือนายกฯยิ่งลักษณ์ จนทำให้ความเป็นผู้นำของนายกฯ ยิ่งลักษณ์ด้อยลงไป

ตัวเต็งรัฐมนตรี 4 ราย ใน พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ในข่ายนี้ก็มี “หมอมิ้ง” นพ.พรหมมินทร์ เลิศสุริยเดช  ซึ่งปัจจุบันก็ทำงานช่วยเหลือนายกฯอยู่หลังฉากอยู่แล้ว คุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา (ข่าวว่าจะเป็น รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยังไม่มี) คุณพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีคมนาคม และ คุณภูมิธรรม เวชยชัย ซึ่งก็ทำงานช่วยนายกฯอยู่ในปัจจุบันเช่นกัน

ส่วน พรรคร่วมรัฐบาล ก็มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีบ้าง เช่น พรรคชาติพัฒนา ของ คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จะส่งน้องชาย คุณเทวัญ ลิปตพัลลภ ไปเป็น รัฐมนตรีอุตสาหกรรม แต่ พรรคชาติไทยพัฒนา ของ อดีตนายกฯบรรหาร ศิลปอาชา คงไม่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง

ตำแหน่งที่จะไม่มีการปรับเปลี่ยนเลย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะทุ่มสรรพกำลังเพื่อให้อยู่นานที่สุดก็คือ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยจะ เปลี่ยนยุทธศาสตร์บริหารประเทศ ให้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ทำงานน้อยลง แต่ให้ ทีมงานที่แข็งแกร่ง ทำงานเสนอ นายกฯยิ่งลักษณ์ มากขึ้น

เกจิการเมืองวิเคราะห์ว่า นายกฯยิ่งลักษณ์ จะอยู่ยาวไปจนถึง เลือกตั้งใหม่

แต่ การเลือกตั้งใหม่ จะไม่มีในเร็ววันนี้แน่นอน ผมเชื่อว่าน่าจะมีขึ้นหลังจากที่ “รัฐธรรมนูญฉบับใหม่” มีผลใช้บังคับแล้ว ถ้า พรรคฝ่ายค้าน  ไม่เปลี่ยนยุทธศาสตร์การเมืองแบบเดิมๆ  ที่คนเบื่อกันทั้งเมือง ผมฟันธงล่วงหน้าได้เลยว่า พรรคเพื่อไทย และ นายกฯยิ่งลักษณ์ จะได้กลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้งอย่างสะดวกโยธิน ยกเว้น นายกฯยิ่งลักษณ์ จะไม่ลงสมัครต่อเท่านั้น

เกจิการเมืองวิเคราะห์ว่า การกลับมาของพรรคเพื่อไทย เป็น “ผลงาน” ของ รัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่ไป แก้ไขเขตเลือกตั้งในรัฐธรรมนูญ จาก “พวงเล็ก” เป็น “เขตเดียวเบอร์เดียว” ส่งผลให้พรรคเพื่อไทยเล่นการเมืองง่ายขึ้น ดูแลคะแนนเสียงได้ง่ายขึ้น เพราะมีฐานเสียงขนาดใหญ่ในภาคเหนือและอีสาน แต่ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่มี

กรณี “ปทุมธานี” เป็นเพียงอุบัติเหตุทางการเมืองเท่านั้น แต่ไม่มีผลต่อ ภาคเหนือ และ ภาคอีสาน ที่เป็นฐานเสียงใหญ่ของพรรคเพื่อไทย

การ “แก้ไขเขตเลือกตั้ง” เป็น “เขตเดียวเบอร์เดียว” ครั้งนั้นทำให้ พรรคประชาธิปัตย์ เป็น ฝ่ายเสียเปรียบ เสียเอง (ทำไมมองไม่ออกก็ไม่รู้) เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีฐานเสียงที่แน่นหนาในภาคเหนือและอีสาน โอกาสที่จะเข้าไปเจาะฐานเสียงเป็นเขตๆในภาคเหนือและอีสานจึงยากยิ่ง ยกเว้นภาคใต้ที่เป็นฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ ส่วน ภาคกลาง เป็นเขตไม่แน่นอน มีตัวแปรมากมาย ไม่ได้เป็นฐานเสียงของพรรคใดพรรคหนึ่งโดยเฉพาะ และจำนวน ส.ส.ก็ไม่ได้มากเท่าภาคอีสาน

ช่วงนี้ ข่าวการเมือง กลับมาเป็นข่าวฮิตอีกครั้ง ผมเลยลองวิเคราะห์ให้ดูกันเล่นๆตามกระแสข่าวการเมืองที่เกิดขึ้น อนาคตการเมืองไทยจะเป็นอย่างไร

ผมเชื่อว่า “รัฐธรรมนูญใหม่” ที่ พรรคเพื่อไทย จะร่างขึ้นก็คงหนีไม่พ้นกำหนดให้เขตเลือกตั้งเป็น “เขตเดียวเบอร์เดียว” เหมือนเดิมเพราะได้เปรียบกว่า และในอนาคต พรรคการเมืองไทย ก็จะเหลือเพียง “สองพรรคหลัก” คือ พรรคเพื่อไทย  และ พรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคเล็กคงเล่นลำบากขึ้นเรื่อยๆจนเลี้ยงตัวเองไม่ได้ และต้องเลิกไปในที่สุด.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement