advertisement

นา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน ความยั่งยืนของชาวนาไทย

โดย ลม เปลี่ยนทิศ 14 ม.ค. 2554 05:00

ผมเขียนเรื่อง โครงการประชานิยมของรัฐบาล ที่สร้างความอ่อนแอให้สังคมไทยมาหลายวัน วันนี้ผมมีเรื่องดีๆที่ สร้างความเข้มแข็งให้สังคมไทย มาเล่าสู่กันฟังบ้าง เป็นผลงานที่เกิดจาก ภูมิปัญญาไทย โดยตรง หากรัฐบาลจะเจียดงบประมาณไปให้สักนิดเพื่อสานต่อ ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตชาวนาไทยไปชั่วนิรันดร์

ปลายปีที่ผ่านมา ผศ.ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้หนังสือผมมาเล่มหนึ่งชื่อ ภูมิปัญญาไทย นา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน ประสบการณ์ตรงจากเกษตรกรบ้านหนองแต้ บ้านบ่อ บ้านกุดเชียงมี อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ผมเพิ่งได้ฤกษ์หยิบมาอ่าน

อ่านแล้วก็ดีใจที่ได้เห็น โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อชาวนาไทยและเกษตรกรไทยอย่างแท้จริง จะได้หลุดพ้นจากความยากจนเสียที โครงการนี้มี คุณ อดิศร พวงชมพู อดีตประธานหอการค้าจังหวัดนครปฐม เป็นประธาน โดยนำ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่มุ่งให้คนไทย มีระบบเศรษฐกิจที่พึ่งตนเองได้ มาต่อยอดเป็นโครงการขึ้นมา เกษตรกรจะได้ไม่ต้องแบมือรับความช่วยเหลือจากโครงการประชานิยมตลอดไป

โครงการนี้ได้นำพระราชดำริเรื่อง เกษตรทฤษฎีใหม่ ไปประยุกต์พัฒนาเป็นโครงการ "ภูมิปัญญาไทย นา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน" เพื่อเสริมสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับเกษตรกร โดยประยุกต์ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กับ เกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 3 เน้น ให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ใช้ทรัพยากรการเกษตรที่มีอยู่ในพื้นที่อย่างรู้ค่า และทำให้เกิดประโยชน์ สูงสุด โดยใช้กระบวนการ เกษตรแบบผสมผสาน (Integrated Farming) และ ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่มีอยู่ดั้งเดิม

ตามโครงการนี้ นา 1 ไร่ จะถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน

ส่วนที่ 1 คันนา กว้าง 1.5 เมตร ใช้ปลูกพืช อาทิ พริก มะนาว มะรุม เป็นต้น หรือผักสวนครัวทุกชนิดที่กินได้ เสริมสร้างรายได้ให้เกษตรกร

ส่วนที่ 2 ร่องน้ำ เพื่อทำประมง เช่น เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงกบ เลี้ยงหอย มูลสัตว์ทั้งหลายก็จะกลายเป็นปุ๋ยแก่นาข้าว

ส่วนที่ 3 พื้นที่ปลูกข้าว

ส่วนที่ 4 พื้นที่เลี้ยงเป็ดไข่ ปล่อยให้เป็ดไข่หาอาหารจากแปลงนาได้

ลุงชื่น เกษตรกรจากบ้านดง ซึ่งประสบปัญหา ต้นทุนเพิ่ม รายได้ลด ผลผลิตตกต่ำ ตอนแรกที่รู้ข่าวก็สงสัย จะได้หนึ่งแสนจริงหรือ?

ลุงชื่นจึงไปดูแปลงนาต้นแบบที่นครปฐมของ อาจารย์กิตติ์ธเนศ รังคะวรเศรษฐ และ อาจารย์อดิศร พวงชมพู แล้วก็ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการทันที โดยปรับพื้นที่แปลงนาตามรูปแบบโครงการ เพาะกล้า ทำการโยนกล้า ใส่ปลาดุกลงไป 15,000 ตัว ใส่กบลงไป 10,000 ตัว ปลูกพริก ตะไคร้ กล้วย หอมแดง ข่า ถั่วฝักยาว ต้นหอม มะละกอ

ตอนเริ่มลุงชื่นก็มีปัญหาการนำน้ำเข้านา ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ ต้องดูแลพืชผลไม่ให้ถูกขโมย เพราะแปลงนาอยู่ไกลบ้าน ก็ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ ในโครงการ ให้ติดแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อสูบน้ำเข้าพื้นที่นา และให้แสงสว่างป้องกันหัวขโมย ทำให้ลุงชื่นรู้จักการบริหารจัดการเป็นระบบมากขึ้น

หนึ่งเดือนผ่านไป ลุงชื่นก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลง ข้าวเริ่มงอกงาม กบ ปลา ตัวโตขึ้น สภาพดินก็ดีขึ้น และเริ่มเชื่อมั่นว่า ไร่ละ 1 แสนมันเป็นไปได้ ลุงชื่นบอกว่าดูแค่ปลา 15,000 ตัว กบ 10,000 ตัว รวมกันก็เป็นแสนบาทแล้ว

ผมเอาโครงการ "ภูมิปัญญาไทย นา 1 ไร่ ได้เงิน 1 แสน" มาเล่าสู่กันฟัง เพื่อให้เห็นว่า การสร้างอาชีพและอนาคตที่มั่นคง ยั่งยืนให้กับเกษตรกร ด้วย "ภูมิปัญญา" เป็นสิ่งที่ทำได้จริง และเป็นสิ่งที่ รัฐบาลควรทำอย่างยิ่ง ไม่ใช่การ "แจกฟรี" อย่างที่ทำอยู่ ทำให้คนจนอ่อนแอและยากจนเหมือนเดิม.


"ลม เปลี่ยนทิศ"

โหวตข่าวนี้