advertisement

ปีหน้าเสี่ยงระวังกระสุนหมดคลัง

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 7 ต.ค. 2554 05:00

เศรษฐกิจไทยปีหน้าเห็นท่าจะไม่สดใสเสียแล้ว เมื่อ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ฟันธง ทิศทางเศรษฐกิจไทย

ปี 2555 จะเต็มไปด้วย “ความเสี่ยง” สารพัด ในงานสัมมนาเศรษฐกิจประจำปีของ ธนาคารไทยพาณิชย์ หัวข้อ Thailand : Moving Forward with the New Government  การขับเคลื่อนประเทศไทยไปกับรัฐบาลใหม่ เตือน รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้หยุดหว่านโปรยประชานิยม เก็บกระสุนไว้ใช้ยามฉุกเฉินจะดีกว่า

งานสัมมนาครั้งนี้มีขึ้นเมื่อบ่ายวันพุธ ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี มีกูรูเศรษฐกิจและนักธุรกิจใหญ่ที่เป็นลูกค้าของธนาคารไปนั่งฟังกันคับคั่ง

ผู้ว่าฯประสาร พูดถึงเศรษฐกิจไทยใน 8 เดือนที่ผ่านมาว่า ยังขยายตัวได้ดี แม้จะมีปัจจัยลบมากมาย ทิศทางรายได้ยังเพิ่มขึ้น การจ้างงานเกือบเต็มกำลังแรงงาน มาตรการเพิ่มรายได้และกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ส่งผลให้กำลังซื้อมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง หนุนให้เศรษฐกิจปีหน้ายังเดินหน้าต่อไปได้

แต่ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อไทย 2 ด้าน คือ ผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และ ผลต่อเงินเฟ้อ หาก G3 ที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ที่มีการค้าเท่ากับ 1 ใน 3 ของยอดส่งออก ยังแก้ปัญหาตัวเองไม่ได้ ก็อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย

แม้เศรษฐกิจจะไม่ดี แต่ “เงินเฟ้อ” ก็ยังสูงต่อ เพราะมาตรการรัฐ ทั้งการกระตุ้นการใช้จ่าย การจำนำข้าวในราคาสูง การยกเลิกมาตรการลดค่าครองชีพจะส่งผลให้ราคาสินค้ามีโอกาสปรับสูงขึ้น และ “เงินเฟ้อ” ก็จะยังสูงต่อไป

แล้ว ผู้ว่าฯประสาร ก็พูดถึง “นโยบายการเงินการคลังในปีหน้า” ที่เป็นหัวใจสำคัญว่าจะช่วยรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างไร

ถามเสร็จ ผู้ว่าฯประสาร ก็ฟันธงเปรี้ยง ผมเห็นว่านโยบายการเงินยังคงต้องเป็นแกนหลักในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา โดยคำนึงถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการป้องกันความไม่สมดุลทางการเงินในระบบเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย ขณะนี้นโยบายการเงินถือว่ามีความพร้อม หากสถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง และเศรษฐกิจต้องการแรงกระตุ้น

ส่วน นโยบายการคลัง นั้น ผู้ว่าฯประสาร ได้ส่งเสียงเตือนอย่างชัดเจนว่า นโยบายการคลังในขณะนี้ต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ต้องรอบคอบและระมัดระวัง ไม่ควรใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็น ทรัพยากรด้านการคลังควรเตรียมไว้ให้พร้อมสำหรับยามจำเป็น หากจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยขยายตัวใกล้เต็มศักยภาพแล้ว และมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออยู่แล้ว

แม้บางท่านจะมองว่าความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ทำให้มีความจำเป็นต้องกระตุ้นทางการคลังแต่เนิ่นๆ แต่ลักษณะของนโยบายการคลัง สามารถส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจได้รวดเร็ว ในเวลานี้ ภาครัฐจึงควรจะเก็บกระสุนไว้ก่อน เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นจริงๆ

ผู้ว่าฯประสาร  ได้ตอกย้ำในตอนท้ายว่า การใช้จ่ายภาครัฐในปีหน้า ควรทำเท่าที่จำเป็น ลงทุนเพื่อยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจ ไม่ควรเน้นการบริโภค ซึ่งเป็นการใช้แล้วหมดไป เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้อย่างยั่งยืนระยะยาวในอนาคต จะต้องอยู่บนพื้นฐานของความสามารถในการผลิต ไม่ใช้การบริโภคเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยสหรัฐฯ

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ คำเตือนที่ตรงไปตรงมา ของ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ เพื่อบอกให้คนไทยทุกระดับได้รับรู้ถึง “ความเสี่ยง” ที่จะเกิดจากการใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยไร้สาระ หาเสียงใน นโยบายประชานิยมของรัฐบาล

สหรัฐฯ  และ กรีซ เป็น “ตัวอย่างเป็นๆ” ที่เห็นได้ในวันนี้ การใช้เงินอนาคตมาซื้อความสุขในปัจจุบัน ของสหรัฐฯที่สะสมมา 20–30 ปี นโยบายประชานิยมกรีซ ที่สะสมกันมา 20–30 ปี วันนี้แตกพร้อมกัน หาก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ยังเดินตาม สหรัฐฯ และ กรีซ อีก คนที่จะลำบากคือลูกหลานไทยในวันหน้า.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

โหวตข่าวนี้