advertisement

"ธรรมะ" ชนะ "การเมือง"

โดย ลิขิต จงสกุล 22 ก.ค. 2555 05:00

การเมืองไทยใครไม่พูดเรื่อง “รัฐธรรมนูญ” เขาว่า “เชยแหลก” อยู่ที่ว่าเมื่อถึงเวลาจะแหกด่านออกมาแบบไหนเท่านั้น แต่เรื่องปรับ ครม.อีกไม่นานเกินรอแน่ จับตา “หญิงหน่อย” ชนผู้ว่าฯ กทม.

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้  องคาพยพแห่งการขับเคลื่อนเพื่อเดินไปสู่จุดใหม่ มันเป็นสิ่งที่มิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ อยู่ที่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นหรือเลวร้ายลง

นั่นเป็นเรื่องที่จะต้องเผชิญกันต่อไป

แม้กระทั่งสถานการณ์โลกกลมๆใบนี้ก็มีหลายเรื่องหลายราวที่จะได้เห็นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง การสงคราม

สหรัฐฯ–ยุโรป ก็ยังไม่ตื่นจากภวังค์เศรษฐกิจ หนี้สินล้นพ้นตัว เนื่องมาจากสถาบันการ เงินที่เล่นแร่แปรธาตุกันจนเกิดความฉิบหาย

ร่ำรวย ฟุ้งเฟ้อกันเพียงไม่กี่กลุ่ม ไม่กี่คน

วันนี้จึงต้องหาทางแก้ไขกัน  แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต่างตกอยู่ในสภาพล้มละลายกันถ้วนหน้า ก็เลยเริ่มที่จะมุ่งแสวงหาทรัพยากรแหล่งใหม่ๆมาทดแทน

“ฝรั่ง” กำลังเดินหน้ามุ่งสู่ชาติตะวันออกด้วยกลยุทธ์ที่ซับซ้อนขึ้น

ด้วยใช้อำนาจและบารมีเก่าๆเข้ามาขยายอิทธิพล เป็นเจ้ากี้เจ้าการเข้าไปยุ่งทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ภัยธรรมชาติ ฯลฯ

ทำตัวเหมือนผู้ใจบุญ แต่เนื้อแท้นั้นคือแฝงผลประโยชน์ล้วนๆ

ประเทศเล็กๆอย่างไทยกำลังถูกรุกฆาตจากชาติมหาอำนาจทุกรูปแบบ ดังนั้น การดำเนินนโยบายต่างประเทศจึงต้องฉลาด หลักแหลม รู้เท่าทัน รู้เขารู้เรา อย่าไปมีผลประโยชน์แอบแฝงซ่อนเร้น

เพราะพลาดพลั้งเมื่อใดฉิบหายกันหมดแน่

ในแวดวงการเมือง ณ คาบนี้โรครัฐธรรมนูญกำเริบกำลังระบาดกันไปทั่วทุกอณู ใครไม่พูด ไม่แสดงทัศนะต่อเรื่องนี้

ถือว่า “เชยแหลก”

จึงไม่ต้องแปลกใจว่าจะมีข้อเสนอแนวทาง ทิศทางกันออกมาจนงง สับสนและวุ่นวายกันไปหมด

รัฐบาล เพื่อไทย ต่างก็ยังลังเลไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร อ้างว่าต้องรอผลวินิจฉัยกลาง และส่วนตัวของศาลรัฐธรรมนูญถึงจะประกาศว่าจะเอาแบบไหน
แม้ในพวกเดียวกัน พรรคเดียวกัน ก็เปิดศึกกันเอง ทางหนึ่งก็บอกว่าเดินหน้าลงมติวาระ 3 กันไปเลย  อ้างว่าศาลรัฐธรรมนูญแนะนำแต่ไม่ได้มีคำสั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้

อีกส่วนก็บอกว่าต้องฟังศาล คือทำประชามติก่อนแล้วค่อยแก้ไขทั้งฉบับ

อีกส่วนก็บอกว่าทั้ง 2 ทางนั้นทำไม่ได้หรือทำให้ล่าช้าออกไป แก้ไขเป็นรายมาตราดีกว่าสามารถทำได้ทันที

ขืนดื้อแพ่งอาจจะต้องถูกยุบพรรค รัฐบาล “ปู” มีสิทธิ์พังได้

หรือลึกลงไปอีกก็มีการเสนอให้มีการเปลี่ยนแปลงศาลรัฐธรรมนูญกันใหม่ เป็นคณะกรรมการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ  มีตุลาการ 8 ท่าน มาจากสภา 3 คน รัฐบาล 3 คน วุฒิสภา 2 คน

บางส่วนก็เจาะลึกลงไปเลย แก้เป็นรายมาตรา เอา ม.309 ขึ้นมาบรรเลงเป็นอันดับแรก เพื่อทำให้ปัญหาความขัดแย้งยุติลงก่อน

ทำไปทำมาดูท่าว่าจะเอาแบบแก้ไขเป็นมาตรา และพุ่งเป้าไปสู่เป้าหมายโดยตรงจะได้ไม่ต้องไปพะวงกับเรื่องอื่นๆ

อีกไม่นานก็คงจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เหนืออื่นใดมีอีกจุดหนึ่ง แม้ยังไม่รู้ว่าจะคลอดกันเมื่อใด ก็คือการปรับ ครม. ซึ่งเชื่อว่าจะต้องทำกันแน่ แต่อยู่ที่ห้วงจังหวะเวลาเท่านั้น

เพราะแรงกดดันในเรื่องนี้มีอยู่ตลอดเวลา ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาล เสื้อแดง ส.ส.เพื่อไทย และที่ฮึ่มๆก็บรรดาบ้านเลขที่ 111 นี่แหละ

ว่ากันว่าบางคนที่เป็นตัวเต็งและมีการชี้เป้ากันแล้วมีสิทธิ์ได้แน่ ก็มีการแสดงความยินดีล่วงหน้ากันไปแล้ว

เพียงแต่ต้องยินดีกันในที่ลับ ขืนโจ่งแจ้งไม่ได้ขึ้นมาหน้าจะแหกได้

เช่นกันการเมืองสนามเล็กคือ ผู้ว่าฯ กทม. ที่คนเก่าจะต้องพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระ ประชาธิปัตย์เจ้าของเก้าอี้เก่าก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะส่งใครลงสมัครกันแน่

แม้ “คนเก่า” จะประกาศตัวล่วงหน้าไปแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัวร์

“เพื่อไทย” ที่ยังไม่ประกาศตัว แต่วงในก็มีการพูดคุยและวางตัวกันเอาไว้แล้ว ตัวเต็งทำท่าจะเป็นคนชื่อ “สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์”

ที่เดินเกมหาเสียงแบบว่า “ธรรมะชนะการเมือง”!!!


“ลิขิต จงสกุล”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement