advertisement

การชุมนุมขับไล่ผู้นำรัฐบาล

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 2 ก.พ. 2554 05:00

การชุมนุม ขับไล่ผู้นำรัฐบาล ของประชาชนใน แอฟริกา และ ตะวันออกกลาง จนถึงขั้นก่อการจลาจลผู้คนล้มตายที่ ตูนิเซีย อียิปต์ เยเมน ล่าสุดที่ จอร์แดน ล้วนมาจากสาเหตุเดียวกัน คือ ความยากจน คนว่างงาน สินค้าแพง ประชาชนเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า แต่ผู้นำและนักการเมืองที่ผูกขาดอำนาจกลับโกงกินกันสบายจนอิ่มหมีพีมัน แม้แต่ในประเทศไทยก็เถอะ

การชุมนุมขับไล่ ประธานาธิบดี เบน อาลี ของประชาชนตูนิเซีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไป 78 คน และการชุมนุมขับไล่ ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัค ผู้นำอียิปต์ 5 วัน ประชาชนเสียชีวิตไปแล้ว 102 คน จากการปราบปรามของรัฐบาล

ประธานาธิบดี ฮอสนี มูบารัค วัย 82 ปีในวันนี้ ขึ้นครองอำนาจในอียิปต์ต่อจาก ประธานาธิบดี อัลวาร์ ซาดัต ที่ถูกทหารยิงเสียชีวิตขณะเป็นประธานพิธีสวนสนาม ตั้งแต่ปี 1981 จนถึงวันนี้ครบ 30 ปีพอดี แม้อายุจะปาเข้าไป 82 ปีแล้ว มูบารัค ก็ยังกระหายอำนาจ ประกาศจะลงเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัย ไม่รู้คิดจะอยู่ในอำนาจจนแก่ตายคาเก้าอี้แบบนักการเมืองไทยหรือไง

แต่การอยู่ในอำนาจมา 30 ปี ของ ประธานาธิบดีมูบารัค ภายใต้การสนับสนุนของ สหรัฐฯ และ อิสราเอล คนอียิปต์ไม่ได้มีชีวิตที่ดีขึ้นเลย วันนี้ยังมีคนอียิปต์กว่าครึ่งประเทศกว่า 40 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 80 ล้านคน ตกอยู่ในสภาพที่ยากจนมาก มีรายได้ยังชีพวันละไม่ถึง 2 เหรียญสหรัฐฯไม่ถึง 60 บาท โดยมีคนว่างงานเต็มไปหมดทั่วประเทศ นักศึกษาจบใหม่ก็ไม่มีงานทำ

ผู้นำอย่างนี้ไม่รู้จะเก็บไว้หาพระแสงอันใด เพียงแต่ซื่อสัตย์ต่อสหรัฐฯเท่านั้น

แม้ ประธานาธิบดีมูบารัค จะแต่งตั้งลูกน้องคนสนิท โอมาร์ สุไลมาน หัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ขึ้นเป็น รองประธานาธิบดีคนแรกในรอบ 30 ปี เพื่อเตรียมตัวผ่องถ่ายอำนาจเอาตัวรอด หวังให้ลูกน้องคนสนิทช่วยคุ้มครองเมื่อลงจากตำแหน่ง แต่ก็ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและฝ่ายค้าน เพราะขุมกำลังของมูบารัคยังอยู่ในอำนาจต่อ และ มูบารัค อาจชักใยอยู่เบื้องหลังเหมือนการเมืองไทยก็ได้

วันนี้การจลาจลในอียิปต์กระจายไปหลายเมือง มีการปล้นและเผาเมือง จนสหรัฐฯเองก็ชักจะอุ้มต่อไปไม่ไหว ชาวโลกก็ไม่เอาด้วย

ล่าสุด นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ก็รีบประกาศจุดยืนของสหรัฐฯใหม่ เรียกร้องให้อียิปต์จัดตั้งรัฐบาลขึ้นใหม่ แต่ก็ยังเกรงใจที่จะบอกให้ มูบารัค ลาออกจากตำเหน่งไปซะ บอกแต่ว่าการตั้ง รองประธานาธิบดี และ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ยังไม่เพียงพอ ผู้นำอียิปต์จะต้องทำมากกว่านี้ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่จะนำไปสู่การเปลี่ยน แปลงทางประชาธิปไตยและเศรษฐกิจในอียิปต์

ไม่ใช่แค่ สหรัฐฯ จะไม่เอาด้วยกับ มูบารัค ผู้นำเผด็จการอียิปต์ อังเกลา แมร์เคิล นายกฯเยอรมัน เดวิด คาเมรอน นายกฯอังกฤษ ก็ประกาศไม่เอาด้วย

สรุปไม่ช้าก็เร็ว มูบารัคก็ต้องลาออกจากประธานาธิบดีลี้ภัยไปอยู่ ประเทศอื่น เช่นเดียวกับ ประธานาธิบดีตูนิเซีย นี่คือจุดจบที่สวยที่สุดแล้ว

จอร์แดน  ก็เช่นเดียวกัน  การชุมนุมขับไล่  นายกรัฐมนตรี ซาเมียร์ ริไฟ  ให้ออกจากตำแหน่ง เพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ คนว่างงาน สินค้าแพง ได้ลามไปถึงการ ต่อต้านที่มาจากนายกรัฐมนตรีด้วย โดยเรียกร้องให้มีการ เลือกตั้งนายกรัฐมนตรี แทนการ แต่งตั้งจากกษัตริย์จอร์แดน เพื่อปฏิรูปการเมือง

จะเห็นว่าการลุกฮือของประชาชนทุกประเทศ ล้วนมาจากความล้มเหลวในการบริหารประเทศของรัฐบาลที่อยู่นานเกินไป แต่ไม่สามารถทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้ มีแต่นักการเมืองที่อยู่ดีกินดีและคอรัปชันอำนาจไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด

แม้แต่ รัฐบาลประชาธิปัตย์ ก็เถอะ ผมขอเตือนล่วงหน้าไว้ตรงนี้ การพยายามซื้อเสียงด้วย "โครงการประชานิยม" แล้ว "โยนภาระให้ ชนชั้นกลาง" สุดท้ายจะส่งผลให้ประเทศไทยเกิดช่องว่าง "คนรวย-คนจน" ที่ถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ เพราะ ชนชั้นกลางถูกทำลาย ซึ่งจะนำไปสู่ "ความไม่สงบ" ในที่สุด.

 

"ลม เปลี่ยนทิศ"

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement