ศึกชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.เริ่มคึกคักขึ้นมาแล้ว ต่างฝ่ายต่างเริ่มงัดมุกออกมาเล่นกันแล้วแม้จะยังไม่ชัดเจนว่าจะส่งใครลงกันบ้าง คนอยากเป็นก็อาจไม่ได้ลงคนไม่อยากเป็นก็ดันกันอุตลุด
ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ ว่ากันว่าเมื่อดาวเสาร์ขยับตัวย่อมมีผลต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกกลมๆใบนี้
นับแต่วันที่ 7 ก.ย. 55 เป็นต้นไป อะไรต่อมิอะไรมันจะเป็นไปในทางไม่สู้ดีนัก ภัยธรรมชาติ แผ่นดินไหว พายุ น้ำท่วม ดินถล่ม ฯลฯ
ทางการเมืองก็คงจะเป็นแบบ “เปิดหน้าชก” กันเลย
อย่างไรก็ดี นั่นเป็นเพียงคำทำนาย แต่ความจริงจะเป็นไปเช่นนั้นหรือไม่ ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปด้วยความมีสติและไม่ประมาท
เพราะอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด...ว่างั้นเถอะ
ปัญหาน้ำท่วมลงท้ายก็กลายเป็นเรื่อง “การเมือง” เมื่อมีตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.เป็นเดิมพัน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จะต้องพ้นจากเก้าอี้เนื่องจากครบวาระ 4 ปี จึงต้องมีการเลือกตั้งใหม่ต้นปี 2556
ศึกชิงตำแหน่งผู้ว่าฯเมืองหลวงจึงเริ่มเข้มข้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เปิดตัวแน่นอนแล้ว 1 คนคือ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ที่ประกาศชัดเจนตั้งแต่ไก่โห่
แม้จะยังไม่พร้อมเต็มพิกัดเพราะทีมงานยังไม่ลงตัว มีการทาบทามไปแล้วหลายคน แต่ยังไม่พร้อมเปิดเผยตัวเนื่องจากยังเหลือเวลาอีกนาน
แต่เมื่อเจ้าตัวมีความจำเป็นด้วยฤกษ์พานาทีจึงต้องประกาศตัวไปก่อนเพียงคนเดียว จึงไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาว่าจะมีใครร่วมขบวนบ้าง นอกจาก “กลุ่มเพื่อนเสรี” ที่ให้การสนับสนุนเท่านั้น
จึงกร่อยๆไม่คึกคักอย่างที่ควรจะเป็น
โอกาสที่จะได้รับชัยชนะจึงขึ้นอยู่กับความนิยมส่วนบุคคล ทีมงาน และนโยบายที่จะเข้าตาคนกรุงเทพฯหรือไม่
เว้นแต่คนเมืองหลวงจะเบื่อพรรคการ เมืองหันมาหนุนผู้สมัครอิสระ เพราะเห็นว่าเป็นการเลือกผู้บริหารท้องถิ่นไม่ต้องการให้เกิดปัญหาการเมือง
พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เปิดเผยตัวว่าจะส่งใครเป็นตัวแทนลงสมัครที่ชัดเจน แต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุนั้นชัดเจนแล้วว่าเอาแน่ แม้ พรรคจะไม่ส่งลงสมัครก็พร้อมที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างอิสระ
เมื่อประกาศออกมาอย่างนี้เล่นเอาพรรคเกิดความกระอักกระอ่วนพอสมควร เนื่องจากถ้าไปส่งคนอื่นก็จะเกิดปัญหาขัดแย้งและแย่งคะแนนกันเอง
อีกทั้งมีการเสนอชื่อคนอื่นก็ทำท่าว่าต้อง การเล่นการเมืองในระดับชาติมากกว่า และเสี่ยงว่าถ้าไม่ได้รับการเลือกตั้งจะเกิดอะไรขึ้น
อย่าง “กรณ์ จาติกวณิช” ดูจะเซย์โนไปแล้ว
พรรคเพื่อไทยที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องคว้าเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.มาครองให้ได้เพื่อจะได้โชว์ผลงานหวังกวาดเสียง ส.ส.–ส.ก.–ส.ข. ให้ได้มากที่สุดเพื่อเอาชนะประชาธิปัตย์
คณะกรรมการสรรหาบุคคลที่จะส่งผู้สมัครนั้นได้มีการแบ่งเป็น 3 โซน โดยมี น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ คุมโซนหนึ่ง นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ คุมโซนหนึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง คุมโซนหนึ่ง
บุคคลที่อยู่ในข่ายเป็นแคนดิเดตมีอยู่หลายคน ไล่ตั้งแต่ “ปลอดประสพ สุรัสวดี”– “กิตติรัตน์ ณ ระนอง”–“สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”
สดๆร้อนๆโผล่ออกมาอีก 1 คนคือ “พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์”
แต่ยังไม่มีการชี้ขาดว่าจะเอาใครแน่ โดยเน้นย้ำว่านโยบายของพรรคสำคัญกว่าตัวบุคคล ทำนองว่าเอาใครก็ได้ขอให้นโยบายเด็ดก็แล้วกัน
ถ้าจะถามว่านายปลอดประสพ นายกิตติรัตน์ อยากจะลงสมัครหรือไม่ เท่าที่ฟังเสียงมาแล้วไม่ค่อยจะสนใจเท่าใดนัก เหตุผลมันมีอยู่ว่าหากไม่ชนะเลือกตั้งกลัวจะถูกลอยแพมากกว่า
พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ซึ่งเกษียณอายุปลายเดือนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะสนใจ เพราะสามารถที่จะเป็นรัฐมนตรีได้
แต่ก็มีคนพยายามจะดันให้ไปอยู่ตรงนั้น
คุณหญิงสุดารัตน์คงไม่ต้องถามเพราะสนใจอยู่แล้วแถมยังมีลูกทีมผลักดันกันเต็มที่ แต่ก็มีแรงต้านเยอะ ข้อสำคัญก็คือมีปัญหาทางใจระหว่าง “หญิง” กับ “หญิง”
แม้แต่ “คนดูไบ” ก็ยังไม่กล้ายุ่ง!!!
“ลิขิต จงสกุล”




















